สัมผัสวิถีชีวิตเจ้าเมืองตรัง ผ่านพิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
การได้เยือนเมืองตรังเป็นครั้งแรก ยังสร้างคาวมประทับใจไม่จางหาย เมืองเล็กๆ
โดย...ลีโอ เคน
การได้เยือนเมืองตรังเป็นครั้งแรก ยังสร้างคาวมประทับใจไม่จางหาย เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อยของถนนหนทาง ทั้งยังมีพรรณไม้ครึ้มชวนให้อิ่มใจ
หากมาเยือนเมืองตรังชนิดที่เรียกว่ามาถึง นอกจากจะได้ลิ้มรสของหมูย่างเมืองตรัง การสัมผัสกับท้องทะเลแห่งอันดามันอย่างแช่มชื่นแล้ว การได้มาเยือนเรือนเจ้าเมืองตรังก็เป็นอีกหนึ่งที่ต้องไปเยือนถึงจะเรียกว่ามาถึงตรังแล้วจริงๆ
เรือนเจ้าเมืองตรัง หรือที่รู้จักกันในนาม พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) นั้นตั้งอยู่ ถนนหน้าค่าย อยู่ห่างจากเทศบาลกันตังประมาณ 200 เมตร เป็นที่ตั้ง ของสถานที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองตรังเลยทีเดียว
ณ ที่นี่ ชาวตรังเรียกว่า “ควนรัษฎา” หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง” เป็นบ้านพักอดีตของเจ้าเมืองตรังคือพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ที่มีลักษณะอันโดดเด่นคือเป็นเรือนไม้ 2 ชั้นเก่าแก่ รูปทรงปั้นหยา สีฟ้าหม่น ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่แสนร่มรื่น อันเป็นแบบบ้านพักของในรูปแบบของเจ้าเมือง หรือข้าหลวง ตัวแทนต่างพระเนตรพระกรรณฯ ที่ดูแลหัวเมืองปักษ์ใต้ ในสมัย รัชกาลที่ 5 ถึงต้นรัชกาลที่ 6 ที่ประเทศไทยยังมีการแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคแบบ “มณฑลเทศาภิบาล”
ภายในบ้านแบ่งออกเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องครัวอันโอโถ่ง และยังมีห้องนอนที่ตั้งอยู่ชั้นบน ตรงบริเวณกลางบ้านมีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของท่านพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีไว้ให้ผู้มาเยือนได้สักการะ นอกจากนี้ในแต่ละมุมของบ้านยังมีเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่านอย่างครบถ้วน
ย้อนกลับไปในอดีตพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ชื่อในวงเล็บนี้ ที่ใครต่างก็นึกว่าท่านเป็นฝรั่ง ที่เข้ามารับราชการในสยามสมัยนั้น แต่จริงๆ แล้วท่านเป็นคนจีนที่ได้เข้ามารับราชการ มียศตำแหน่งอยู่ในชนชั้นปกครอง ต่างกับชาวจีนในสยามที่เลือกเป็นพ่อค้า-นักธุรกิจในสมัยนั้น ส่วนคำว่า “ซิมบี้” นั้นเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน แปลว่า “ผู้มีจิตใจดีงาม”
นอกจากท่านพระยารัษฎาฯ จะดูแลเมืองตรังอย่างสุดกำลังแล้ว ยังทำอาชีพให้กับชาวตรังที่ทำกินกันมาจนถึงทุกวันนี้นั่นคือ การทำการเกษตรไว้กินในครัวเรือนแล้ว ยังส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมเพื่อการค้า โดยส่งเสริมให้ปลูกกาแฟ ที่สำคัญยังเป็นคนแรกที่นำยางพาราจากมาเลเซียมาปลูกที่นี่เป็นแห่งแรกของเมืองไทย และต้นยางพาราต้นแรกก็ยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้โดยตั้งอยู่ริมถนนก่อนเข้าสู่ตัวเมือง อ.กันตัง นั่นเอง
จากภาพถ่ายต่างๆ ที่พบเห็นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเห็นได้ว่าว่าพระยารัษฎาฯ นั้นเป็นนักเล่นกล้องถ่ายรูปรุ่นแรกๆ ของประเทศไทย กล้องถ่ายรูปพร้อมอุปกรณ์เก่าแก่ยังคงอยู่ที่นี่ ภายในพิพิธภัณฑ์มีภาพถ่ายสถานที่ ภาพตัวบุคคล ตั้งแต่ถ่ายภาพร่วมกับพระเจ้าอยู่หัว เจ้านาย เรื่อยมาจนถึงชาวบ้านระดับล่างสุด
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องใช้ไม้สอย ชุดเฟอร์นิเจอร์ ตู้โต๊ะ ที่สั่งต่อโดยฝีมือช่างชาวจีน และเตียงนอนแบบยุโรปสมัย ร.5 ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนล้ำค่า และยังมีภาพพิธีแห่ศพของท่านพระยารัษฎาฯ ในปีนังเพื่อลงเรือมาเมืองไทย ขณะนั้นอังกฤษปกครองอยู่ แต่ถึงขนาดที่ปีนังต้องปิดถนนหลายสายในพิธีแห่ศพ มีภาพเก่าหลายภาพที่ปรากฏภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้หรือเครื่องใช้อื่นๆ การแบ่งสัดส่วนในการจัดห้องแต่ละห้อง และหุ่นขี้ผึ้งรูปท่านพระยารัษฎาฯ มาที่กันตังแล้วควรแวะมาศึกษาข้อมูลที่น่าสนใจในอดีตของกันตัง เพราะที่นี่คือแหล่งเรียนรู้ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง สมกับที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าของชาวตรังและเมืองตรัง
ด้วยเหตุนี้ชาวกันตังและเทศบาลเมืองกันตัง เห็นว่าบ้านหลังนี้คือหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ควรรักษาไว้คู่เมืองตรัง จึงคิดจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงชีวิต และผลงานของพระยารัษฎาฯ ให้ชนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความสามารถของท่าน โดยได้ขออนุญาตใช้เป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงคุณูปการของพระยารัษฎาฯ ขอใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ โดย ตาโต๊ะเบียนจง อนุญาตให้จังหวัดตรังใช้บ้านหลังนี้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อ 10 ก.ย. 2535 ใช้นามว่า พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) และถึงวันนี้ยกให้โรงเรียนกันตังพิทยากรเป็นผู้ดูแล
นับเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต้องต่อสู้กับธรรมชาติ จึงทำให้ได้รับความทรุดโทรมเป็นอย่างมาก หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมมือร่วมใจกันบูรณะกันอีกสักครั้ง ก็จะทำให้ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่านี้ไม่ทรุดหายไปตามกาลเวลา
พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎาฯ เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดวันจันทร์) โดยไม่เก็บค่าเข้าชม สามารถติดต่อได้ที่ โรงเรียนกันตังพิทยากร โทร. 075-251100


