
สงครามลูหหนังเซอร์เบีย-แอลเบเนีย
เมื่อช่วงดึกวันที่ 14 ต.ค. บีบีซี สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ
โดย...ราชันเบอร์23
เมื่อช่วงดึกวันที่ 14 ต.ค. บีบีซี สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ รายงานเบื้องหลังการหยุดเกม ระหว่าง เซอร์เบีย ที่เปิดรังพาร์ติซาน สเตเดียม พบ แอลเบเนีย คู่ปรับตลอดกาล ในศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือกแบ่งกลุ่ม กลุ่มไอ เหตุระทึกในเกมเกิดขึ้นช่วงนาที 30 เมื่อมีเครื่องบินบังคับ (Drone) บินเข้ามาเหนือสนาม ติดธงสื่อข้อความทางการเมือง “Autochthonous” จังหวะดังกล่าว สเตฟาน มิโตรวิช ผู้เล่นของเซอร์เบีย กระชากธงลงมา ทำให้นักเตะแอลเบเนียกรูเข้ามาแย่ง ทำให้กรรมการ มาร์ติน แอตกินสัน ชาวอังกฤษ สั่งหยุดเกม ปรากฏว่ามีแฟนบอลเซอร์เบียกรูลงไปในสนามเพื่อเอาเรื่องนักเตะ ส่วนที่อยู่บนอัฒจันทร์พากันขว้างสิ่งของใส่นักเตะแอลเบเนียที่วิ่งหลบกัน ต่อมาแอตกินสันตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันนาที 41 ขณะเสมอกัน 00 โดยแมตช์ก่อนหน้านี้แอลเบเนียเสมอเซอร์เบีย 11 และนำจ่าฝูงของกลุ่มไอ ลงเตะ 2 นัด มี 4 แต้มเท่าเดนมาร์กที่ลงเตะไป 3 นัด
ด้าน แฮร์รี บีน ตัวแทนยูฟ่า ให้ความเห็นว่า เป็นสถานการณ์ที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง
“ผมและกรรมการและที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยจะรายงานไปยังยูฟ่า ทุกคนเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ผมให้ความเห็นไม่ได้ว่าควรตำหนิใครและอะไร ยูฟ่าจะตัดสินเองต่อไป”
ขณะที่สถานีอาร์ทีเอสของเซอร์เบีย รายงานว่าโอลซี รามา น้องของ เอดี รามา นายกรัฐมนตรีอัลแบเนีย ถูกควบคุมตัวไปจากที่นั่งวีไอพีในสนาม เพื่อสอบสวนเรื่องโดรนดังกล่าว เพราะเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าน้องชายของนายกฯ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ด้าน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังทีมชาติเซอร์เบีย ยอมรับว่าทีมของเขาต้องการแข่งให้จบ 90 นาที แต่แอลเบเนียไม่คิดอย่างนั้น
“อะไรที่เกิดขึ้นคือบางสิ่งที่เราไม่รู้ล่วงหน้าเซอร์เบียต้องการที่จะให้เกมดำเนินต่อไป ทุกคนพยายามปกป้องผู้เล่นแอลเบเนียที่กำลังเดินเข้าอุโมงค์ ซึ่งพวกเขาบอกว่าไม่พร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจเพื่อแข่งให้จบ หลังจากได้คุยกับเจ้าหน้าที่แล้ว”
หลายคนสงสัยว่าสองชาตินี้มีปัญหาขัดแย้งอะไรถึงได้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ต้องย้อนไปดูประวัติศาสตร์การเมือง เพราะสองชาตินี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานนม ในอดีตโคโซโวเป็นมณฑลอิสระแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของสาธารณรัฐเซอร์เบีย ประกอบด้วยชาวแอลเบเนียร้อยละ 90 จากประชากรจํานวน 2 ล้านคน ในปี 1998 เกิดการสู้รบอย่างรุนแรงระหว่างกองกำลังชาวโคโซวาร์เชื้อสายแอลเบเนียกับกองทัพของเซอร์เบีย เมื่อเซอร์เบียประกาศยกเลิกสถานะการปกครองตนเองของโคโซโว การสู้รบขยายตัวไปสู่การฆ่าล้างเผาพันธุ์ชาวแอลเบเนีย ส่งผลให้เกิดผู้ลี้ภัยชาวแอลเบเนียในประเทศเพื่อนบ้านจํานวนมาก การสู้รบดังกล่าวยุติลงเมื่อ NATO ใช้ปฏิบัติการทางทหารกับเซอร์เบีย ในปี 1999 ซึ่งต่อมา NATO ได้ส่งกองกำลัง Kosovo Force (KFOR) เข้าไปปฏิบัติการรักษาสันติภาพในโคโซโว และสหประชาชาติได้จัดตั้งองค์กรบริหารชั่วคราวขึ้นในโคโซโว (UNMIK) จนปี 2008 แอลเบเนียแยกตัวเป็นเอกราช โดยมีสหรัฐและยุโรปรับรอง แต่เซอร์เบียไม่ยอมรับ เพราะถือว่ามีชาวเซิร์บอาศัยอยู่ในแคว้นดังกล่าวด้วย
ปัจจุบัน สถานการณ์ของทั้งสองประเทศก็ยังอึมครึมและมีการปะทะกันประปรายตามแต่โอกาส
แม้ใครจะบอกว่า ควรแยกแยะการเมืองกับกีฬา...แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมาอีก และขอร้องให้ทุกคนแยกแยะเรื่องของการเมืองและการกีฬาออกจากกัน เพราะกีฬาเป็นเรื่องของส่วนรวม เป็นเรื่องของการพัฒนาคน
เมื่อคนมีคุณภาพ...ความคิดต่าง อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ต้องจบด้วยความรุนแรงเสมอไป!!







