
ไอธรรมนำไอที (5)
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ต่อมาท่านก็บอกว่า จงอย่าเชื่อเพราะตรรกะ ตรรกะคือ วิธีการทางตรรกศาสตร์ที่เรียกกันว่า logic เพราะอะไร เพราะว่าตรรกศาสตร์บางครั้งมีความสมเหตุสมผลแต่ไม่สมจริงนะ เช่น ตรรกศาสตร์บางบทอาจจะบอกว่า ถ้าฝนตกถนนต้องเปียกเช้านี้ถนนเปียก ดังนั้นแสดงว่าคืนนี้ฝนตก สมเหตุสมผลนะ
แต่เราไปดูข้อเท็จจริง ปรากฏว่า ที่ถนนเปียกเช้านี้เพราะเมื่อคืนเทศบาลมารดน้ำ เห็นมั้ย นี่คือตรรกศาสตร์ บางทีสมเหตุสมผลตามวิธีการทุกประการ แต่ว่าไม่สมจริง เห็นหรือยัง
ฉะนั้น ใครที่เป็นนักอภิปราย นักคิด นักเขียน แล้วใช้เทคนิคทางตรรกศาสตร์ให้เหตุผลเป็นชุดๆ ฟังแล้วน่าเชื่อถือเหลือเกิน ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อกันง่ายๆ เพราะตรรกศาสตร์ก็หลอกลวงเราได้
ต่อไปอีก ท่านก็บอกว่า อย่าเชื่อเพราะการอนุมาน อนุมานก็เป็นวิธีการทางปรัชญา เป็นวิธีการทางตรรกศาสตร์ชนิดหนึ่งเหมือนกัน ต่อให้เป็นการอนุมานโดยนักวิชาการ โดยผู้เชี่ยวชาญ โดยผู้สันทัดกรณี ก็อย่าเพิ่งเชื่อ
ต่อไป อย่าเพิ่งเชื่อเพราะว่ามันสอดคล้องกับเรื่องราวที่เราถนัด เช่น คนบางคนเป็นนักการเมือง เห็นประชาชนพากันมาประท้วง นิสัยนักการเมืองก็ฟันธงว่าม็อบการเมืองชัวร์ จริงๆ แล้วไม่ใช่ เขาเดือดร้อนจริงๆ
เห็นมั้ย การคิดเอาเองเพราะว่าเราถนัดเชี่ยวชาญในองค์ความรู้ชนิดนั้น เราเชี่ยวชาญในสาขาศาสตร์นั้นๆ พอเห็นอะไรมาเข้าทางเรา เราก็ฟันธงอย่างนั้นทันที อันนี้ก็ทำให้เราผิดพลาดจากข้อเท็จจริงได้เหมือนกัน
ต่อมาท่านก็บอกอีกว่า อย่าเชื่อเพราะว่าผู้พูดน่าเชื่อถือ ผู้พูดบางคนเป็นศาสตราจารย์ บางคนเป็นดอกเตอร์ บางคนเป็นบุคคลสาธารณะ พูดจามีหลักมีฐาน มาดดี บุคลิกดี พูดจาน่าฟัง เรียงลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
ทั้งยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงสังคม แต่บางครั้งเราอย่าไปติดกับดักของความเป็นบุคคลสาธารณะของเขา เราต้องฟังว่าเขาพูดอะไร อย่าฟังแค่ว่า ใครพูด ต้องฟังต่อไปว่า เขากำลังพูดอะไร อย่าติดกับดักของความเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ
บางคนเป็นศาสตราจารย์ บางคนเป็นดอกเตอร์ ดีกรียาวเป็นหางว่าวเลย หารู้ไม่ว่าเป็นดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก เห็นหรือยัง ระวังกับดักของความน่าเชื่อถือ
ต่อไป พระองค์บอกว่า อย่าเชื่อเพราะคิดเอาว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา หมายความว่า ต่อให้เป็นครูบาอาจารย์พูด ก็อย่าเพิ่งเชื่อทันที เพราะอะไร บางครั้งครูบาอาจารย์อาจจะอ่านผิด รู้ผิด ฟังผิด เข้าใจผิด แล้วก็เทศน์ผิด ก็เป็นได้เหมือนกัน
ต่อให้เป็นครูบาอาจารย์นะ เราชาวไทย เราชาวพุทธ มักจะสอบตกข้อสุดท้าย พอครูบาอาจารย์พูดก็ต้องเชื่อสิ ท่านมีความรู้ ท่านเรียนสูง เรียนสูงก็พลาดสูงได้ สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ใช่มั้ย
เพราะฉะนั้น ต่อให้เป็นครูบาอาจารย์ เราก็ต้องฟังท่านอย่างเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่คำพูดของครูบาอาจารย์คือมาตรฐาน เราต้องเอาพระพุทธเจ้าเป็นมาตรฐาน บางคนเอาครูบาอาจารย์ของตัวเองขึ้นตั้งเป็นมาตรฐานเหนือกว่าพระพุทธเจ้า แล้วก็เชื่อครูบาอาจารย์ตัวเองหัวปักหัวปำ ในที่สุดก็พลาดจากข้อเท็จจริง เพราะบางครั้งครูบาอาจารย์ของเราอาจจะรู้มาผิดก็ได้ อาจจะเรียนมาผิดก็ได้
กิเลสหลบใน...
เหมือนในครั้งพุทธกาล มีพระรูปหนึ่งเป็นอาจารย์ของหมู่คณะ มีศิษยานุศิษย์มากมาย ท่านสอนคนมามากมายนับไม่ถ้วน ศิษยานุศิษย์ของท่านบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ตัวท่านเองก็เข้าใจว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์ กิเลสสงบมา 60 ปี ไม่ฟูเลย
อยู่มาวันหนึ่ง ลูกศิษย์คนหนึ่งที่มาปฏิบัติธรรมกับท่าน กลับไปปฏิบัติจนได้เป็นพระอรหันต์ พอเป็นพระอรหันต์แล้ว ย้อนกลับมาพิจารณาดูครูบาอาจารย์ของตัวเอง ด้วยอัจฉริยภาพทางจิตที่เรียกว่า อภิญญา ก็ได้ค้นพบความจริงว่า เอาเข้าจริงแล้วอาจารย์ของตัวเองยังเป็นปุถุชนอยู่เลย แหม แต่ท่านเทศน์ดี สอนดีเหลือเกิน จนลูกศิษย์เป็นพระอรหันต์ไปตามๆ กัน
แล้วอาจารย์ก็เข้าใจผิดด้วยนะว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์เหมือนกัน วิธีทดสอบพระอรหันต์ของลูกศิษย์สมัยโน้นทำยังไง ลูกศิษย์ก็เลยเนรมิตตนเองเป็นช้างตกมันวิ่งเข้าไปหาอาจารย์ อาจารย์ซึ่งสงบเสงี่ยมมา 60 ปี พอเจอช้างตกมันจะวิ่งเข้ามาเหยียบ ตื่นเต้น ตกใจ ลืมตัว ตัวเองไปทางหนึ่ง จีวรกองอยู่อีกทางหนึ่ง ถึงได้รู้ว่าตัวเองยังเป็นพระปุถุชน
บางครั้งกิเลสมันหลบใน หลบตั้ง 60 ปี ลูกศิษย์ก็ไม่รู้ อาจารย์ก็ไม่รู้ ก็เทศน์ๆ กันมา สอนๆ กันมาอย่างนั้น ประมาทไม่ได้ ตัวอย่างมีเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นอย่าประมาท อย่าประมาทว่าครูบาอาจารย์ฉันแน่ คิดอย่างนี้ประมาท อย่าเพิ่งวางใจในครูบาอาจารย์ของตัวเองทุกๆ เรื่องเพราะชีวิตคือหนังยาว
ตราบใดหัวยังไม่ฝังลงไปในดิน อย่าสรุปว่าคนคนนี้ดี 100% อยู่มาอยู่ไปเมื่ออายุ 70 อาจจะลาสิกขาก็ได้ ใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้นเคารพนับถือท่าน แต่อย่าลืมเคารพนับถือตัวเองด้วย พึ่งพาอาศัยสติปัญญาของท่าน แต่อย่าลืมว่าเราก็มีปัญญาของตัวเองด้วย
เรียนธรรม รู้ธรรมจากท่าน แต่ก็อย่าลืม เราก็มีศักยภาพที่จะเข้าใจอรรถ เข้าใจธรรมไม่น้อยไปกว่าท่าน เคารพท่านได้ บนพื้นฐานของการเคารพตัวเอง
เชื่อถือท่านได้ บนพื้นฐานของการเชื่อถือตัวเอง และเหนืออื่นใด เราทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพนับถือครูบาอาจารย์ของเราอย่างคนที่ลืมตาเสมอ อย่าไปนับถือครูบาอาจารย์ด้วยอาการหลับตา
หลับตาคือ ถือเอาว่าทุกคำพูดของท่านเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด จนบางท่านบางคนนั้นมัวเมาในครูบาอาจารย์ของตัวเอง ถือเอาว่าครูบาอาจารย์ของตัวเองนั้นเป็นศาลฎีกาของความถูกต้อง
อาจารย์พูดอะไรแล้วไม่ผิด ถ้าคิดอย่างนั้นก็จะก่อให้เกิดลัทธิติดในครูบาอาจารย์ ทีนี้ก็จะพากันเข้ารกเข้าพง คนสมัยก่อนท่านพิสูจน์พระอรหันต์ด้วยการเนรมิตตนเองเป็นช้างตกมัน สมัยนี้ช้างหายาก เอารถเบนซ์พิสูจน์ได้ เครื่องบินเจ็ตเอาไปพิสูจน์ได้ หลุยส์ วิตตอง พิสูจน์ได้ เอาไปถวาย







