
ที่..ที่ความดีจะยั่งยืน
เรื่อง : แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต
ในช่วงเวลาที่คนมากมายในประเทศไทยมีความรู้สึก
“ไม่รื่นรมย์” เท่าใดนักกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ในชุมชนเล็กๆ ที่เสถียรธรรมสถาน งานค่าย SOS (Seeds of Spirituality) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2127 เม.ย. ด้วยความร่วมมือของผู้สนับสนุนใจดี ไม่ว่าจะเป็นแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 สาขาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และโครงการทำดีทุกวันจากดีแทค กลับเปิดโอกาสให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รื่นรมย์ไปกับความสามารถในการเปลี่ยนแปลงพลังงานที่เยาวชนอายุระหว่าง 1525 ปี กว่า 200 ชีวิต มีออกมาเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการนำเสนอแนวคิดเรื่องของการ “รู้ ตื่น เบิกบาน” ออกไปสู่สังคมผ่านสื่อมากมายหลายประเภทมิวสิกวิดีโอ นิตยสาร ภาพประกอบ อาหาร การแสดง ภาพถ่าย การจัดสถานที่ และคอนเสิร์ต คือ 8 ชิ้นงาน ที่เยาวชนในค่ายได้สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น และเป็น 8 ชิ้นงานซึ่งเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ร่วมกันตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ในการใช้เครื่องมือและกลวิธีในการสื่อสารผ่านงานสื่อต่างๆ เพื่อสร้างคลื่นของความสุขและคลื่นเสียงที่จะคอยปลุกและกระตุ้นเตือนให้สังคมและชุมชนที่เด็กๆ เป็นส่วนหนึ่งได้รู้จักกับคำศักดิ์สิทธิ์ 3 คำ ได้แก่ คำว่า
“รู้ ตื่น เบิกบาน”รู้...คือ รู้เท่าทันอารมณ์ในปัจจุบันขณะ รู้เท่าทันการกระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่กระทบกับรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์
ตื่น...คือ ตื่นจากการหลงอารมณ์
เบิกบาน...คือ เบิกบานเพราะความทุกข์ตามมาไม่ถึง
แม้ในช่วงแรกเด็กๆ จะยังรู้สึกไม่คุ้นชินกับคำทั้งสาม แต่เมื่อวิถีชีวิตในค่าย คำสอนของวิทยากรทั้งหลาย และกิจกรรมต่างๆ ถูกจัดขึ้นเพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่เหมาะควรแก่การเรียนรู้ เด็กๆ ก็สามารถถ่ายทอดความเข้าใจเกี่ยวกับคำดังกล่าวออกมาได้อย่างน่าทึ่ง
ฐิติวัฒน์ จรพุทธานนท์ เด็กหนุ่มอายุ 21 ปี ซึ่งกำลังศึกษาดนตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล บอกเล่าความรู้สึกของเขาที่มีโอกาสได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ความรื่นรมย์ให้กับค่าย SOS และสังคมผ่านเสียงเปียโนแจ๊ซไว้อย่างน่าฟังว่า
“น้องๆ เยาวชนในค่าย SOS ผมว่าเขาเป็นเสียงที่พยายามที่จะสะท้อนออกไปให้สังคมข้างนอกรู้ว่า เขาอยากทำอะไรให้คนอื่นมีความสุข และตัวของเขาเองก็มีความสุขด้วย ผมว่าถ้าทุกคนคิดได้อย่างนี้ สังคมของเราก็จะมีความสุข น้องๆ เยาวชนกลุ่มนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่บอกกับสังคมว่า เราซึ่งเป็นเพียงกลุ่มคนตัวเล็กในสังคมก็ทำให้ประเทศมีความสุขได้ด้วยความบันเทิงที่เป็นความบันเทิงทางปัญญา” จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ผู้ฟังเสียงดนตรีของฐิติวัฒน์ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะมีโอกาสได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รื่นรมย์ไปกับเสียงดนตรีที่เขามอบให้“
เริ่มที่ดินแค่ก้อนหนึ่ง ให้ไออุ่นต้นกล้าต้นหนึ่ง จากนั้นก็มีสายธารเมตตา หลั่งไหลเข้ามา ช่วยดูแลให้เติบโต...ทุกๆ หยดของน้ำใจ ก่อเกิดร่มเงาที่ยิ่งกว้างใหญ่ ก้าวเดินสู่การตื่นรู้ด้วยปัญญา รักเอาใจใส่ ยิ่งทำให้คุณความดีเติบโต...จากดวงใจที่ร้อน ที่วุ่นวาย ผ่านมาพักเพื่อรับร่มเงาสงบสุขนั้น เปลี่ยนเป็นใจที่พร้อม พร้อมที่จะแบ่งปัน เป็นของขวัญให้คนทุกคนด้วยไมตรี...แม้ทุกอย่างนั้นแปรเปลี่ยน แต่ความศรัทธานั้นยังเต็มเปี่ยม เกื้อกูลด้วยความเมตตา ทำให้ได้ร่มเงานี้...เป็นที่ที่ความดีจะยั่งยืน”และข้างต้น คือเนื้อเพลง
“ที่ที่ความดีจะยั่งยืน” ด้วยฝีมือการเขียนเนื้อเพลงของ คุณสุภาวรรณ พวงงาม และฝีมือการแต่งทำนองและเรียบเรียงของ คุณอภิไชย เย็นพูนสุข ซึ่ง แอมเสาวลักษณ์ ลีละบุตร ในฐานะตัวแทนของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้มอบให้แก่เสถียรธรรมสถานผ่านเสียงร้องสดที่ไพเราะในคืนวันที่ 25 เม.ย. อีกค่ำคืนแห่งความรื่นรมย์ที่นอกจากเยาวชนในค่ายจะได้มาร่วมกันแสดงผลงานของตัวเองแล้ว นักร้องและนักแสดงชื่อดังก็ยังมาร่วมกันแบ่งปันความรื่นรมย์ร่วมกับเด็กๆ ในมินิคอนเสิร์ตพลังแห่งการรู้ ตื่น เบิกบานด้วยแม้กิจกรรมค่าย SOS จะจบลงแล้ว...แต่ความรื่นรมย์ที่เกิดขึ้นก็มิได้จบลงตามไปด้วย เพราะนอกจากเด็กๆ จะทำหน้าที่ในการถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้จากในค่ายกลับไปยังชุมชนของตัวเองแล้ว เด็กๆ ก็ยังมีสัญญาใจในการที่จะกลับมาสานต่อสิ่งที่ได้เริ่มต้นไว้ร่วมกันนี้กับเหล่าพี่ผู้ใหญ่ใจดีมืออาชีพในทั้ง 8 สาขาการผลิตสื่อ เพื่อทำหน้าที่ในฐานะของผู้ผลิตสารน้ำดี ผลิตสื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งให้ผู้คนได้
“รู้ ตื่น เบิกบาน” อย่างแท้จริงร่วมกันต่อไปในวันวิสาขบูชาที่เราจะร่วมพุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธองค์อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 28 พ.ค. 2553 และขอเชิญชวนผู้สนใจในธรรมทั้งหลายมาร่วมปฏิบัติภาวนาร่วมกัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 025090085 หรือ www.sdsweb.org n ธรรมสวัสดี






