เรื่องของวัย แมนิค สตรีท พรีเชอร์ส
วงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกจากเวลส์ที่กำเนิดเมื่อปลายทศวรรษ 1980 ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา “แมนิค สตรีท พรีเชอร์ส”
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
Manic Street Preachers
Rewind The Film * * * 1 / 2 (Sony Music)
วงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกจากเวลส์ที่กำเนิดเมื่อปลายทศวรรษ 1980 ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา “แมนิค สตรีท พรีเชอร์ส” ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ มามากมาย แต่ก็สามารถที่จะยืนหยัดอยู่รอดมาได้ โดยมีดนตรีเป็นอาวุธ
แมนิคฯ เป็นวงที่ประสบความสำเร็จทั้งในเชิงพาณิชย์และได้รับการยอมรับจากเหล่านักวิจารณ์ทำให้พวกเขากลายมาเป็นหนึ่งในวงร็อกชั้นนำแห่งสหราชอาณาจักร นอกจากซาวด์อัลเทอร์ร็อกที่โดดเด่นแล้ว เอกลักษณ์ของแมนิคฯ อีกอย่างหนึ่งคือ การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง (ฝ่ายซ้าย) และแนวคิดแบบปัญญาชนที่ปรากฏในเนื้อหาของบทเพลง
ปัจจุบัน แมนิคฯ ประกอบด้วยสมาชิก 3 หนุ่มคือ เจมส์ ดีน แบรดฟิลด์, นิคกี ไวร์ และฌอน มัวร์ ซึ่งล้วนอยู่ในวัย 40 เศษๆ แล้ว แต่ยังไม่หมดไฟที่จะสร้างสรรค์ เพียงแต่ผลงานในวันนี้กับวันวานอาจจะแตกต่างไปบ้าง ซึ่งเห็นได้ชัดในอัลบั้มชุดที่ 11 นี้
Rewind The Film เป็นอัลบั้มเล่าเรื่องราวของชาววัยกลางคน เป็นความรู้สึกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการยอมรับและความโกรธเกรี้ยวดึงดัน อย่างที่สมาชิกวงบอกว่า เป็นการทำสมาธิด้วยเรื่องราวของความตาย “ตอนนี้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ระยะห่างระหว่าง 40 กับ 50 เป็นเรื่องยากที่จะนำทางสำหรับวงดนตรีอย่างเรา” นิค บอก
อัลบั้มนี้มีงานดนตรีอะคูสติกเป็นหลัก เครื่องเป่าเครื่องสายถูกนำเข้ามาสร้างสีสัน เป็นงานแบบที่พวกเขาเคยคุยกันว่าอยากจะทำเมื่อ 20 ปีก่อน โดยมีอัลบั้มของ บรูซ สปริงสทีน ชุด Nebraska เป็นต้นแบบ แต่เมื่อเริ่มทำงานชุดนี้จริงๆ Songs From a Room ของ เลียวนาร์ด โคเฮน กับ Long Gone Before Daylight ของ เดอะ คาร์ดิแกนส์ ก็เข้ามามีอิทธิพล ทั้งยังมี Automatic for The People ของ อาร์อีเอ็ม เป็นภาพในใจระหว่างการทำงานอีกด้วย งานชุดนี้อาจจะดูเหมือนเป็นการวิ่งหนีตัวเอง แต่ความจริงแล้ว นี่คือ ตัวตนอีกด้านหนึ่งของพวกเขาต่างหาก
เพลงเด่นในอัลบั้มนี้คือ This Sullen Welsh Heart, Show Me the Wonder, Rewind the Film และ 4 Lonely Roads สำหรับ This Sullen Welsh Heart มี ลูซี่ โรส มาร่วมร้อง มีเนื้อตอนหนึ่งว่า “I don’t want my children to grow up like me” ส่วนเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม นำบางส่วนของเพลง A Little Girl Lost จากปี 1969 ของ เดวิด แอกเซลรอด มาใช้ โดยมีมือกีตาร์และนักร้องนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ริชาร์ด ฮอว์ลีย์ มาร่วมงานด้วย เคต เลอ บอง นักร้องชาวเวลส์มาร่วมงานใน 4 Lonely Roads เพลง Show Me the Wonder โดดเด่นด้วยเสียงเครื่องเป่า เนื้อหาหลายเพลงเป็นการหวนรำลึกอดีตแบบที่ผู้ใหญ่ (คนแก่) เป็นกัน เจมส์ ยังคงร้องเพลงด้วยความเชื่อมั่น แต่ไม่ได้ตะโกนใส่ไมค์เหมือนเมื่อก่อน แม้จะร้องเบาแต่ก็ยังมีพลัง
ดูเหมือนพวกเขาบีบเค้นพลังงานออกมาทุกเม็ด เพื่อจะพิสูจน์ว่า แมนิคฯ ยังคงเป็นวงดนตรีร็อกแอนด์โรลวงเดิม (ที่แตกต่าง) ผลลัพธ์คือ อัลบั้มที่เปิดกว้างทางดนตรี เปิดเปลือยตัวตนและความรู้สึกอย่างซื่อสัตย์ อบอุ่น สง่างาม และเต็มไปด้วยความแปลกใจ เป็นอัลบั้ม “เบาๆ” และ “งามงาม” ที่สุดของวง
วันนี้ไม่ว่าวัยหรือสรีระหรือหน้าตาจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่แมนิคฯ ยังคงรักษาฟอร์มความเป็นวงดนตรีร็อกชั้นนำไว้ได้







