
วิถีจิตวิถีธรรมในสติปัฏฐาน... ตามแนวอานาปานสติ (ตอน ๖)
ในส่วนคุณภาพจิตที่สามารถทำวิปัสสนาให้บังเกิดขึ้นได้ในเบื้องต้น และสามารถพัฒนากลับมาหาสมถะ
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ในส่วนคุณภาพจิตที่สามารถทำวิปัสสนาให้บังเกิดขึ้นได้ในเบื้องต้น และสามารถพัฒนากลับมาหาสมถะ คือ ค้นคว้า รับรู้เข้าไปในสภาพธรรมนั้นๆ ที่เกิดจากการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก... ค้นคว้าก็คือการกำหนดหยั่งรู้ลงไปในสภาพธรรมนั้นๆ จนจิตค่อยๆ รวมตัวด้วยความรู้แจ้งจริงนั้น จนเกิดความสงบนิ่ง อันเป็นความสงบที่เกิดจากความตั้งมั่นของจิต และอาศัยความตั้งมั่นของจิตที่เกิดจากการค้นคว้านั้น เข้าสู่วิถีแห่งการทำให้เกิดปัญญาอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นลักษณะการเจริญวิปัสสนานำสมถะ ดังนั้นนัยแห่งการปฏิบัติเจริญจิตตภาวนาในพระพุทธศาสนา ที่สามารถจัดรูปแบบสมถะวิปัสสนากรรมฐานได้เป็น ๔ ประเภท คือ
ประเภทที่หนึ่ง ก็คือ ทำสมถะให้เกิดขึ้นก่อน แล้วจึงจะเจริญวิปัสสนา (สมถะนำวิปัสสนา)
อีกประเภทหนึ่ง ก็คือ ทำสมถะและวิปัสสนาไปพร้อมกัน (สมถะและวิปัสสนา พัฒนาไปพร้อมกัน)
อีกประเภทหนึ่ง คือ ทำวิปัสสนาให้เกิดขึ้นแล้วรวมที่สมถะ (วิปัสสนานำสมถะ)
อีกประเภทหนึ่ง คือ เจริญวิปัสสนาล้วนๆ เลย (วิปัสสนาส่วนเดียว)
ในกระบวนการของการเจริญอานาปานสติกรรมฐาน สามารถพัฒนาคุณภาพจิตทั้ง ๔ ประเภทได้ตามปกติ นี่คือความอัศจรรย์ลุ่มลึกของอานาปานสติกรรมฐาน... ส่วนใครจะรู้ว่าสามารถประพฤติปฏิบัติในแนววิธีการใดได้บ้างนั้น จึงไม่ใช่ปัญหาที่จะมานั่งคิด หากประสงค์เจริญจิตด้วยวิธีอานาปานสติกรรมฐาน จึงควรเริ่มต้นเรียนรู้ด้วยการกระทำไปตามลำดับแห่งธรรมบรรยายนี้ ซึ่งจะค่อยๆ ลำดับธรรมเข้าสู่จิต ให้จิตอ่านธรรมออก บอกธรรมได้ มีประสิทธิผลจนรู้แจ้งชัดด้วยตน (ผู้ปฏิบัติ) ว่า สามารถปฏิบัติตามหลักปฏิบัตินี้ได้จริง...
ในเบื้องต้น ให้ผู้มุ่งศึกษาปฏิบัติ ควรกำหนดตั้งลมคู่หนึ่งขึ้น ลมคู่นั้นคือ ลมที่หายใจเข้า ลมที่หายใจออก โดยการปรับสภาพความพร้อมทั้งกายทั้งจิต ให้พร้อมที่จะเจริญภาวนา หรือทำกรรมฐาน หรือการปฏิบัติกรรมฐาน ซึ่งต้องให้พร้อมทั้งทางกายและทางจิต ซึ่งต้องใช้ความพร้อมจากทั้งสองส่วนเป็นฐานแห่งการปฏิบัติกรรมฐาน
ดังนั้น ในเบื้องต้น พึงตั้งกายให้ตรง ทำจิตเรานั้นให้รวมรู้อยู่ที่กายนี้ก่อน โดยใช้สติกำกับควบคุมจิตให้รวมรู้อยู่ที่กายนี้ สงบอยู่แต่ภายใน คือ ไม่ส่งจิตออกไปภายนอก ในเบื้องต้นต้องทำให้ได้ก่อน...
การปฏิบัติกรรมฐานนี้ เป็นการทำงานของจิต ไม่ควรรีบร้อนแบบเรื่องการทำงานทางโลก ต้องอย่าลืมว่า มันเป็นเรื่องของการทำงานทางจิต จิตนี่มีความประณีตความละเอียดมาก ประณีตละเอียดอ่อนมากๆ จิตจึงหวั่นไหวได้เร็ว มันเป็นสภาพลักษณะของจิต เป็นลักษณะธรรมชาติของจิต หวั่นไหวเร็วมาก แวบเดียวจิต...หวั่นไหวทันทีเลย หากมีสภาพธรรมใดๆ มากระทบชักจูงจิตออกไป...
(อ่านต่อฉบับหน้า)







