
In My Bag
จินต์ปรีดา ยอนซู เกาหลีใต้ “มักไปจับจ่ายซื้ออาหารวันธรรมดาที่ “อีมาร์ท”
โดย...เรือนแก้ว บำรุง – สัมภาษณ์ / เรียบเรียง
ชื่อ : “จินต์ปรีดา” อายุ 38 ปี
อาชีพ : กำลังศึกษาต่อปริญญาโท สาขา MBA
ที่อยู่ : ยอนซู เกาหลีใต้ / ตั้งแต่ปี 2003
แหล่งหาซื้ออาหาร
“มักไปจับจ่ายซื้ออาหารวันธรรมดาที่ “อีมาร์ท” ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังของเกาหลี เพราะอยู่ห่างจากบ้านไปหนึ่งสถานีรถไฟใต้ดิน ของที่นี่สดและราคายุติธรรม มีผักผลไม้พื้นเมืองเกาหลีหลากหลายให้เลือกซื้อ และสามารถซื้อในปริมาณน้อยๆ เหมาะกับครอบครัวเล็กๆ ตัวเองมักไปซื้อของตอนดึกราวสองทุ่ม เพราะจะได้ซื้อของสดลดราคาก่อนมาร์ทปิดทำการ วันเสาร์ถ้ามีเวลาจะไปซื้อพวกอาหารทะเลจำพวกปู หอย ปลาทะเลสดๆ ที่สะพานปลา ตั้งอยู่ย่านโซเร่ อยู่ห่างจากบ้านราวยี่สิบนาที จะไปแต่เช้าตรู่ราวหกโมงเช้า คนขายจะให้ราคาดีเพราะถือว่าเป็นการประเดิมของ ก่อนที่จะเริ่มขายในวันหยุดสุดสัปดาห์
วันสุดสัปดาห์หากมีเวลามากๆ อยากเปลี่ยนบรรยากาศ จะตื่นแต่เช้านั่งเรือเล่นข้ามทะเลไปยังเกาะเล็กๆ ในเมืองอินชอน ที่ตั้งอยู่ห่างจากบ้านประมาณชั่วโมงกว่าๆ เพื่อไปซื้อหอยทะเลสดตัวโตๆ หรือปูทะเล เพื่อทำอาหารจานพิเศษในวันหยุด มีอยู่ครั้งหนึ่งโชคดีไปถึงเกาะพบว่ามีหอยมากมายให้ขุดเองตามชายหาด ก็จัดการขุดหอยลาย และหอยทะเลอี่นๆ เก็บกลับมาบ้านโดยไม่ต้องซื้อ ใช้เวลานานหน่อย แต่ภูมิใจกับอาหารที่เสาะหาได้เองอยู่หลายวัน”
การเลือกซื้ออาหาร หีบห่อ ยี่ห้อผลิตภัณฑ์
“ที่บ้านทำอาหารไม่ใส่เครื่องปรุงสำเร็จรูปมากนัก มักใช้เครื่องปรุงหลัก คือ เกลือทะเล ซอสถั่วเหลือง ถั่วหมักเกาหลี (แทวนจาง) พริกแกงเกาหลี (โกชูจัง) เมล็ดงาคั่ว น้ำมันงา ส่วนผสมเหล่านี้ดูพื้นๆ แต่สำคัญมาก ดังนั้นจะเลือกอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ เกลือจะต้องเป็นเกลือทะเลธรรมชาติที่มีรสเค็มพอเหมาะ ถั่วหมักและพริกแกงเกาหลีจะไม่ชอบซื้อแบบที่ผลิตจากโรงงานขนาดใหญ่ๆ จะไปหาซื้อจากร้านเล็กๆ ที่ทำผลิตภัณท์เหล่านี้โดยเฉพาะ สูตรโฮมเมด น้ำมันงาและเมล็ดงาคั่วต้องเป็นของใหม่เท่านั้น ส่วนผงชูรสก็จะใช้ส่วนผสมแบบธรรมชาติโดยการซื้อเห็ดหอมแห้ง กุ้งแห้ง หอยแมลงภู่แห้ง ปลาแห้ง และสาหร่ายแห้ง แล้วนำมาปั่นเป็นผงเก็บไว้ในขวด
อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ จะเน้นกินปลาทะเล ปลาหมึก หอยทะลต่างๆ แล้วแต่ว่าวันนั้นที่ตลาดมีอะไรสดๆ ให้เลือก โดยมากจะซื้อที่ยังเป็นๆ อยู่ เพื่อให้มั่นใจว่าสดจริงๆ นอกจากนี้จะทานเนื้ออกไก่ เต้าหู้ เพราะไขมันน้อย นำมาปรุงอาหารต่างๆ ได้ง่าย ส่วนแฮม เนื้อหมู เนื้อวัว จะกินเป็นครั้งคราว สลับกันไป
ผักและผลไม้จะกินแต่ของตามฤดูกาลที่นี่ ช่วงนี้ปลายฤดูร้อนต้นฤดูใบไม้ร่วง จะมีลูกพีชหลากสีพันธุ์ต่างๆ ให้เลือกกิน รวมทั้งแอปเปิลและลูกแพร์เนื้อแน่นหวานกรอบ เวลากัดกินแล้วได้ยินเสียงกรอบๆ กรุบๆ รบกวนใจคนนั่งข้างๆ นอกจากนี้ก็มีองุ่นแคมแปลล์ สีม่วงเข้ม รสเปรี้ยวหวาน ให้เลือกกินอย่างจุใจ
ส่วนผัก จะมีพวกผักใบเขียวต่างๆ ที่ปลอดสารพิษ ใบงา ใบพริก ผักโขม เห็ดพันธุ์ต่างๆ มะเขือเทศเชอร์รี ผักสลัดใบสารพัดให้เลือกซื้อ อีกไม่กี่วันจะเข้าฤดูทำกิมจิ ก็จะมีผักกาดขาวยักษ์ หัวผักกาดขาว อวบๆ อ้วนๆ ออกมาวางขายล่อใจให้ทำกิมจิอีก ที่บ้านจะกินข้าวกล้องหุงผสมถั่วต่างๆ ชอบข้าวใหม่เวลาหุงจะไม่แห้งมาก ที่เกาหลีตัวข้าวจะเหนียวแน่นเหมือนข้าวญี่ปุ่น ทำให้กินได้ครั้งละไม่มากแต่อิ่มนาน ซื้อครั้งละสิบกิโลกรัมกินได้นานสองเดือน ไม่มียี่ห้อเฉพาะเจาะจง แล้วแต่คุณภาพของข้าวสารที่มีขายในวันที่ไปซื้อ ราคาประมาณสี่หมื่นถึงห้าหมื่นวอน ถือว่าราคาสูง แต่ก็ทำใจแล้ว เพราะของที่นี่แพง
นอกจากอาหารหลักๆ ที่กล่าวไปแล้ว จะซื้อสาหร่ายทะล อาหารจำพวกนมสด โยเกิร์ต ไข่ และชีส โดยมากเลือกแบบไขมันต่ำ ปลอดสารพิษ ผลิตในประเทศ เช่น ไข่ จะเลือกซื้อไข่ที่ได้จากระบบการเลี้ยงไก่แบบปล่อยธรรมชาติ นมไขมันต่ำ ไม่ติดยี่ห้อมาก แค่ดูที่แหล่งผลิตว่าเชื่อถือได้ ราคาเหมาะสม
ส่วนพวกอาหารกินเล่นจะเน้นพวกถั่วต่างๆ เช่น อัลมอนด์ พิสตาชิโอ วอลนัต หรือผลไม้อบแห้ง เช่น ลูกพลับแห้ง ลูกแอปริคอตอบแห้ง ฯลฯ หรือบางทีเอาผลไม้ราดหน้าด้วยโยเกิร์ตถือเป็นอาหารมื้อเบาๆ ตอนเช้าหรือตอนเย็น
ช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลวันชูซอก ซึ่งถือว่าเป็นเทศกาลการเฉลิมฉลองที่สำคัญที่สุดในเกาหลี จะฉลองในวันที่ 15 ค่ำ เดือน 8 ทางจันทรคติ ถือเป็นวันขอบคุณบรรพบุรุษสำหรับผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ในปีนั้นๆ ในปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ก.ย. โดยที่นี่จะฉลองสามวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 18-20 ก.ย. ในช่วงเทศกาลนี้คนเกาหลีจะเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อไปพบพ่อแม่และญาติพี่น้อง มีการจัดอาหารบูชาบรรพบุรุษที่สุสาน หรือที่บ้านที่เก็บรักษาป้ายวิญญาณของบรรพบุรุษ โดยการจัดวางอาหารบนโต๊ะไหว้บรรพบุรุษ ที่จะมีการกำหนดว่า อาหารควรจะมีอะไรบ้าง อาหารชนิดไหน ควรวางทิศใดบนโต๊ะอาหาร ลูกหลานจะเรียนรู้จากผู้ใหญ่ในเรื่องนี้
ในวันเทศกาลนี้ ขนมประจำเทศกาล คือ ซงพยอน เป็นขนมรูปพระจันทร์เสี้ยว ทำมาจากแป้งข้าวเกาหลี คล้ายๆ แป้งข้าวเหนียว โดยเอาแป้งผสมน้ำแล้วมาทำเป็นแผ่นวงกลม อาจมีการใส่สี อย่าง สีชมพู สีเขียว สีขาว หรือผสมผักใบเขียวเพื่อให้สีเขียว แล้วนำไส้ขนมอย่างน้ำตาลทรายแดงผสมกับเมล็ดงา ถั่วบด หรือเกาลัดบด แล้วปั้นเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว หลังจากนั้นนำไปนึ่งบนใบสนเพื่อให้มีกลิ่นหอมของใบสน
สำหรับบางบ้าน มีนำไปนึ่งบนผ้าขาวบางเลยก็มี ในการทำขนมซงพยอนนี้ คนในครอบครัวจะรวมตัวช่วยกันปั้น คนเกาหลีเชื่อว่า ใครปั้นขนมซงพยอนได้สวย ถ้าเป็นคนโสดจะได้คู่สมรสที่ดี แต่ถ้าแต่งงานแล้วก็เชื่อว่าจะได้ลูกสาวสวย ทำให้ทุกคนพยายามปั้นขนมนี้อย่างพิถีพิถัน เราคิดไปเองว่าสงสัยเป็นอุบายของผู้ใหญ่สมัยก่อนให้ลูกหลานตั้งใจปั้นขนมให้สวย”
ในถุงกับข้าววันนี้
“ถุงช็อปปิ้งของเราจะเป็นถุงผ้าที่ได้รับแจกจากงานประชุมสิ่งแวดล้อมต่างๆ ติดตัวไปเพื่อจ่ายกับข้าว ที่นี่ถ้าไปซื้อของที่มาร์ทใหญ่ จะต้องจ่ายค่าถุงประมาณสามบาท แต่ในตลาดสดยังมีการให้ถุงพลาสติกฟรีอยู่ แต่ถุงที่นี่เป็นสีดำเหมือนถุงขยะบ้านเรา แรกๆ ไม่คุ้น ไปซื้อเต้าหู้ที่ตลาดแล้วคนขายเอาเต้าหู้ก้อนใส่ถุงดำให้ ต้องทำใจอยู่นานกว่าจะรับได้
วันนี้ซื้อเสบียงตุนไว้สำหรับการทำอาหารหนึ่งสัปดาห์ ซื้อแฮมสำหรับทำแซนด์วิชตอนเช้า ส่วนปลาแอนโชวี่แห้งเอาไปคั่วน้ำมันงากับอัลมอนด์กรอบๆ ใส่น้ำตาลนิดหน่อย สำหรับกินกับข้าวต้ม หรือทำเป็นไส้สำหรับใส่ข้าวปั้นรูปสามเหลี่ยม ที่บ้านมักกินอาหารเช้าแบบที่แพ็กได้ง่าย เพื่อจะได้กินขณะรถติด ระหว่างที่ขับรถไปทำงานตอนเช้าได้
เนื้อไก่สันใน ไข่สด มะเขือม่วง หัวหอม แครอต มันฝรั่ง ผักสลัดใบเขียวหลากชนิดแบบปลอดสารพิษ มะนาวเอามาใช้ทำน้ำสลัด จะทำสลัดรับประทานช่วงกลางวันระหว่างสัปดาห์ บางทีก็ทำข้าวผัด แกงกะหรี่แบบเกาหลี หรืออาหารจานเดียวแบบง่ายๆ
เต้าหู้กับถั่วงอกซื้อมาทำแกงจืดแบบไม่ใส่หมู น้ำซุปจะทำจากปลาโออบแห้ง สาหร่ายแห้งและกุ้งแห้ง ต้มได้น้ำซุปแล้วจะตักทิ้ง จากนั้นใส่ถั่วงอกกับเต้าหู้ โรยหน้าแกงจืดด้วยต้มหอมซอย ปรุงรสด้วยเกลือทะเลนิดหน่อย กินอร่อยแบบเบาๆ
วันนี้ที่มาร์ท มีปลาแมคเคอแรลตัวอ้วนพีสดๆ ลดราคา เลยรีบซื้อมาทำมื้อเย็น คิดว่าจะทำปลาราดพริกใส่น้ำแกงขลุกขลิกสไตล์เกาหลี โดยจะแกงใส่หัวผักแข็งที่ต้มจนสุกก่อน แยกต่างหากหัวผักกาดขาว มันฝรั่ง แครอต แล้ววางปลาสดที่หั่นเป็นท่อนโตๆ ไว้ข้างบนผักที่ต้มสุกแล้วเหล่านี้ แล้วราดบนตัวปลาด้วยน้ำซอสที่ผสมจากพริกป่นเกาหลี ซอสถั่วเหลือง ขิง กระเทียม มิรินเหล้าที่ใช้ปรุงอาหารดับกลิ่นคาว น้ำตาลนิดหน่อย แล้วใส่น้ำต้มผักแบบขลุกขลิกให้พอท่วมปลา ต้มประมาณยี่สิบถึงสามสิบนาที จนน้ำซุปเกือบแห้งเกาะตัวปลา เสิร์ฟโดยหั่นซอยพริกชี้ฟ้าแดง ก้านต้นหอมยักษ์ก้านใหญ่โรยหน้า ก็จะได้อาหารเย็นสไตล์เกาหลี ดีต่อสุขภาพ เก็บไว้กิน 2-3 มื้อ บางทีก็เอาปลาแมคเคอแรลมาทอด แล้วทำสปาเก็ตตีกินอร่อยไปอีกแบบ สำคัญที่สุด คือ ปลาต้องสด อาหารจะได้ไม่มีกลิ่นคาว
นอกจากนี้ ก็มักจะซื้อไข่ นม ติดบ้านไว้ เผื่อทำอาหารอื่นๆ หรือดื่มแก้หิวตอนดึก”







