
นุ่น 9 วัด
.....วิชชืญะ ยุติ
“9
วัด” ถูกโปรโมตว่าเป็นทฤษฎีความกลัวรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏในวงการหนังไทย ซึ่งน่าสะพรึงกลัวด้วยบรรยากาศอันหลอนหลอกให้คนดูรู้สึกถึงอารมณ์ตัวละครที่กำลังเจอเคราะห์กรรมเมื่อครั้งอดีตเล่นงานอย่างจังหนังเลือกที่จะสะท้อนความเชื่อเรื่องทำบุญสะเดาะเคราะห์แบบตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันก็บอกเล่าความดื้อรั้นของคนยุคดิจิตอลที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง จนโดนคุกคามจากสิ่งเร้นลับที่ใครก็ไม่อาจให้คำตอบได้
ผู้กำกับ
“ษรัณยู จิราลักษณ์” อาศัยบารมีนักแสดงมากฝีมือร่วมประชันบท หนึ่งในนั้นก็คือ “นุ่นศิรพันธ์ วัฒนจินดา” ที่กล้าพลิกคาแรกเตอร์ ชนิดไม่เหลือเค้าของสาวสวยคนเดิม เพราะบทที่เธอได้รับนั้นเปรี้ยวปรี๊ดจี๊ดสดับจิตโดยแท้ ตั้งแต่ทรงผมหั่นสั้น เปลี่ยนเป็นสีทองทั้งหัว แถมในเรื่องเธอยังยอมโชว์หุ่นด้วยชุดบิกินีตัวจิ๋ว “พอได้อ่านบทแล้วก็รู้สึกว่าชอบตัวละครตัวนี้จังเลย ยิ่งได้มาทำงานมันเป็นอะไรที่ท้าทายมาก โลเกชันหลากหลายดี แต่โชคดีที่หนังถ่ายแบบไล่ลำดับ ไม่ได้กระโดดไปมาจนทำให้เรางง เหมือนเราก็ได้เรียนรู้ตัวละครที่เราเล่นไปด้วย พร้อมๆ กับได้พัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครไปในตัว” ตลอดทั้งเรื่องโลเกชันส่วนใหญ่จะอยู่ในวัด กลิ่นอายของความเป็นหนังผีจึงมีค่อนข้างสูง ไม่เพียงแค่นั้น หนังยังคงโดดเด่นฐานะโรดมูวีที่นำไปสู่การเติบโตตัวละครและจุดคลี่คลายใครที่ได้ดูหนังแล้ว คงจะเห็นความทุ่มเทของนักแสดงสาวรายนี้ว่าเกินร้อย และไม่แปลกหากคุณจะยกฉายา
“นุ่น 9 วัด” ให้แก่เธอ ด้วยบทบาท “ปุ้น” ที่ถ่ายทอดออกมา ต้องขอชื่นชมในสปิริตโดยแท้ “นุ่นอยากจะได้บทที่เปลี่ยนตัวเองไปในรูปแบบต่างๆ เลยต้องเลือกบทนิดหนึ่ง อย่างเรื่องนี้ก็เปลี่ยนเยอะค่ะ ไลฟ์สไตล์ ทัศนคติ การใช้ชีวิต ตัวนุ่นจริงๆ กับตัวปุ้นคนละเรื่องกันเลย เป็นโจทย์ที่ยากมากที่จะทำให้คนดูเชื่อว่าเราคือปุ้น ไม่ใช่นุ่น ต้องหาคนที่มีคาแรกเตอร์แบบเนี่ยมาอ้างอิง สำคัญคือการตีความเพื่อให้เข้าถึงตัวละครและบทที่เราได้รับ” คาแรกเตอร์ที่ฉีกไปจากเดิม นับเป็นก้าวย่างเติบใหญ่บนเส้นทางบันเทิงของนักแสดง ที่แม้จะไม่ได้มีผลงานมากมาย แต่ทุกเรื่องและทุกครั้งที่ผลงานปรากฏสู่สายตาประชาชน ก็มักสร้างความประทับใจเสมอ “เพื่อนสนิท” หนังประเดิมที่ได้ใจแฟนหนังไปเต็มๆ ต่อด้วยหนังผีมีสไตล์เฉพาะตัว “เปนชู้กับผี” จนถึงหนังดรามาแนวอุดมการณ์ “หนึ่งใจเดียวกัน” ล้วนแต่การันตีถึงความเหนือชั้นด้านการแสดงทั้งสิ้นในหนัง
“9 วัด” นุ่นก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเธอสามารถทำหน้าที่ดาราหน้ากล้องแบบไม่ขาดตกบกพร่อง ยิ่งเฉพาะอารมณ์หวาดกลัว เธอยอมรับเป็นไปโดยอัตโนมัติตามประสาคนขยาดผีและเรื่องลี้ลับ “ถ้าใครที่มีพื้นฐานความเชื่อเรื่องผี นุ่นว่าความรู้สึกกลัวมันก็จะเกิดขึ้นเอง ไม่จำเป็นต้องอาศัยอะไรหรอก อย่างตัวนุ่นนี่เป็นคนที่เชื่อเรื่องผีมาก ตอนเด็กๆ เวลาดูรายการมิติมืด โอ้ย...กลัวมาก แล้วผีสมัยก่อนมันน่ากลัว เป็นภาพที่ติดตาเรามาเลย เหมือนเราถูกปลูกฝังเรื่องนี้มาตลอด เราก็เลยค่อนข้างจะเชื่อเรื่องผี ทั้งๆ ที่ก็ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ นะ พอมาเล่นหนังผี ความกลัวที่เราแสดงออกมา มันจึงเป็นความกลัวที่เรารู้สึกจริงๆ” ภาพลักษณ์ของนุ่นในสายตาคนทั่วไป อาจจะคิดว่าเธอเปรี้ยวเซี้ยวซ่า แต่ตัวจริงเท่าที่เราได้สัมผัส มันคนละเรื่องราวกับคนละคน นุ่นคือผู้หญิงนิ่งๆ ไม่ใช่คนช่างเจรจามากมาย มีสติเวลาถูกจี้ด้วยคำถามส่วนตัว ไม่เอ่ยปากแบบลนลาน แถมยังธรรมะธัมโมเสียด้วย “ไม่เชื่อใช่ไหมว่านุ่นน่ะชอบเข้าวัด ปกติถ้าว่างนุ่นก็จะขับรถไปปฏิบัติธรรม ไปคนเดียวค่ะ ไปทีก็หลายวัน บางทีเป็นอาทิตย์ อุทัยธานีนี่ไปบ่อย นุ่นจะเลือกไปที่ที่เงียบๆ คนไม่ค่อยเยอะมากกว่า ที่ดังๆ ก็อยากไปนะ แต่ยังไม่มีโอกาส”สำหรับนุ่นสิ่งที่เธอได้รับจากการเจียดเวลาไปปฏิบัติธรรมคือ เข้าใจในการใช้ชีวิตที่เนิบช้าลง ใจผ่อนคลายด้วยวิธีทำให้ตัวเองมีสมาธิ รู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายอย่างมีความสุข
“
วงการบันเทิงมันเอาอะไรไปจากเราเยอะมากนะ ซึ่งในแง่ของวัตถุมันก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมาเหมือนกัน แต่ถ้าเราได้หยุดพักบ้าง ไม่ข้องแวะกับมันสักระยะหนึ่ง จะรู้เลยว่าการอยู่สงบๆ มันคือสิ่งที่จะช่วยให้ชีวิตมีพลังเพิ่มมากขึ้น”เนื้อหาหนัง
“9 วัด” ตอกย้ำถึงเหตุและผลของกรรมที่แต่ละคนกระทำไว้ ไม่ว่าชาติก่อน หรือปัจจุบันชาติ ไม่มีใครจะหลีกพ้นได้ และใครทำอะไรย่อมต้องชดใช้คืน ซึ่งนุ่นเองเชื่อเช่นนั้น และเธอก็ยังเชื่อว่ากรรมจะถูกปลดเปลื้องไป ถ้ารู้จักทำบุญ“
เดี๋ยวนี้การเข้าวัดไม่ใช่เรื่องเชย หรือเป็นเรื่องของคนแก่แล้วนะ วัยรุ่นกับวัดใกล้ชิดกันมากขึ้น เวลานุ่นไปวัดจะเจอคนรุ่นเดียวกับเรา เห็นแล้วปลื้มใจค่ะ วัยรุ่นเริ่มมีทัศนคติต่อวัดเปลี่ยนไป เหมือนเป็นเทรนด์ แต่จริงๆ ก็ไม่อยากให้เป็นแค่เทรนด์หรอก อยากให้เป็นแบบเนี่ยตลอด เข้าวัดโดยเป็นวัตรปฏิบัติอย่างหนึ่งของชีวิต”






