
ปมในใจ
มนุษย์ทุกคนล้วนมี
“ปม” ที่ฝังลึก ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆ ที่ต่างก็รอเวลา “คลายปม” ที่ฝั่งแน่นในจิตใจเหล่านั้นออกมา เมื่อถึงเวลาที่เหลืออดแม้หนังเรื่องนี้จะเป็นหนังแฟนตาซีเกี่ยวกับเด็กที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันไม่สิ้นสุด แต่มันกลับไม่ได้เข้าฉายในบ้านเรา (รวมทั้งอีกหลายประเทศ) นั่นอาจจะเป็นด้วยเหตุผลที่ว่าเนื้อหาผิวเผินของหนังโดยรวมนั้นเต็มไปด้วยความก้าวร้าวและรุนแรง
ทว่าหากสัมผัสให้ลึกซึ้งมันต่างมีเหตุและผลมากพอที่จะรองรับว่าทำไมหนังเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยความดิบหยาบ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเกินจริงสักนิด ซึ่งคุณอาจจะเคยสัมผัสกับพฤติกรรมแปลกของลูกหลาน หรือเด็กๆ ที่อยู่รอบๆ ตัว รวมถึงวัยเด็กตัวคุณเองก็คงจะเคยกระทำตัวเยี่ยงนี้มาก่อน
Where the Wild Things Are ดัดแปลงมาจากนิทานคลาสสิกในชื่อเดียวกันของ มอริส เซนดัค นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกา กำกับโดย สไปค์ โจนซ์ ผู้กำกับสุดแนว ที่ไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่เขาจะเลือกหยิบเอาอารมณ์ดิบๆ ที่ฝังอยู่ใต้ส่วนลึกของเด็กคนหนึ่งมาถ่ายทอด มากกว่าจะเสนอในมุมที่เดียงสา หรือว่าน่ารัก น่าชัง
เนื้อหาของหนังเล่าเรื่องของ แม็กซ์ เด็กชายสุดแสบและแสนจะเซนซิทีฟ (ค่อนข้างก้าวร้าว) ที่วันๆ เอาแต่ใส่ชุดหมาป่าวิ่งเล่นไปมา คืนหนึ่งก่อนกินอาหารค่ำเขาเกิดทะเลาะกับแม่ที่ไม่ตามใจเขา เมื่อไม่ได้อะไรอย่างที่คิด แม็กซ์จึงแสดงอาการดื้อรั้นเต็มขั้น ก่อนร้องไห้วิ่งเตลิดหนีออกจากบ้านไป
เขานั่งเรือล่องไปตามทะเลสาบอันไกลโพ้น และพบกับดินแดนในฝันแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ทุ่งหญ้า ทะเลทราย รวมถึงสัตว์ประหลาดขนปุยที่มีนิสัยแปลกๆ และจ้องจะจับเขากินเป็นอาหารตลอดเวลา
ก่อนที่จะถูกสัตว์หน้าแปลกจับกิน แม็กซ์ ได้สร้างเรื่องว่าที่จริงแล้วเขาเป็นราชาที่ถูกส่งมาจากโลกอื่น จากโลกความเป็นจริงอันโดดเดี่ยว เงียบเหงา โลกที่พี่สาวไม่เคยเล่นด้วยกับเขา โลกที่แม่เห็นว่าการกระทำของเขาเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ในโลกใหม่เขากลับถูกยกให้เป็นผู้นำและเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์สุดแต่เขาจะจินตนาการ
ในโลกใหม่นี้แม็กซ์ได้เรียนรู้ชีวิตอย่างช้าๆ เขาเริ่มสัมผัสได้ว่าโลกใหม่ของเขาไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด และทุกอย่างก็ต้องถึงจุดสิ้นสุดเข้าสักวัน เขาจึงตัดสินใจกลับไปยังที่ที่เขาจากมา
บอกตรงๆ หนังเรื่องนี้เปิดจินตนาการของเด็กคนหนึ่งได้อย่างสุดขั้ว เสมือนพาให้คนดูหลุดไปอยู่ในอาณาจักรของแม็กซ์ จริงๆ และสัตว์ประหลาด Wild Things ทุกตัวในเรื่องนี้แม้จะมีหน้าตาไม่น่าเอ็นดู แต่เหมือนพวกมันก็มีชีวิตและจิตใจ ซึ่งทุกตัวต่างก็มีปมในใจของตนเอง โดยสะท้อนออกมาให้เห็นทั้งคำพูดและการกระทำที่หยาบกระด้างและรุนแรง อย่างฉากที่แม็กซ์แบ่งข้างเป็นฝั่งคนดีและคนชั่ว แล้ววิ่งไล่เอาก้อนหินปาฝั่งตรงข้ามอย่างบ้าคลั่ง หรือฉากที่เขากำลังดูนกบินอย่างสวยงามที่ริมหาด แต่หนังก็ตัดอารมณ์ฉับเมื่อสัตว์ประหลาดเอาก้อนหินขว้างนกตกลงต่อหน้าต่อตาเด็กน้อย เล่นเอาอึ้งทีเดียว
จากความดิบกระด้างซึ่งสะท้อนให้เห็นจิตใต้สำนึกของแม็กซ์ที่ขาดการเอาใจใส่ แต่พอหลังๆ หนังค่อยคลายปม ด้วยการเผยความรู้สึกลึกๆ ของสัตว์ประหลาดทุกตัว รวมถึงแม็กซ์ ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้ชอบความรุนแรง หรือชอบแสดงความก้าวร้าว หากแต่เบื้องลึกของจิตใจนั้นกลับเต็มไปด้วยความเหงา ความกล้าหาญ และมิตรภาพที่ลึกซึ้ง
หนังเรื่องนี้จะดึงคนดูให้ย้อนกลับไปยังวัยเด็ก หรือไม่ก็อาจจะมองกลับไปเห็นน้องชายตัวเล็กๆ ที่มีพฤติกรรมแปลกๆ ชอบเล่นคนเดียว พูดกับกำแพง และพลางจินตนาการไปว่าตนเองเป็น พระเอก พระราชา หรือไม่ก็ฮีโร่ที่ปกป้องโลก ซึ่งยามนั้นเราอาจจะมองว่างี่เง่า แต่ถ้ามองถึงแก่นแท้ของหนัง คุณจะเข้าใจว่านั้นเป็นเพียงจินตนาการของเด็กคนหนึ่งเท่านั้น
และหากเรากระโดดลงไปร่วมแสดง โลกแห่งจินตนาการของพวกเขาคงงดงามอย่างไม่ต้องสงสัย!







