
ตุรกี 5 : Turkey...Welcomes you
ถ้าจะกล่าวถึงการท่องเที่ยวในตุรกีนั่นหมายถึงว่าเรากำลังจะกล่าวถึงความหลากหลายในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศที่หลากหลาย เชื้อชาติที่หลากหลาย
ถ้าจะกล่าวถึงการท่องเที่ยวในตุรกีนั่นหมายถึงว่าเรากำลังจะกล่าวถึงความหลากหลายในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศที่หลากหลาย เชื้อชาติที่หลากหลาย
โดย...ปวีณา สิงห์บูรณา [email protected]
ทั้งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลดำ ล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หลายต่อหลายคนต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้ง เอกลักษณ์ที่แตกต่างกันของทะเลสองฟากฝั่งที่โอบล้อมประเทศตุรกีไว้ทำให้นักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้สึกและอารมณ์ที่แตกต่างกัน ฝั่งหนึ่งมีสีสันสดในในขณะที่อีกฝั่งให้ความรู้สึกสุขุมที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของทั้งประเทศ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของประวัตศาสตร์ที่ยาวนาน
แต่ในเวลาเดียวกันก็มีสีสันและชีวิตชีวาของโลกสมัยใหม่เคลื่อนตัวไปพร้อมๆกัน ดังนั้นถ้าจะกล่าวถึงการท่องเที่ยวในตุรกีนั่นหมายถึงว่าเรากำลังจะกล่าวถึงความหลากหลายในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศที่หลากหลาย เชื้อชาติที่หลากหลาย การผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออก ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้เป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้ประเทศตุรกีสร้างสรรค์รูปแบบและกิจกรรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมากมาย กล่าวได้ว่า ถ้าใครไปเที่ยวตุรกีแล้ว นึกอยากลงน้ำ ก็มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อยากอยู่บนบก ก็มีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย หรือแม้แต่อยากลอยขึ้นฟ้า เค้าก็มีกิจกรรมการท่องเที่ยวไว้บริการอีกเช่นกัน แต่สำหรับใครที่อยากเดินทางไปเที่ยวตุรกีเป็นครั้งแรก ก็คงขออนุญาตแนะนำให้ไปที่อีสตันบูลเป็นหลัก เพราะที่อีสตันบูลค่อนข้างจะมีทุกอย่างไว้บริการอย่างครบครัน
โดยส่วนใหญ่แล้ว บริษัทนำเที่ยวมักไม่พลาดที่จะนำคณะทัวร์ไปเยี่ยมชมยังสถานที่หลักๆ อันได้แก่ จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด (Sultanmahmet square) ซึ่งจะเป็นย่านที่ประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆที่ไม่ควรพลาด อย่างเช่น มัสยิสจักรพรรดิสุลต่านอาห์เหม็ด (Imperial Sultanmahmet mosque) ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้จักกันในนามของมัสยิสสีน้ำเงิน หรือ Blue mosque นอกจากนั้นยังมี วิหารเซนต์โซเฟีย (Saint Sophia) พระราชวังทอปกาปิ (Topkapi Palace) และพิพิธภัณฑ์ในระแวกเดียวกัน นอกเหนือจากสิ่งที่น่าสนใจในย่านจัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ดแล้ว ยังมีเมืองโบราณที่น่าสนใจอย่าง เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale), เมืองฮียาราโพลิส (Hierapolis), เมืองคัปปาโดเกียน (Kappadokien), เมืองเพอร์กามัม (Pergamum) และเมืองกีซ่า (Giza)
อีสตันบูล นำเสนอตัวเองว่าเป็นเมืองในอ้อมกอดของสองทวีป โดดเด่นในแง่ของความเป็นเมืองหลวงที่เป็นแหล่งรวมทุกอย่าง นอกจากนั้นยังดึงเอาความน่าสนใจของการเดินทางผ่านช่องแคบบอสฟอรัส (Bosporus straits) มาเป็นจุดขายอีกอย่างหนึ่ง
ส่วนเรื่องประวัติศาสตร์นั้นคงไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีสตันบูลจะน่าสนใจมากขนาดไหน เพราะศักดิ์ศรีอดีตนครหลวงของสามอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น โรมัน, ไบเซนไทน์ และออตโตมัน ทำให้ก้อนหินทุกก้อนใน อีสตันบูลมีเต็มไปด้วยเรื่องราวของอดีตอันยาวนาน แต่ก็ใช่ว่าอีสตันบูลจะเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์เท่านั้น ในอีกแง่หนึ่งนั้น อีสตันบูลก็เป็นเมืองทันสมัยที่มีสาธารณูปโภคครบครัน พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
นักท่องเที่ยวท่านใดที่สนใจในประวัติศาสตร์หรืออยากหาโอกาสได้ชมสถาปัตยกรรมที่แปลกตา ก็ไม่ควรพลาดที่จะเยี่ยมชม พระราชวัง ทอปคาปิ ถึงถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรออตโตมัน ในช่วงศตวรรษที่ 15- 19 การประดับตกแต่งที่วิจิตรตระการตา ด้วยวัสดุล้ำค่า บ่งบอกถึงความมั่งคั่งของสุลต่านและบรรดาบริวารในสมัยนั้น ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ห้องจัดแสดงนิทรรศการ และห้องสมุด ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมด้านในได้ทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) โดยในจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ก็คือ ฮาเร็ม และท้องพระคลัง
นอกจากนั้นก็ยังมี พระราชวังโดลมาบาเช่ (Dolmabahce palace) ที่สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 โดยสุลต่านอับดุลมาซิทที่ 1 โดยราชวังมีความยาวกว่า 600 เมตร ขนาบไปกับช่องแคบบอสฟอรัส ด้านในประดับประดาอย่างงดงาม ซึ่งถ้ามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม ก็อย่าลืมแวะไปดูโคมไฟคริสตัลน้ำหนักกว่าสี่ตันครึ่ง ที่แขวนตระหง่านอยู่โถงกลาง แต่ที่นี่เค้าไม่ได้เปิดให้เข้าชมทุกวัน จะปิดวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี ของทุกสัปดาห์
และก็ยังมีพระราชวัง เมอเรอเมยี (Beylerbayi palace ) ซึ่งสร้างอย่างวิจิตรพิสดารด้วยหินอ่อน ตั้งอยู่คนละฝั่งกับพระราชวังโดลมาบาเช่ ในอดีตเคยใช้เป็นราชวังฤดูร้อนของสุลต่าน
ใช่ว่าจะมีแต่ปราสาทราชวังที่งดงามวิจิตรตระการตาเท่านั้น ในอีสตันบูล ยังมีมัสยิสมากมายที่เป็นทั้งศาสนสถานและจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวไปพร้อมๆกัน ยกตัวอย่างเช่น มัสยิสที่ใหญ่ที่สุด อย่าง มัสยิสจักรพรรดิสุลต่านอาห์เหม็ด หรือ มัสยิสสีน้ำเงิน ซึ่งมีที่มาจากการประดับประดาพภายในด้วยกระเบื้องสีน้ำเงินสลับขาวแบบ อิซนิก (Iznik) กว่าสองหมื่นแผ่น อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสมัยออตโตมัน
หากใครนึกสนุกอยากไปเที่ยวชมมัสยิสให้ครบทุกที่ในอีสตันบูล เห็นทีจะต้องใช้เวลาหลายเดือน เพราะเค้าว่ากันว่าเฉพาะในอีสตันบูล ก็มีมัสยิสน้อยใหญ่รวมกันแล้วกว่าพันแห่งแล้ว
การเดินทางมาเที่ยวอีสตันบูลจะไม่สมบูรณ์ หากไร้ซึ่งโอกาสในการเที่ยวชมความงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosporus straits) ซึ่งขอแนะนำให้ลองนั่งเรือชมความงามของสองฟากฝั่งเอเชีย และยุโรป แล้วจะเห็นถึงความผสมผสานของอดีตและปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ก็มีเรือที่ให้บริการอยู่หลากหลาย และถ้าใครสามารถวางแผนการเดินทางให้ได้ขึ้นเรือรอบเย็นที่จะมีโอกาสได้เห็นพระอาทิตย์ตกผ่านช่องแคบบอสฟอรัสด้วยแล้ว นั่นถือเป็นที่สุดของการเดินทางมาอีสตันบูล แล้วจะเข้าใจได้ว่า ทำไมผู้คนหลายยุคหลายสมัยถึงได้เลือกมาตั้งเมืองที่อีสตันบูล และที่สำคัญคุณจะเข้าใจว่าทำไม อีสตันบูลจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยงามและน่าอยู่ที่สุดใน
แน่นอนว่าพื้นที่หนึ่งหน้ากระดาษกับภาพสีเพียงไม่กีภาพไม่สามารถบรรยายถึงประสบการณ์อันน่าประทับใจของการเดินทางไปอีสตันบูลได้อย่างแน่นอน และก็อย่างที่ได้เกริ่นไปตั้งแต่ต้นว่า เฉพาะในอีสตันบูลเท่านั้น ก็มีทั้งกิจกรรมและสถานที่ที่หลากหลาย ดังนั้นคงพอจะจินตนาการได้ว่าตุรกีทั้งประเทศจะน่าสนใจขนาดไหน หากใครที่กำลังยังมองหาปลายทางท่องเที่ยวที่คุ้มค่าและน่าสนใจอยู่ล่ะก็ ตุรกีน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เราขอโหวตให้เป็นอันดับต้นๆ
สำหรับคืนวันเสาร์นี้ หากใครที่อยากชมความงดงามของตุรกีแบบเต็มอิ่ม ก็ลองเปิดไปชมรายการ “โลก 360 องศา” ทาง ททบ.5 เวลา สามทุ่มครึ่ง แล้วจะเข้าใจว่าทำไม เราถึงแนะนำให้ท่าน หาโอกาสเดินทางไปเยือนตุรกีให้ได้สักครั้งหนึ่ง







