
วัยรุ่นมะกัน ส่งเมสเซจ วันละเกือบร้อยครั้ง
เคยลองนั่งนึกเล่นๆ มั้ยว่า ในแต่ละวันคุณใช้ไอโฟน แบล็คเบอร์รี่ หรือสมาร์ตโฟนคู่ใจของคุณ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อะไรในชีวิตประจำวันของคุณ
หากคำตอบของคุณ คือ การแชตบีบี ท่องเน็ต หรือดูหนัง ฟังเพลง นั่นแสดงว่าคุณยังไม่เหมาะจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของแก๊งวัยรุ่นอเมริกัน
เพราะสมัยนี้ ถ้าใครคิดจะเข้าก๊วนเด็กมะกันรุ่นใหม่ละก็ ต้องเริ่มฝึกตัวเองซะใหม่ ให้คุ้นชินกับการสื่อสารด้วยการส่งเมสเซจหรือข้อความสั้นบนมือถือ
ที่พูดแบบนี้ เพราะล่าสุดสถาบันวิจัยพิวและมหาวิทยาลัยมิชิแกน เขาพบว่า วัยรุ่นอเมริกันสมัยนี้นิยมใช้มือถือส่งข้อความสั้นถึงกันในกลุ่มเพื่อนมากที่สุด ตกคนหนึ่งมากถึง 100 ข้อความต่อวันเลยทีเดียว
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะวัยรุ่นอเมริกันที่อายุระหว่าง 1217 ปี กว่า 75% มีมือถือเป็นของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาหากพวกเขาจะเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่ว่าติดต่อกันในกลุ่มเพื่อน
ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ววัยรุ่นหญิงจะรับส่งข้อความบนมือถือมากกว่าผู้ชาย เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 80 ข้อความต่อวัน ขณะที่วัยรุ่นชายจะรับส่งอยู่ที่ราววันละ 30 ข้อความเท่านั้น
ซึ่งเรื่องนี้ อแมนดา เลนฮาร์ต นักวิจัยของพิว มองว่า ขณะนี้การส่งข้อความได้กลายเป็นศูนย์กลางการสื่อสารในชีวิตประจำวันของวัยรุ่นไปแล้ว ซึ่งหากมองในแง่ดี อย่างน้อยการสื่อสารในวิธีนี้ ก็ช่วยให้วัยรุ่นยังอยู่ในสายตาของพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง มากกว่าการสื่อสารด้วยวิธีอื่น อย่างการใช้โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถทำได้ทุกที่
ทว่า ใช่จะมีแต่ข้อดี เพราะต้องไม่ลืมว่าการสื่อสารในรูปแบบข้อความสั้นของวัยรุ่นนั้น อาจทำให้พวกเขาติดนิสัยการเขียนที่ผิดๆ ไปโดยไม่รู้ตัว
เพราะจากผลการสำรวจก็พบว่า วัยรุ่นชายและหญิงส่วนใหญ่มักไม่ใช้เครื่องหมายเว้นวรรคตอนที่ชัดเจนในการส่งข้อความ
นักวิจัยของพิวได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาหนึ่งว่า หากเด็กผู้หญิงคนใดเผลอใส่ใช้เครื่องหมายฟุลสต็อปท้ายข้อความที่ส่งไปถึงเด็กผู้หญิงอีกคน อาจทำให้ถูกล้อว่าเพี้ยนไปแล้วก็เป็นได้







