
‘กีตาร์ไฟฟ้าคลาสสิก’ ของสะสมสุดรัก ดร.พิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี
“ดนตรี” เป็นเสียงที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของมนุษย์ ดร.พิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี อาจารย์สาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์
โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
‘กีตาร์ไฟฟ้าคลาสสิก’ ของสะสมสุดรัก ดร.พิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี
“ดนตรี” เป็นเสียงที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของมนุษย์ ดร.พิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี อาจารย์สาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ ที่ปรึกษาธุรกิจคอมพิวเตอร์ อีกทั้งเป็นผู้บริหารบริษัท ไทย อีคอมมูนิเคชั่น ก็ชื่นชอบและรักในเสียงดนตรีมาก ด้านการทำงานพิลาศพงษ์ทุ่มเทเต็มที่ หากเวลาพักผ่อนเขามีความสุขกับการเล่นดนตรี โดยเฉพาะกีตาร์ไฟฟ้าสุดคลาสสิก นอกจากเก็บเอาไว้เล่นยามว่างแล้ว เขายังเก็บสะสมกีตาร์นับ 20 ตัว โดยเฉพาะกีตาร์โบราณผลิตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 มีอยู่ 23 ตัว เก็บไว้ให้ย้อนรำลึกถึงความเก่าแก่และความเป็นมาของของสะสมชิ้นโปรด นอกจากนี้ ดร.พิลาศพงษ์ยังเป็นนักไวโอลินตัวยง โดยมีไวโอลินสุดรักอยู่ 2 ตัว ตัวหนึ่งตามประวัตินั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เคยซื้อไป ส่วนอีกตัวเป็นของนักไวโอลินชาวอังกฤษ โดยเก็บสะสมเครื่องดนตรีคลาสสิกมานานกว่า 30 ปีแล้ว
ดร.พิลาศพงษ์ ย้อนเล่าถึงความชอบดนตรีของเขา เริ่มตั้งแต่เด็กๆ โดยมีคุณแม่เป็นเจ้าของวงดนตรีไทยเดิมจำรัสรัตน์ เล่นกันในบ้านโดยคุณแม่เล่นไวโอลิน พอรู้ความ ดร.พิลาศพงษ์เล่นออร์แกนโดยเรียนกับคุณลุง เนื่องจากคุณลุงก็มีความเชี่ยวชาญด้านดนตรี เพราะอยู่กองดุริยางค์ทหารโดยเล่นไวโอลิน กับเชลโล่
“จำได้ว่าคุณลุงก็ชอบดนตรี ท่านก็มาสอนผมเล่นดนตรีโดยเริ่มตั้งแต่อายุ 10 ขวบ แต่ส่วนตัวชอบกีตาร์มากๆ ในวัยเรียนก็ได้เล่นกีตาร์ในวงของโรงเรียน เป็นวงบิ๊กแบนด์ คอมโบ คุณพ่อก็ให้เล่นกีตาร์ไฟฟ้าในวง พอวัยรุ่นช่วงเรียนมัธยมได้ประกวดวงดนตรีชาโดว์ สตริง คอมโบ ซึ่งเป็นแนวดนตรีที่ฮิตมากในสมัยนั้น พอเรียนเทพศิรินทร์ก็เล่นเพลงยุค 60 เช่น คลิฟฟ์ ริชาร์ด เดอะแชโดวส์ เพลงของเอลวิส ช่วงมหาวิทยาลัยผมเล่นกีตาร์ไฟฟ้า ออร์แกนไฟฟ้า พอมาเรียนปริญญาโทต่อที่อเมริกา ช่วงเรียนภาษาไปเรียนที่นิวยอร์กไปอยู่บ้านพี่เขย ได้ไปทำงานร้านขายเครื่องดนตรี เป็นร้านซ่อมกีตาร์ เห็นกีตาร์วินเทจที่เอามาซ่อมเราก็ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะราคาแพงมาก ผมจึงชอบกีตาร์คลาสสิกตั้งแต่ตอนนั้น “
พอทำงานเป็นผู้ใหญ่และมีสตางค์ ดร.พิลาศพงษ์ก็เริ่มซื้อกีตาร์ไฟฟ้ามาเรื่อยๆ และความชอบส่งต่อมาถึงการเก็บไวโอลินที่ใช้เล่นในวงดนตรีคลาสสิกด้วย และเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ก็เก็บมานานกว่า 30 ปี จนเครื่องดนตรีครบสามารถเล่นเป็นวงได้ หลงใหลในกีตาร์ไฟฟ้าขนาดเคยซื้อเก็บมากสุดถึง 50 ตัว หลังๆ ขายไปบ้าง จนปัจจุบันเก็บกีตาร์ที่รัก ๆ เอาไว้ประมาณ 20 ตัว โดยกีตาร์ไฟฟ้าวินเทจที่นักสะสมนิยมเก็บ คือ กีตาร์วินเทจ ผลิตสมัยโบราณตั้งแต่ยุค 60 ซึ่งในสมัยนั้นมีบริษัทผลิตไม่กี่เจ้า เช่น กิ๊บสัน เฟนเดอร์ และ Grestch ยี่ห้อหลัง เจ้าของแบรนด์คือคนเยอรมันแต่ผลิตในอเมริกา ซึ่งเป็นกีตาร์ที่ศิลปินดนตรีแจ๊ซยุคแรกๆ เช่น นักดนตรีวงเดอะบีเทิลส์ เดอะแชว์โดวส์นิยมใช้เล่นกัน
“คนที่เกิดในยุค ค.ศ. 1950 ยุคนั้นคนนิยมเล่นกีตาร์ไฟฟ้า พอ 30 ปีให้หลังคนหลังเริ่มคิดถึงความหลัง ย้อนกลับไปซื้อกีตาร์ยุคเก่าๆ มาเก็บ ซึ่งตัวหนึ่งราคาเป็นแสนถึงล้านบาท เดี๋ยวนี้นิยมผลิตกีตาร์เก่าๆ แตกๆ คนนิยมซื้อกันเยอะ อย่างผมถ้าซื้อจริงๆ ผมจะไปบิดในอีเบย์ บางครั้งมีตัวราคาเป็นล้านบาท บริษัทที่ฉลาดก็เลยผลิตกีตาร์เลียนแบบของเก่าราคาสองแสนกว่าบาท แต่ผมไม่นิยม”
กีตาร์สุดรักของ ดร.พิลาศพงษ์ ที่รักมากที่สุดมี 2 ตัว ตัวแรกผลิตในปี ค.ศ. 1962 ตัวนี้สามารถเล่นได้ทั้งเพลงแจ๊ซและเพลงสมัยใหม่ก็ได้ เสียงก็ยังกังวานไพเราะเหมือนเดิม ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับนักดนตรีวง Howl และนักดนตรีวงเยสใช้เล่นกัน ได้มาเมื่อปี ค.ศ. 1985 โดยกว่าจะเสาะหาได้ตัวนี้ต้องใช้เวลานาน
“กีตาร์รุ่น อีเอส 175 ตัวนี้ผมได้มาจากนักดนตรีไทยท่านหนึ่งซึ่งเล่นดนตรีในวง อ.ส.ของในหลวง เป็นกีตาร์ที่มีที่ขยายเสียงเป็นตัวแรก ราคาตัวนี้หากซื้อในอีเบย์ราคาประมาณ 5 แสนบาท “
หลักการซื้อกีตาร์วินเทจของ ดร.พิลาศพงษ์ คือ ดูปีที่ผลิต ตัวกีตาร์ต้องเป็นออริจินัลจริงๆ คือ ไม่ถูกปรับเปลี่ยน โดยกีตาร์ที่ผลิตในยุค 19501960 หายากแล้ว แต่ยุค 1980 หาง่ายขึ้นเพราะคนไม่นิยมเก็บสะสมกัน
“หลักการหาผมอาศัยดูในอีเบย์แต่ไม่ซื้อ แต่จะไปซื้อจากนักดนตรีรุ่นเก่าๆ ที่เขาอยากขาย ผมมีกีตาร์ไฟฟ้าวินเทจอยู่สองตัว นอกนั้นใหม่แล้ว ส่วนกีตาร์ตัวที่สองผมได้มาจากร้านขายเครื่องดนตรีมือสอง ลักษณะแตกหัก ต้องเอาไปใส่คอใหม่ส่วนบอดี้เป็นรุ่นเก่าผลิตจากบริษัทเฟนเดอร์อยู่ช่วงประมาณปี ค.ศ. 1970 สีแดง เสียงเพราะมาก กีตาร์เก่าเนื้อไม้จะโปร่ง ไม้ยิ่งเก็บนานเสียงยิ่งกังวาน เช่นเดียวกับไวโอลิน ไวโอลินราคาของเก่าจริงๆ 2030 ล้าน ซึ่งผ่านการเล่นมาอย่างโชกโชน ไม้เกิดความสะเทือนเสียงไพเราะมากๆ หากทำใหม่ให้ตายก็ทำเลียนเสียงไม่ได้ ผมซื้อกีตาร์ปี ค.ศ. 1960 มา ได้เจ้าของเก่าที่เล่นทุกวันพอตกถึงมือผมเสียงสุดยอด แต่กีตาร์ที่ซื้อเก็บไว้ไม่มีประโยชน์ มันต้องผ่านการใช้งานอย่างโชกโชน อันนี้คือเสน่ห์ของเครื่องดนตรีโบราณ”
การเก็บของเก่าอย่าง เช่น กีตาร์คลาสสิก หรือไวโอลินโบราณ ดร.พิลาศพงษ์มองว่าเหมือนการลงทุนแบบหนึ่ง เพราะราคาดีไม่มีตก อย่างเช่น ไวโอลินที่เขาเก็บสะสมเอาไว้ 2 ตัว ซึ่งของโบราณจริงๆ จะหายากมากๆ ราคาตกล้านบาท
“ผมเสาะแสวงหาไวโอลินโบราณเช่นกัน เดินทางไปยุโรป อิตาลีก็ไปเดินหา ไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่คลาสสิกชิ้นแรกของโลก เวลาไปอิตาลีชอบไปลองเล่นไวโอลินโบราณในร้านซ่อมไวโอลิน ก่อนให้ลองต้องสอบประวัติก่อน เสียงไวโอลินเก่าๆ จะมีความไพเราะมากๆ ตัวทำจากไม้เมเปิ้ลมีลาย ผมอยากได้มากกลับมาเมืองไทยไปปรึกษาอาจารย์ชาติ ผมก็ได้ไวโอลินจากอาจารย์มาหนึ่งตัว สร้างในปี ค.ศ. 1910 จริงๆ เสียหายแตกหักแล้ว แต่เราเอาเศษหักๆ มาซ่อมแซมใหม่ ผมดูเลขรหัสของไวโอลินแล้วนำไปดูในหนังสือประวัติ พบว่ารัชกาลที่ 4 เคยซื้อไป ไวโอลินชิ้นนี้จึงประเมินค่ามิได้” ส่วนไวโอลินชิ้นที่สองเป็นไวโอลินของนักไวโอลินชาวอังกฤษที่อาจารย์ได้เมื่อครั้งไปเยือนอังกฤษ จากนั้นก็ซื้อมาเก็บสะสมอีก 45 ตัว
“การเล่นและเก็บสะสมเครื่องดนตรีทำให้ผมมีความสุข ยิ่งเล่นเพลงเก่าย้อนยุคไปก็ทำให้เรารู้สึกกลับไปเป็นในยุคนั้นอีกครั้งหนึ่ง” ดร.พิลาศพงษ์ บอกว่า ด้วยความรักในเสียงดนตรี ในวันอาทิตย์ ดร.พิลาศพงษ์เปิดโรงเรียนสอนดนตรี บาย มิวสิค สอนคลาสเล็กๆ ภายในโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษของลูกสาว ดร.แอนนี่ ย่านเกษตรนวมินทร์ เพื่อสอนดนตรีให้กับเด็กๆ อายุ 18 เดือน ถึง 5 ขวบ สอนให้เด็กๆ ฝึกฟัง ฝึกเต้นเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน เพราะดนตรีจะช่วยกล่อมเกลาเด็กๆ ให้มีความสุขไปกับเสียงดนตรี
การเก็บและดูแลรักษากีตาร์
สายของกีตาร์ต้องเปลี่ยนทุกปี มิเช่นนั้นสายจะแข็งแล้วทำให้คอกีตาร์โก่ง เก็บไว้ให้ไม่โดนอุณหภูมิร้อนหรือเย็นจนเกินไปเพื่อป้องกันคอกีตาร์โก่ง วิธีที่ดีที่สุดคือเก็บกีตาร์ใส่กล่องไม้บุกำมะหยี่ กล่องจะช่วยรักษาอุณหภูมิและความชื้น ไม่ทำให้เกิดความชื้น ตั้งไว้ในอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส โดยไม่จำเป็นต้องเก็บรักษากีตาร์ไว้ในห้องแอร์ ภายในกล่องควรใส่สารกันชื้นเอาไว้
เรียกว่าความชื้นเป็นศัตรูของกีตาร์ เพราะความชื้นจะทำให้กีตาร์มีละอองน้ำทำให้คอโก่ง หากกีตาร์คอโก่งก็ต้องส่งไปหาหมอ คือช่างซ่อมกีตาร์ทำการดัดคอ บางครั้งเสียแก้ไขไม่ได้ก็ต้องทิ้งเลย อีกทั้งต้องเอากีตาร์ออกมาเล่นเดือนละครั้งเป็นอย่างน้อย
“กีตาร์ซื้อมาราคาเป็นแสน แต่ไม่ดูแล ซ่อมคอครั้งละสองพันบาทถึงหลักหมื่นทีเดียว เวลาเก็บนานๆ ต้องนำมาตั้งเปิดฝาระบายลม 7 วัน แล้วค่อยเก็บให้เรียบร้อย อันนี้เป็นสูตร ส่วนการทำความสะอาดก็ควรปัดฝุ่น พยายามอย่าให้ฝุ่นเกาะ เพราะฝุ่นเกาะแล้วทำให้กีตาร์เสียหาย ตะกรันเกาะลูกบิด ดูเก่า จึงต้องหลีกเลี่ยงความชื้น เก็บอย่าให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง แต่บ้านเราไม่เป็นไรเพราะอากาศร้อน อย่านำกีตาร์ไปตากแดดหรือทิ้งไว้ในรถนาน ซึ่งไวโอลินก็มีการเก็บรักษาคล้ายๆ กัน”







