
เศรษฐีแข้งไทย
สำรวจนักฟุตบอลไทยที่โกอินเตอร์ไปค้าแข้งต่างแดน ใครเข้าขั้นเศรษฐีกันบ้าง
สำรวจนักฟุตบอลไทยที่โกอินเตอร์ไปค้าแข้งต่างแดน ใครเข้าขั้นเศรษฐีกันบ้าง
โดย...สไปเดอร์แมว
เดือนพ.ค. ปีที่แล้ว “เจ้าปาน” สุรัตน์ สุขะ ย้ายจากชลบุรี เอฟซี ไปค้าแข้งกับ เมลเบิร์น วิกตอรี ในศึกเอลีก ออสเตรเลีย ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านบาท โดยเซ็นสัญญาจนถึงปี 2011
การเล่นในลีกจิงโจ้ เจ้าปานสามารถงัดฟอร์มเก่งจนกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลออสซี่ได้ไม่ยาก และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สโมสรได้ถวายพานต่อสัญญาให้อีก 1 ปี และนักเตะวัย 27 ปีรายนี้ก็กลายเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยไปแล้ว
2 ปีแรกของสัญญา สุรัตน์รับทรัพย์ปีละ 8.5 และ 9.5 หมื่นเหรียญออสเตรเลีย (ราว 2.29 และ 2.56 ล้านบาท) ตามลำดับ ส่วนสัญญาปีที่ 3 ที่เพิ่งจรดปากกาเซ็นไปนี้ เจ้าปานโกยไป 1.68 แสนเหรียญ (ราว 4.53 ล้านบาท) เฉลี่ยแล้วตกเดือนละ 378,000 บาท !!!
อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนนี้ยังไม่ได้หักภาษีและค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ถึงจะหักแล้ว ก็ยังเหลือเข้าบัญชีประมาณเดือนละ 270,000 บาท นอกจากนี้ ทางสโมสรยังช่วยดูแลครอบครัวของเจ้าปานให้อีกต่างหาก
“สโมสรออกค่าเรียนหนังสือให้กับลูกสาว และภรรยาที่โรงเรียนใกล้บ้านด้วย ทำให้ผมรู้สึกว่าจะต้องพยายามทำผลงานให้ที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรกับสัญญาฉบับใหม่” สุรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ แข้งไทยที่เคยรับค่าเหนื่อยสูงสุดคือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย สมัยที่เล่นให้กับฮองอัน ยาลาย ในเวียดนาม โดยได้ค่าเหนื่อยประมาณ 3.1 แสนบาทต่อเดือน ขณะที่นักเตะที่รับทรัพย์สูงสุดในไทยลีกตอนนี้คือ ดัสกร ทองเหลา มิดฟิลด์ของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่แม้จะไม่มีการยืนยันตัวเลขชัดเจน แต่เชื่อว่าน่าจะอยู่ราว 2.5 แสนบาทต่อเดือน
สาเหตุที่ทำให้สุรัตน์ได้รับการต่อสัญญา เชื่อว่าเป็นเพราะการเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ และไม่เคยปริปากบ่นแม้จะถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด โดยตำแหน่งถนัดที่สุดของเขาคือ มิดฟิลด์ตัวรับ แต่บ่อยครั้งที่โดนจับให้ไปเล่นเป็น ฟูลแบ็ก แถมทำได้ดีอีกต่างหาก โดยแฟนบอลเมลเบิร์นเคยโหวตให้เจ้าปานเป็นนักเตะที่เล่นได้คุ้มค่าตัวที่สุดคนหนึ่งของสโมสรในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว
ส่วนเรื่องนอกสนาม เจ้าปานก็ไร้ปัญหา โดย แกรี โคล ประธานฝ่ายปฎิบัติการของสโมสรเผยว่า แข้งไทยคนแรกในเอลีกรายนี้ปรับตัวเข้ากับชีวิตในออสเตรเลียและเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี
ไปเปิดตลาดให้แจ่มแจ๋วขนาดนี้ ต่อไปอาจได้เห็นนักเตะไทยบินไปค้าแข้งในเอลีกกันอีก ส่วนสุรัตน์ เชื่อว่าถ้ากลับมาเมืองไทย คงต้องเรียกกันว่า “เสี่ยปาน” แน่ๆ







