posttoday
รางวัลออสการ์แห่งโลกความงามสุดขลัง

รางวัลออสการ์แห่งโลกความงามสุดขลัง

29 เมษายน 2556

ในโลกมายา “ออสการ์” คือ รางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด ที่คนในวงการภาพยนตร์อยากได้มาครอบครอง

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

ในโลกมายา “ออสการ์” คือ รางวัลอันทรงเกียรติสูงสุด ที่คนในวงการภาพยนตร์อยากได้มาครอบครอง

ในวงการขาอ่อน “ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส” คือ ที่สุดแห่งความฝันของสาวงามทั่วโลก

แต่ในโลกความงาม “Prix d’Excellence de la Beaute” (พรีซ์ เด็กเซลลองซ์ เดอ ลา โบเต้) คือ รางวัลอันทรงคุณค่าที่ผลิตภัณฑ์ความงามทั่วโลกปรารถนา

อะไรทำให้รางวัลชื่อยาว แถมไม่คุ้นหูสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงความสวยความงามนี้ดูขลัง และทรงคุณค่าเพียงนี้ ไปหาคำตอบกัน

การประกาศผลรางวัล “Prix d’Excellence de la Beaute” รางวัลอันทรงเกียรติที่เปรียบได้กับรางวัลออสการ์แห่งโลกความงาม ซึ่งริเริ่มโดยนิตยสารแมรี แคลร์ ประเทศฝรั่งเศส ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 27 ปีแล้ว จุดเด่นของรางวัลนี้ คือ มีมาตรฐานในการคัดเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมคู่ควรกับรางวัลนี้อย่างเข้มข้น ไม่น้อยหน้ารางวัลออสการ์ เพราะกว่าจะได้สุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามในแต่ละปี ต้องผ่านการตัดสินโดยคณะกรรมการที่น่าเชื่อถือ ด้วยเกณฑ์การตัดสินที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ออสการ์แห่งโลกความงาม

“การเลือกสรรผลิตภัณฑ์ความงาม ที่นำมาซึ่งความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้หญิง” คือ โจทย์ใหญ่ที่นิตยสารแมรี แคลร์ ฝรั่งเศสตั้งไว้ และก่อกำเนิดเป็นรางวัล “Prix d’Excellence de la Beaute” มาจนทุกวันนี้ โดยอาศัยความร่วมมือของนิตยสารแมรี แคลร์ทั่วโลก พร้อมกำลังความร่วมมือจากนักเขียน และบรรณาธิการความงาม จากนิตยสารผู้หญิงชั้นนำระดับโลกอีกหลายฉบับ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ที่ไม่มีพันธะผูกพันกับบริษัทเครื่องสำอางใดๆ อีกส่วนหนึ่ง ได้ผลัดเปลี่ยนกันมาร่วมเฟ้นหา สุดยอดผลิตภัณฑ์ ความงามใหม่ๆ จนได้รับการยอมรับ และยกย่องว่าเปรียบได้กับรางวัล “ออสการ์แห่งโลกความงาม” นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่นิตยสารแมรี แคลร์ทั่วโลก

สำหรับเกณฑ์ในการตัดสินในแต่ละปี คณะกรรมการจะรวบรวมและทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม (ยกเว้นสินค้าประเภทน้ำหอม) ทุกๆ แขนงจากทุกแบรนด์ที่ออกจำหน่ายภายใน 24 เดือน ก่อนการประกาศรางวัลครั้งต่อไป โดยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเข้ารอบมาจนถึง 5 อันดับสุดท้าย ต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทั้งหมด 10 ประการต่อไปนี้... ให้สัมผัสเป็นที่พอใจ, การออกแบบรูปลักษณ์ที่งดงาม, แนวคิดที่สร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว, ประสิทธิภาพที่ได้ผลเป็นที่ยอมรับ, ปลอดภัยต่อผู้บริโภค, อยู่ในกระแสความนิยม, ให้ความพึงพอใจด้านอารมณ์, เป็นสูตรดั้งเดิมไม่ซ้ำแบบใคร, สื่อสารได้ตรงใจผู้บริโภค, สามารถกระตุ้นให้เกิดการต้องการ

รางวัลเกียรติยศเดินทางถึงเมืองไทย

เพื่อเป็นเกียรติแก่แบรนด์ความงามชั้นนำที่ได้รับรางวัลนี้ ล่าสุดนิตยสารแมรี แคลร์ ประเทศไทย นำทีมโดย น้ำสิริมน ณ นคร บรรณาธิการบริหารนิตยสารแมรี แคลร์ ประเทศไทย จัดงานประกาศผลรางวัล Marie Claire Prix d’Excellence de la Beaute ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ณ ห้องอาหารฝรั่งเศสเลอ นอร์มังดี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

ภาศิกา ศิลปาจารย์ ผู้จัดการทั่วไปของแบรนด์ดิออร์ บอกเล่าถึงความภูมิใจที่ได้รับรางวัลออสการ์ความงามประจำปีนี้ ว่า เป็นอีกหนึ่งก้าวของความสำเร็จ หลังจากเมื่อ 2 ปีก่อน ดิออร์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ก็ได้รับรางวัลนี้ มาปีนี้ดิออร์ได้รับเลือกในกลุ่มผลิตภัณฑ์เมกอัพ ซึ่งเหมือนเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของดิออร์ในระดับสากลว่าไม่ได้มีดีแค่กลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

“คงไม่ต้องบอกว่าเป็นเกียรติและดีใจมากขนาดไหนที่ดิออร์ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ และขลังมากนี้ จะเรียกว่าเป็นรางวัลที่พวกเราชาวดิออร์ทุกคนตั้งตารอทุกปีก็ว่าได้ เพราะเป็นรางวัลที่ใช้กรรมการในระดับนานาชาติตัดสิน เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าตาจริงก็คงไม่ได้รับเลือก”

เหนือความภูมิใจที่ได้รับ ภาศิกา ยังมองว่าการมีรางวัลของลักษณะในโลกความงามก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะนอกจากแต่ละแบรนด์จะแข่งกับแบรนด์อื่นในแง่ต่างๆ แล้ว ยังต้องหันกลับมาแข่งกับตัวเองในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เห็นเด่นชัดและใกล้ตัว คือ เวลาที่ดิออร์ประเทศไทยส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมในรางวัลออสการ์ความงามระดับประเทศ อย่าง “Marie Claire Beauty Awards” ทางทีมงานต้องทำการบ้านเยอะมาก เพื่อเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีและมั่นใจจริงๆ เพื่อส่งเข้าประกวด

ด้าน วรวรรณ ไชยกำเนิด ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ลอรีอัล ปารีส กล่าวว่า เทรนด์ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สกินแคร์ของผู้หญิงยุคนี้เติบโตเร็วมาก ผู้หญิงสมัยนี้เน้นมองหาผลิตภัณฑ์ที่ทำงานได้ผลจริง ไม่ได้เชื่อตามโฆษณาเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แต่เน้นการทดลองและทดสอบ มีการหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ดังนั้นรางวัล “Prix d’Excellence de la Beaute” ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลก จึงไม่ได้เพียงเป็นเกียรติสำหรับแบรนด์ที่ได้รับ แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทางอ้อมว่า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เคยผ่านการทดลองใช้จากผู้คร่ำหวอดในวงการมาแล้ว

“เราไม่ได้บอกว่าผู้หญิงยุคนี้ต้องใช้ของถูกหรือของแพง แต่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และถ้ามองในภาพรวมของรางวัลทั้งหมด เรามองว่าแบรนด์ของเราค่อนข้างแตกต่างจากแบรนด์อื่น โดยเฉพาะในแง่ของราคา ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ผู้หญิงที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง ในราคาที่โอเค”

ขณะที่ อลิศรา พรหมผลิน ผู้จัดการทั่วไป เอสเต ลอเดอร์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ เพราะแม้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย เพราะผลิตออกมาเพื่อชาวยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นประเทศในโซนหนาว ผิวแห้งต้องการผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นสูง

“รางวัลนี้เหมือนเป็นการตอกย้ำความมั่นใจ ในฐานะเป็นแบรนด์เครื่องสำอางระดับบนแบรนด์แรกๆ ที่เริ่มตอบโจทย์ลูกค้า ด้วยการค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดเฉพาะกลุ่ม ตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค และก็ประสบความสำเร็จได้รับรางวัลนี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะเน้นตอบโจทย์ลูกค้าให้ตรงจุดมากขึ้น แต่ภาพรวมของเอสเต ลอเดอร์ ยังคงเป็นความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์อยู่”

ปิดท้ายที่ ปิลันธน์ ศรีวีระกุล ผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นและความงามนิตยสารแมรี แคลร์ ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการความสวยความงามมาอย่างยาวนาน เผยถึงความรู้สึกต่อรางวัลนี้ว่า เป็นรางวัลที่ขลังมาก และแบรนด์ที่ได้รับควรจะภาคภูมิใจ เพราะไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ ดูจากคณะกรรมการที่มาเข้าร่วมคัดเลือก ก็มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ทั้งยุโรป เอเชีย มาร่วมให้คะแนน เพราะฉะนั้นในเรื่องความโปร่งใสและยุติธรรมไม่ต้องพูดถึง

เจ้าของรางวัล Prix d’Excellence de la Beaute ประจำปี 2013

1.ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า รุ่น Forever Youth Liverator จาก อีฟส์แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (บริษัท ลอรีอัล)

2.รองพื้นและลิปสติก รุ่น ToucheEclat จาก อีฟส์แซงต์ โลรองต์ โบเต้ (บริษัท ลอรีอัล)

3.ผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอยผิวรอบดวงตา GenifiqueYeux LightPearl จาก ลังโคม (บริษัท ลอรีอัล)

4.รองพื้นสูตรน้ำเนื้อบางเบา Maestro Maquillage Fusion จาก จอร์โจ อาร์มานี

5.กลุ่มผลิตภัณฑ์ชะลอริ้วรอย Revitalift Laser X3 จาก ลอรีอัล ปารีส (บริษัท ลอรีอัล)

6.รางวัลสุดยอดเนื้อสัมผัสแห่งครีมบำรุงผิว Creme Soyeuse de la Mer จาก ลาแมร์ (บริษัท เอลก้า)

7.กลุ่มผลิตภัณฑ์ตกแต่งผิวเพื่อผลลัพธ์ผิวเปลือยเปล่า The New Nude จาก ดิออร์ (แอลวีเอ็มเอช)

8.ครีมชะลอริ้วรอยสูตรเข้มข้นที่อ่อนโยนใช้ได้แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย Redermic [R] จาก ลาโรชโปเซย์ (บริษัท ลอรีอัล)

9.ครีมชะลอริ้วรอยที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวแบบ 360 องศา Revitalizing Supreme Global จาก เอสเต ลอเดอร์ (บริษัท เอลก้า)

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร