
เมื่อลูกน้อยไปโรงเรียน
ไม่มีใครอยากให้เกิดกรณีซ้ำรอยเหมือนอย่างที่ ด.ญ.มนัสนันท์ ทองภู่
โดย...ธนก บังผล
ไม่มีใครอยากให้เกิดกรณีซ้ำรอยเหมือนอย่างที่ ด.ญ.มนัสนันท์ ทองภู่ “น้องเอย” สาวน้อยวัย 3 ขวบ นักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล 1 ลูกสาวของนางรัตนา นครโสภา ที่ถูกคุณครูลืมทิ้งไว้ในรถตู้ จนในที่สุดได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลกรุงเทพ
หลังจากอาการสาหัสตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. อวัยวะต่างๆ ของร่างกายสูญเสียการทำงาน ความดันค่อยๆ ลดลง หัวใจเต้นช้าลง การควบคุมระบบต่างๆ ก็สูญเสียไปด้วย ส่งผลให้เด็กไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ เพราะอวัยวะต่างๆ สูญเสียการทำงานตามหน้าที่ปกติ
ความสูญเสียนี้ใหญ่หลวงนัก แล้วจะทำอย่างไรเมื่อลูกน้อยต้องเข้าโรงเรียน
“หมอแอร์” พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเด็ก แนะนำว่า เบื้องต้นพ่อแม่ต้องเลือกโรงเรียนที่มีมาตรฐานปลอดภัย ก่อนที่จะพาลูกไปเข้าเรียนต้องมั่นใจว่าโรงเรียนหรือเนิร์สเซอรีแห่งนั้นมีการดูแลเด็กเป็นอย่างดี
“ที่สำคัญเลยนะคะ ต้อง Keep Relation หรือที่เรียกว่ารักษาความสัมพันธ์ มีเบอร์โทรศัพท์ครูพี่เลี้ยง คนขับรถ ติดตามความเป็นมาได้ว่าเป็นอย่างไรแล้ว” หมอแอร์ แนะนำ
และถึงแม้จะมั่นใจโรงเรียนกับครูพี่เลี้ยงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องสอนเด็กด้วยเช่นกัน
“ต้องสอนลูกหรือเด็กด้วยค่ะ ผู้ใหญ่ส่วนมากคิดว่าเด็กไม่เข้าใจ แต่จริงๆ แล้วอายุ 23 ขวบ ก็สามารถสอนให้เด็กดูแลตัวเองได้แล้ว และเด็กสามารถเข้าใจได้แล้วนะคะ อย่างกรณีน้องเอย พ่อแม่ก็ต้องสอนว่าอย่าอยู่บนรถคนเดียว ให้ลงมาจากรถ ถ้าครูพี่เลี้ยงชวนลงก็ควรจะลง ต้องบอกนะคะ แม้กระทั่งระวังอย่าหลับเพลิน ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ยากนะคะ เด็กมักจะหลับเพลิน แต่ในกรณีเบื้องต้นผู้ใหญ่ก็ต้องดูแลเด็กก่อน” หมอแอร์ ให้ความเห็น
นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่ผู้ปกครองต้องเป็นห่วงอีกประเด็นหนึ่ง คือ การฝากลูกน้อยไว้กับพี่เลี้ยงใจร้าย เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยถูกทำร้าย
หมอแอร์ บอกว่า ในกรณีนี้พ่อแม่ก็สามารถสอนเด็กได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากมีใครมารังแกหรือตี ต้องสอนให้บอกพ่อแม่ และอย่ายอมให้ใครตี
“พ่อแม่ต้องให้วิธีกับลูกนะคะ ยิ่งโดยเวลาที่ลูกโดนตี ต้องสอนว่าอย่ายอมให้ใครตี ต้องร้องขอความช่วยเหลือ เช่น วิ่งหนีออกมาแล้วร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งปฏิกิริยาของเด็กที่ร้องจะทำให้คนสนใจ แม้ว่าอายุ 23 ขวบ จะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เท่าไร”
หมอแอร์ ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า การสอนของพ่อแม่นั้นสำคัญ ควรที่จะสอนว่าให้อยู่ใกล้ๆ ครู อยู่กับครู หากมีใครรังแกให้บอกครู กลับบ้านมาก็ให้บอกพ่อแม่
“แต่ที่เน้นมากที่สุดเลยคือผู้ใหญ่ต้องป้องกันภัยไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กนะคะ ทั้งโรงเรียน หรือเนิร์สเซอรี ก่อนที่จะสอนให้เด็กรู้จักเอาตัวรอดในกรณีฉุกเฉินต่อไป” หมอแอร์ กล่าว







