
อบอุ่น สุข สบายใต้หลังคาแห่งรัก ‘ธนัช-เกษชญาชลัช ปุญยาฤทธิ์’
ได้ยินเสียงนกร้อง สุนัขเห่า ลมโชยใบไม้โบกโบยว่าสุขแล้ว เมื่อได้ยินเสียงพ่อแม่และลูกชายของบ้านถ่ายทอดชีวิตและเรื่องราวของบ้านประสานกัน
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร
ได้ยินเสียงนกร้อง สุนัขเห่า ลมโชยใบไม้โบกโบยว่าสุขแล้ว เมื่อได้ยินเสียงพ่อแม่และลูกชายของบ้านถ่ายทอดชีวิตและเรื่องราวของบ้านประสานกัน ไม่ต้องหลับตานึกถึงความอบอุ่น สุข สบายไหนอีกเลย
ธนัช-เกษชญาชลัช ปุญยาฤทธิ์ เจ้าบ้านหลังใหญ่ย่านบางแค ต้อนรับขับสู้อบอุ่นในห้องรับแขกกว้างขวาง ทราบว่าบ้านหลังนี้สร้างมาได้ 10 ปีแล้ว บนที่ดิน 1 ไร่เศษ ที่เลือกสรรว่าไม่ไกลจากกิจการงานในย่านหนองแขม
ที่สำคัญบ้านหลังนี้เป็นบ้านจริงๆ หลังแรก หลังจากโยกย้ายจากบ้านพักในโรงงาน หรือบ้านที่โดนเวนคืนทำทางด่วน และด้วยจากน้ำพักน้ำแรง รวมถึงความขยัน อดทน และทุ่มเทกับธุรกิจส่วนตัวมากว่า 30 ปี
เมื่อก่อนทำธุรกิจเราก็กู้เงินแบงก์ ฉะนั้นแล้วใส่ใจมาก ต้องโต ต้องเกิด ใช้หนี้ให้ได้ หมกมุ่นอยู่แต่การทำงาน ตี 1 ตี 2 เมื่อก่อนอะไรๆ ยังไม่ได้เจริญก้าวหน้า ไม่มีใครมาช่วย ก็ลุยกันอยู่ 2 คน แม่ต้องซื้อกับข้าวให้คนงานกินทุกวัน จ่ายตลาดมาให้เขากิน
เมื่อก่อนกิจการอยู่ยานนาวา ซอยบางขวาง แล้วมาอยู่ซอยกิ่งจันทร์ จากนั้นก็โดนทางด่วนสายบางโคล่-แจ้งวัฒนะ ท้องกันพอดี ก็เลยย้ายมาซื้อที่อยู่หนองแขมตอนน้องกัญได้ขวบหนึ่ง เราพักอยู่ในโรงงานตลอด แล้วสัก 10 ปี อยากปลูกบ้านอยู่เอง ก็ซื้อที่ดินและสร้างเองค่ะ เพราะไม่ชอบบ้านสำเร็จรูป ไปดูมาแล้วไม่ถูกใจ ขาดไอ้โน่น ไอ้นี่ เพิ่มโน่น...เพิ่มนี่...เพิ่มตังค์ อ้าวงบอยู่เท่าไรเนี่ยคะ ที่จอดรถเป็นเนินสูงและแคบ หลายปัญหา งั้นไปหาที่ใหม่ดีกว่า
ที่นี่ก็ดีไซน์เองได้เลย มีกระจกแบบนี้ มีอะไรแบบไหน เพื่อนบอกว่างอยู่ ตอนลูกๆ มาที่นี่ เขาก็อายุ 10 กว่าขวบ อยู่โรงเรียนแฮร์โรว์สกูลกันแล้ว ที่ผ่านมาชีวิตเราอยู่โรงงานมาตลอด ประหยัด ทำตรงนั้น โตตรงนั้น เห็นตรงนั้น มันเหมือนเรากับพนักงานใกล้ชิดเกินไป มีปัญหาอะไรก็กริ๊งมาได้ตลอด ลูกน้องจะไม่โต เราก็อยากมีชีวิตส่วนตัว อยากจะแยกตัวออกมาข้างนอกเป็นส่วนตัวค่ะ ไปกลับ 20 นาที ไม่ไกลจากโรงงาน พื้นที่ตรงนี้ไร่เศษ หน้าบ้านมีสวนนิดเดียว หลังก็มีที่นิดเดียว เพื่อนบ้านบอกทำไมบ้านนี้ปลูกบ้านไม่เหลือที่ข้างนอกเลย
เราบอก ไม่เอา...ไม่ได้อยากอยู่ข้างนอก เอาไว้เดิน มีต้นไม้นิดหน่อยพอ เราก็อยู่ข้างในเปิดแอร์เย็น สุนัขก็อยู่ข้างใน ตั้งแต่สร้างมายังไม่ได้ปรับปรุงอะไรเลยจนถึงวันนี้ค่ะ เปลี่ยนแค่สวน เมื่อก่อนยังไม่มีบ้านเล็กๆ สองหลังให้คนงานอยู่
ปลูกมาก็ปลวกกินตอนน้ำท่วม แล้วก็สร้างใหม่อีก เมื่อปีกลายน้ำท่วม ก็ท่วมถึงบันไดก้าวแรกหน้าบ้านเรา แต่ที่ปากทางนี่สูงเป็นเมตร ก็ไปพักพัทยา หัวหินกัน แม่สิ้นคำ พ่อ--ธนัช กับลูกชาย--ชลัช ก็พร้อมลงมาต่อเรื่องราวชีวิตในบ้านพอดี
“ตอนสร้างบ้าน ความตั้งใจให้บ้านนี้เป็นแบบหลุยส์แกรนด์ๆ แต่แม่เขาชอบโมเดิร์น ตกลงกันไปมาก็เป็นแบบนี้” ทางแม่แก้ต่างต่อว่า “แม่อยากให้เหมือนรีสอร์ต กระจกใสๆ มีแสง เห็นต้นไม้ ท้องฟ้าสมใจตามภาพที่คิด ตอนนั้นลูกๆ ไม่ได้มีส่วนในการตกแต่งอะไร เพราะเขายังเด็ก ส่วนห้องเขาในปัจจุบันก็มาเสริมเติมสิ่งต่างๆ ทีหลังค่ะ”
“สำหรับผมแล้ว บ้านน่ะคือที่อยู่ที่อบอุ่นของครอบครัว คิดว่าโอกาสถ้าคนรุ่นต่อไปจะสร้างอีกลำบาก เพราะหลังนี้ใช้เวลาสร้างเกือบ 5 ปี และเงินก็มหาศาล พอสร้าง ‘บ้าน’ กลายเป็น ‘บาน’ สร้างแล้วก็เกิดปัญหา เปลี่ยนผู้รับเหมาไปแล้ว 2-3 เจ้า บางคนเทคนิคไม่ถึง ตอนนั้นปัญหาเยอะมากและเราก็เหนื่อยมาก” ฝ่ายหนุ่มชลัช ลูกชาย ตอนนั้นอายุได้ 14 ปี อยู่เมืองนอก ไปกลับไทยอังกฤษ อาจไม่ค่อยประสากับธุระของพ่อกับแม่เรื่องบ้านเท่าไรนัก
กระทั่งกลับมาอยู่จริงๆ จังๆ ตอนเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ หลักสูตรอินเตอร์ ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว และเขาก็เล่าต่อถึงความรู้สึก
“พวกเราไม่เคยมีบ้านจริงๆ ที่เป็นหลังๆ เลยครับ เพราะบ้านอยู่ในโรงงาน อยู่ในนั้นมาตั้งแต่เด็ก กัญบอกแม่ว่า ชอบบ้านหลุยส์ๆ ชอบมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เพราะว่ากัญชอบโบสถ์ ชอบสิ่งก่อสร้างของยุโรป แต่แบบที่คุณแม่เลือกสุดท้ายแบบนี้ก็โปร่งดี แสงเข้าเยอะ ทุกอย่างก็ลงตัวดีครับ”
“เห็นโปร่งๆ อย่างนี้ ไม่ได้ว่าเปลืองไฟ เปลืองแอร์มากนะคะ เพราะจริงๆ เปิดแอร์ตัวกลางตัวเดียวก็เย็นทั้งบ้านเลย” แม่เสริม
หลังจากที่เราพิจารณาดูสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยบ้าน 2 ชั้น ขนาด 15 ห้อง ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอนที่ใหญ่พอกัน และทุกยูนิต มีวอลก์ อิน คอลเซต กับห้องน้ำขนาดใช้พร้อมกันทีเดียว 2 คน กับห้องอื่นๆ ในบ้านที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์
จนบอกเหตุผลได้ว่า บ้านที่สร้างเกือบเต็มพื้นที่ 1 ไร่นั้นมีส่วนที่ไม่ได้ใช้น้อยมาก และทั้งฝ่ายพ่อแม่ของหนุ่มกัญ ชลัชเอง ก็หวังให้เมื่อยามอายุมากกว่านี้ จะปรับย้ายลงมาใช้ห้องนอนชั้นล่างแทนได้ นั่น รวมไปถึงแม้ว่าลูกๆ จะแต่งงานก็ยังเหลือพอให้สร้างครอบครัวด้วยซ้ำไป นับว่าเป็นการสร้างบ้านที่มองการณ์ไกลจริงๆ
“ไม่ย้ายไปไหนแล้วแน่นอนค่ะ สำหรับเราสะดวกมากเลย การคมนาคม ไปไหนๆ ได้หมดเลย” ฝ่ายแม่ กล่าว
“ที่นี่มันเหมือนที่อยู่จริงๆ ไม่เหมือนในเมืองครับ ถ้าเป็นสุขุมวิทออกไปปุ๊บรถติดปั๊บ ตรงนี้ไม่มีไฟแดงครับ สบาย และเราก็ไม่ได้มีธุรกิจในเมืองด้วย อยู่แถวนี้สะดวกสบายมากกว่า มันเงียบ ไม่มีมลภาวะอะไร” “กัญเสริมก่อนจะบอกเล่าความรู้สึก บ้านในโรงงานวัยเด็ก” แต่ก่อนกัญมองเห็นพนักงานตลอด เห็นเครื่องจักร ได้ยินเสียงเรียกของคนงาน แถมยังมีรถเข้าออกตลอด ที่นี่มันคือบ้านจริงๆ แล้วครับ และพอมีบ้าน แม่ชอบจัดสวน ชอบต้นไม้มาก ไม่เสียเงินกับอะไรครับ ส่วนใหญ่เป็นบ้านและสวน”
“ทุกวันนี้ครอบครัวเราเจอกันแทบทุกวัน อาจไม่ได้เจอกันแค่ตอนเช้า หรือสัปดาห์หนึ่งไม่ได้เจอกันวันเดียว ฉะนั้นเทศกาลโน้นนี่ วันพ่อ วันแม่ เราเลยรู้สึกปกติครับ เพราะเราเจอกันกินข้าวกันทุกสัปดาห์” ลูกชายสุดหล่อเผย
“เขาคงมีความคิดว่า รักพ่อ รักแม่ ไม่ใช่แค่วันเดียว” พ่อตีความเพิ่มเติม
“เขาไหว้พ่อ ไหว้แม่ทุกวัน วันละ 2 ครั้งนะคะ สวัสดีตลอด ทักทายตลอด กลายเป็นว่าไม่ต้องมาพิเศษอะไรวันพ่อ วันแม่” แม่ชมลูกชายให้ฟังและกัญก็ยิ้มกริ่มทีเดียว
“เราไม่ต้องการอะไรตอนนี้ ต้องการให้ลูกเป็นคนดี เดินตามรอยเราไป เรามาจากรุ่นปู่ รุ่นทวด สั่งสอนมาแบบคนจีน ให้มีความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน กตัญญู รู้คุณ ทำอะไรก็ขึ้น ผมเองเคยช่วยคนมาเยอะ ทั้งเงิน ทั้งแรง จนตัวเองจะแย่นะ พอได้ดีแล้วเขาก็ลืม หลายต่อหลายคนเป็นอย่างนี้ ทุกวันนี้เขาคงไม่สบายเท่าไร
อยากบอกว่า จริงๆ เราต้องรู้ว่าคนที่ช่วยเราไม่ใช่เรือจ้าง ใช้แล้วก็ถีบหัวส่งไม่ได้ และอีกอย่างอะไรไม่ใช่ของเรา...อย่าเอา ต้องซื่อสัตย์ มีก็ให้ ก็เลี้ยงคนอื่นได้ เราเลี้ยงเขา 5 ครั้ง เขาเลี้ยงเราสักครั้งก็โอเคแล้ว ถ้าเขาไม่ค่อยมีเมื่อเรารวยจะเลี้ยงเขาตลอดก็ได้ (หัวเราะ)”
คุณพ่อเล่าถึงราวกับสอนไปพร้อมกันและเสริมว่า “ก็ไม่ได้เร่งเร้าอะไรเขาตอนนี้ เพราะเร่งงานจะออกมาไม่ดี ต้องรู้จริง...รู้แท้ แล้วค่อยทำ ไม่งั้นออกมา...งานเละ ชิ้นงานชิ้นแรกต้องเพอร์เฟกต์ ถ้ามีคนติมาเรื่อยๆ สร้างแบรนด์ต่อไปก็ไม่สำเร็จ สู้ลงทุนเยอะหน่อย ใช้เวลาเยอะหน่อยจะดีกว่า” คำของบิดาสู่ลูกชายฟังดูนุ่มนวล แต่เปี่ยมด้วยพลัง
“ส่วนแม่ก็สอนเขาตลอด อีกหน่อยเงินต้องหามาเอง หาได้จะได้รู้ว่าการหาเงินเป็นอย่างไร เงินมีให้ ถ้าไม่รู้จักใช้ ก็ไม่อยู่กับเรา” แม่กล่าว
“การหาเงินยาก การใช้เงินให้เป็นน่ะยากกว่า ใช้ไงให้ถูกต้อง เขาจัดมา...บางคนใช้ไม่เป็นก็หมด” พ่อย้ำ ก่อนจะรำลึกความหลัง “ชีวิตเรามาจากศูนย์ เราเลยรู้ว่าความจนเป็นอย่างไร เราต้องคิดตลอด เพราะยามรวยควรคิดถึงยามจน ยามจนอย่าไปคิดถึงยามรวย เพราะมันไปไม่ถึง” คุณพ่อหนักแน่นอีกครั้งในเรื่องที่มา กับสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ท่ามกลางห้องรับแขกที่เย็นฉ่ำสบาย ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องปรับอากาศ แต่ชุ่มฉ่ำชื่นใจในความรักและใส่ใจต่อกันและกันของคนในบ้าน
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;







