
โกหกสีขาว...โกงกินไม่น่ารังเกียจ ชาวพุทธควรพิจารณาอย่างไร!? (ตอน ๑๐)
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
กำหนัด สยบ หมกมุ่น พันพัว มัวเมา ไม่เห็นโทษ ไม่รู้จักทำจิตให้อยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น ซึ่งฆราวาสที่ดีนั้นต้องรู้จักทำจิตให้อยู่เหนืออำนาจบีบคั้นของอารมณ์ต่างๆ ที่มีเวทนาเป็นเหตุ เรียกว่า ต้องมีอินทรียสังวรกันพอสมควร เพื่อเอาชนะอารมณ์ที่คุกคามจิตให้เสียสภาพคุณความดีในฐานะมนุษย์ที่ประเสริฐ ซึ่งจะต้องมีการศึกษาพัฒนาจิตวิญญาณจนเข้าใจและยอมรับในกฎความจริงที่มีปรากฏอยู่ในธรรมชาติ เพื่อละให้ทันในต้นเหตุนั้นๆ จะได้ไม่เพิ่มเติมเข้ามาบังคับบัญชา จนจิตสูญเสียอิสรภาพ ขาดดุลยธรรม เบี่ยงเบนออกไปนอกกรอบศีลธรรมและจริยศาสน์ ให้คิด นึก พูด ทำ ในสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับคุณความดี ตามวิถีพุทธศาสนา ดังที่ปรากฏให้เห็นจากการสำรวจของเอแบคโพลล์...
จึงไม่แปลกที่แรงขับเคลื่อนของภาคสังคมจะออกมาในรูปแบบที่ไร้ทิศทาง สับสนอลเวง หาจุดเริ่มต้นไม่เจอ และกำหนดจุดสิ้นสุดไม่ได้ กลายเป็นสภาพสังคมที่ไร้แก่น ขาดสาระธรรม อ่อนแอและหวั่นไหว ไม่นิ่ง ไม่สงบ เป็นริ้วคลื่น วิ่งไหลวกวนอยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่จะมีความขัดแย้งในทุกกรณี ทั้งนี้ ด้วยสภาพสังคมแบ่งแยกไปตามกำลังการยึดถือโลกธาตุที่แตกต่างกันไป จนก่อให้เกิดทิฏฐิที่หลากหลาย ด้วยเพราะละทิ้งการศึกษาในวิถีพุทธ ที่มุ่งพัฒนาสัตว์มนุษย์ไปสู่ทิฏฐิและศีลอันเสมอกัน จนเกิดเป็นทิฏฐิชุกรรม และพัฒนาเป็นสัมมาทิฏฐิ ด้วยอำนาจแห่งพระธรรมคำสั่งสอนที่สามารถหลอมรวมจิตใจความรู้สึกที่หลากหลายของสัตว์สังคมให้เป็นหนึ่งเดียวกัน นี่แหละคือความสำคัญของศาสนาที่สัตว์มนุษย์ไม่ว่ากลุ่มใด หมู่คณะใด เชื้อชาติใด เกิดในภูมิภาคใดของโลก หากต้องการสันติสุขในหมู่ชน ก็จะต้องแสวงหาศาสนาประจำชีวิต เพราะการอยู่อย่างไร้ศาสนานั้น ไม่ใช่ฐานะของมนุษย์อันเป็นสัตว์สังคม ที่สามารถพัฒนาสู่ความประเสริฐได้โดยธรรม
แต่อย่างไรก็ตาม หากได้พิจารณาเข้าถึง “หลักตถตา” ในพระพุทธศาสนา ก็ไม่เป็นเรื่องที่แปลกใดๆ เลย ที่ความคิดของบุคคลในสังคมที่ไร้แก่น (ธรรม) จะเป็นไปได้เช่นนี้ ดังที่กล่าวว่า “การคอร์รัปชันไม่น่ารังเกียจ หากได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน” ซึ่งมีข่าวสารที่สอดคล้องกับความเป็นจริงแห่งผลึกความเห็น (ทิฏฐิ) ดังกล่าว เมื่อได้ทราบจากลูกศิษย์ที่เป็นข้าราชการระดับบริหารจากหลายหน่วยงาน ที่พูดสอดคล้องเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้มีการแปรรูปแบบการคอร์รัปชันไปอีกก้าวหนึ่ง ที่น่าเกลียดน่ากลัวไปกว่าเดิม จะเรียกว่า “ปล้นกันกลางแดดเลย” ก็ว่าได้ ให้แตกต่างไปจากสมัยก่อน ที่จอมโจรสวมสูททั้งหลายยังเหนียมอายกันบ้าง จะทำอะไรที่ชั่วๆ ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ รูปแบบการคอร์รัปชันก็ไม่ซับซ้อน เพียงแค่อ้างอิงค่าคอมมิชชัน ๑๐-๒๐% ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของการจ่ายเงินค่ากินเปล่าให้กับบุคคลผู้มีอำนาจ ที่แสวงหาโดยความไม่ชอบทั้งหลาย โดยหน่วยงานผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้างจะรู้กัน มีข้อตกลงกันโดยธรรมเนียมการปฏิบัติ เมื่อจ่ายเงินไปแล้วเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็จะรู้กันว่า ถ้า ๑๐๐ บาท ถูกหักไปแล้ว ๒๐ บาท คงรับจริง ๘๐ บาท ผู้รับจ้างก็จะบริหารจัดการให้ต้นทุนการว่าจ้าง ๘๐ บาท ให้ได้ผลกำไร เพื่อความอยู่รอดโดยการไปลดต้นทุนการผลิตลงมาในทุกๆ ด้าน เช่น จัดทำสินค้าอย่างไม่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด
โดยคณะกรรมการฯ ฝ่ายผู้มีอำนาจที่เป็นผู้ว่าจ้างด้วยภาษีของประชาชนรับรู้ในธรรมเนียมการปฏิบัติ จะไม่เคร่งครัดในการตรวจรับสินค้า ถึงแม้จะต่างมาตรฐานคุณภาพไปบ้าง เช่น การจัดสร้างถนนลาดยาง มีผิวหนา ๔ เซนติเมตร ก็ลดความหนาของการลาดยางลงสัก ๒ เซนติเมตร หรือปรับฐานถนนให้ลดต้นทุนลง เพื่อผู้รับจ้างจะได้ไม่ขาดทุนกำไร มิหนำซ้ำยังได้กำไรมากกว่าเดิม เพราะผู้มีอำนาจได้บัญชาให้ซูเอี๋ยกันในการตรวจรับ ระบบพึ่งพิงดังกล่าวใช้กันมานานในสังคมไทย จนเป็นที่ยอมรับกันว่าการทำงานรับจ้างใดๆ กับองค์กรเหล่านี้ จะต้องมีค่าคอมมิชชัน ๑๐๒๐% เรื่องเหล่านี้ห้ามเถียง เพราะได้เห็นมาหมดแล้ว
มาในสมัยนี้ พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงแปรรูปโดยผู้มีอำนาจที่สามารถบงการอำนาจการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานต่างๆ ได้ โดยให้มีการจัดรูปแบบคอร์รัปชันแบบเบ็ดเสร็จ ครบวงจร นำเสนอต่อหน่วยงานระดับล่างๆ ลงไปจนถึงระดับพื้นฐานตามท้องถิ่นต่างๆ โดยได้รับการยินยอมจากองค์กรท้องถิ่น ด้วยความเป็นฐานอำนาจเดียวกัน จึงร่วมมือกันไม่ยาก ถึงแม้คนละฐานการเมืองกันก็ซูเอี๋ยกันได้ เพราะผลประโยชน์เป็นจุดหลอมรวมโลภะจิตให้เป็นเนื้อเดียวกันได้ไม่ยาก เรียกว่า คนเราจะคบกันได้นั้น ต้องชั่วเหมือนกัน หรือต้องดีเหมือนกันเท่านั้น หากแตกต่างกัน เช่น ฝ่ายหนึ่ง ชั่ว–ฝ่ายหนึ่ง ดี หรือฝ่ายหนึ่ง ดี–ฝ่ายหนึ่ง ชั่ว นั้นยากจะคบกันได้ เพราะมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัว แต่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีคนดีลุกขึ้นมาขัดแย้งกับคนชั่ว ในยุคสมัยที่คนดีเริ่มดีฝ่อมากกว่าดีมั่นคง เราจึงเห็นการปล่อยปละละเลยไหลตามกระแสของคนที่ไม่ชั่ว (แต่ไม่ดีจริง) ซึ่งรู้ปัญหาทั้งหมด
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







