posttoday
การโค้ชให้ลูกทีมมี mindfulness

การโค้ชให้ลูกทีมมี mindfulness

24 กันยายน 2555

การโค้ชให้ลูกทีมมี Mindfulnessคอลัมน์ของสัปดาห์ก่อน เราได้คุยกันเรื่องความสำคัญของการเป็นโค้ชผู้บริหาร

โดย...รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข

การโค้ชให้ลูกทีมมี Mindfulnessคอลัมน์ของสัปดาห์ก่อน เราได้คุยกันเรื่องความสำคัญของการเป็นโค้ชผู้บริหาร (Executive Coach) หรือโค้ชเรื่องการดำเนินชีวิต (Life Coach) และโค้ชโดยทั่วๆ ไป ว่าพึงมีสติรู้ตน (Mindfulness) ในแต่ละช่วงเวลาทุกขณะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับฟังเรื่องราวต่างๆ ของลูกค้า (Client) นอกจากนี้การมีสติและสมาธิในการมองเห็นและสัมผัสรับรู้ถึงจิตอารมณ์ตลอดจนภาษากาย (Body Language) ที่ลูกค้ามิได้สื่อสารออกมาทางคำพูดก็เป็นทักษะที่สำคัญ การเป็นโค้ชนั้นพึงใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้เป็นประโยชน์เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าให้มากที่สุด ก่อนที่จะทำการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและให้คำแนะนำกับเขา

คนเป็นโค้ชต้องมีสติและสมาธิ รู้ตัวเองและรู้คนอื่นที่เป็นลูกค้าของเรา ซึ่งนับเป็นภารกิจที่ไม่ง่ายและต้องอาศัยการฝึกฝนให้มีสติอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็จำเป็นที่ลูกค้าจะต้องมีสติรู้ตัวในขณะที่เขากำลังอยู่กับโค้ชเช่นกัน

การโค้ชให้ลูกทีมมี mindfulness

 

ในการสัมมนาประจำปี Asia Pacific Alliance of Coach ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา จึงมีการหยิบยกประเด็น เรื่อง “การสร้างหรือฝึกการมีสติให้กับลูกค้าของโค้ช” ด้วยเหตุผลสำคัญของการที่ลูกค้าควรมีสติในระหว่างการโค้ช ก็เพื่อที่เขาจะได้รู้ตัวว่าขณะนั้นเขากำลังมีความรู้สึกอย่างไร มีอารมณ์ มีความต้องการ หรือมีความคาดหวังอย่างไร และเรื่องที่กำลังมีความสำคัญที่สุดสำหรับเขาคืออะไร บางท่านอาจนึกสงสัยในใจว่า “อะไรมันจะยากขนาดนั้น!!! กะแค่บอกโค้ชว่า ตัวเองกำลังมีปัญหาหรือต้องการอะไรอยู่”

เชื่อเถอะค่ะว่า เรื่องมันไม่ง่ายอย่างนั้นสำหรับทุกคน มีหลายหนที่ผู้เขียนได้พบลูกค้าที่เป็นผู้บริหารหลายท่านที่ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าปัญหาของตนเองคืออะไร หรือตนเองมีเป้าหมายอะไรในชีวิตแน่ เราต้องใช้เวลาอยู่สักพักทีเดียวเพื่อให้เขาได้สงบใจ ตั้งสติ และคิดทบทวนอย่างระมัดระวังก่อนที่เขาจะได้คำตอบที่ “ใช่” ทั้งนี้ด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น ภารกิจหน้าที่การงานทั้งที่สำนักงานและหน้าที่ต่อครอบครัวมีมากมาย คนรอบข้างมีความคาดหวังและยัดเยียดบทบาทความรับผิดชอบให้เขา จนทำให้เขาสับสนว่าเขาควรคิด พูด และปฏิบัติตนอย่างไรดี นอกจากนี้คนหลายคนยังปฏิเสธไม่กล้ายอมรับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเองอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริหารหลายคนไม่เห็นว่าเรื่องการบริหาร HR เป็นเรื่องสำคัญ แต่ต่อหน้าลูกน้องและสาธารณชนก็ต้องทำเป็นพูดว่า “ตนเองเห็นว่า HR เป็นเรื่องสำคัญ” ทั้งนี้เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง และเมื่อเขาต้องมาอยู่กับโค้ชเพื่อพัฒนาตนเอง เขาก็ยังไม่กล้าเปิดเผยความจริงนี้ให้โค้ชได้ทราบ ทำให้การโค้ชไม่ได้ผลเท่าที่ควร

การยอมรับตัวตนที่แท้จริง (Authentic Self) และกล้านำเสนอข้อมูลนี้กับโค้ชจึงเป็นเรื่องสำคัญ และโค้ชที่ดีก็ต้องมีจริยธรรมในการเก็บรักษาข้อมูลความลับของลูกค้าทุกคน ดังนั้นก่อนเริ่มการโค้ช โค้ชหลายคนจึงแนะนำให้ลูกค้าฝึกสมาธิด้วยการนั่งสมาธิดูลมหายใจเข้า–ออกอยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องพะวงถึงอดีต ไม่ต้องคิดไปถึงอนาคต อยู่ตรงนี้กับตัวเอง ณ เวลานั้นๆ (Here and Now) พอจิตเริ่มสงบนิ่งไม่ฟุ้งซ่านก็ให้รู้ตัวว่า ขณะนี้ตัวเองกังวลเรื่องอะไร คิดเรื่องอะไรอยู่ และตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่กับประเด็นในแต่ละเรื่อง พอลูกค้าสามารถไล่ความสับสนในความคิดออกไปได้เหมือนตะกอนในบ่อน้ำจมสู่ก้นบ่อ เขาก็จะมีความตระหนักในตัวเอง (SelfAwareness) มากขึ้น สามารถเรียบเรียงความคิดในการสื่อสารเรื่องราวประเด็นต่างๆ กับโค้ชได้อย่างชัดเจน

การโค้ชให้ลูกทีมมี mindfulness

 

เมื่อทั้งโค้ชและลูกค้าต่างมีความตระหนักในตนเอง มีสติ ประสิทธิผลของการโค้ชย่อมเพิ่มขึ้นรวดเร็ว และยิ่งลูกค้ามีสติมากขึ้นในการดำรงชีวิต เขาก็อาจสามารถพัฒนาตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งโค้ชได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะผู้มีสติย่อมไม่ทำการใดๆ โดยไม่ไตร่ตรอง และมีความอ่อนไหวต่อจิตอารมณ์ ความต้องการของตนเองและของผู้อื่นด้วย

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีข้อระวังว่า อย่าหลงเอา “อุปทาน” มายึดเป็นความจริงก็แล้วกัน เพราะในบางครั้งเคยสังเกตเห็นการฝึกให้มีสติบางประเภทที่ผู้ฝึก “ถามนำ” ผู้กำลังฝึกว่า “เขารู้สึกอะไรหรือไม่ ถ้ารู้สึกอะไรก็ให้แสดงออกมา” ปรากฏว่า ผู้กำลังฝึกบางคนคาดหวังว่าตัวเองควร “รู้สึกอะไรสักอย่าง” ทั้งๆ ที่อาจจะรู้สึกเฉยๆ ก็ได้ แต่พอถูกถามนำก็อาจพยายามคิดว่า ตนเองรู้สึกอะไรบางอย่างแล้วก็เลยแสดงกิริยาแปลกๆ ออกไป ถ้ารู้สึกจริงๆ ก็แล้วไป แต่ถ้าไม่รู้สึกอะไรก็ไม่ต้องพยายามเฟ้นหาจนเกิด “อุปทาน” ว่า ตนรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ประเดี๋ยวการฝึกสติจะกลายเป็นเหมือนมี “องค์มาลง” ไปเสีย!!!!

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่