
แด่...พ่อ
โดย...ปาริชาติ ชื่นชม
โดย...ปาริชาติ ชื่นชม
ด้วยศรัทธามั่น พวกเขารวมตัวกันยิ่งใหญ่ ฝ่าด่านมาจากทุกสารทิศ มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของแผ่นดินไทย
ด้วยศรัทธามั่น สองขาของเขาถีบปั่นมานาน 3 ปี อยู่ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย
ที่เมืองกรุง พวกเขานั่งอาบแดดร้อน ปฏิบัติภารกิจใหญ่ ทวงถามความเป็นธรรมให้คนแดนไกล พวกเขาบอกว่า ทำเพื่อประชาธิปไตย
ที่ภาคเหนือของไทย ท่ามกลางภูผาแม่น้ำใหญ่ สองขาของเขายังถีบปั่นต่อไป ขับเคลื่อนด้วยพลังในหัวใจที่มีจังหวะเต้นเพียง 38 ครั้งต่อนาที จนน้ำหนักตัวหายไป 15 กิโลกรัม
ในเมืองหลวง พวกเขาต้องการให้สื่อถ่ายทอดพลังมวลชนและข้อเรียกร้องของพวกเขาออกไปแสนไกล
ในดินแดนแสนสงบที่ จ.เชียงราย เขาทุ่มเททั้งแรงใจแรงกาย เพื่อให้ชาวโลกได้รู้จักความงดงามของประเทศไทย
อลัน เบต บอกว่า ภารกิจครั้งนี้เพื่อประเทศชาติไทย เพื่อในหลวงของแผ่นดินไทย
ประเทศไทยที่รัก
“ผมเป็นชาวต่างชาติ แต่หัวใจของผมเป็นคนไทย” เขาประกาศอย่างไม่ลังเล
อลันคืออดีตนักจักรยานระดับทีมชาติอังกฤษ และวันหนึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขาเดินทางมายัง จ.เชียงราย
ขณะปั่นจักรยานไปรอบ อ.เชียงของ อลันดื่มด่ำไปกับธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แม่น้ำโขงแสนงามรอบ อ.เชียงของ รายล้อมไปด้วยภูเขา ชาวบ้านเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทักทายอลันอย่างเป็นมิตร
ไม่ต้องนึกไปไกลถึงเผ่านาวี บนดาวแพนดอรา เพราะสมบัติธรรมชาติอันล้ำค่าอยู่แค่เอื้อมบนแผ่นดินไทย
“มันจะต้องเป็นสถานที่เพอร์เฟกต์ต่อการใช้ชีวิตอยู่ ผมจึงตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลือของผมที่เชียงของ หนึ่งในสถานที่ดีที่สุดในโลก”
ในปัจจุบันนี้ อลันมีภรรยาเป็นคนไทย ทั้งคู่มีลูกชายตัวน้อยด้วยกัน 1 คน
“ผมชอบการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ซึ่งก็คือการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ อยู่กับวิถีชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง ซึ่งจะดำเนินต่อไปได้อีกหลายร้อยปี ผู้คนส่วนใหญ่ไม่หลงใหลไปกับวัตถุนิยม พวกเขาไม่เดินตามวิธีแบบตะวันตก”
ที่เชียงของ อลันเปิดพิพิธภัณฑ์จักรยานและสอนจักรยานให้เด็กๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เขาเชื่อว่าไม่ได้มีแค่คนรวยเท่านั้นหรอกที่จะเป็นแชมเปียน หรือแม้แต่โอลิมปิกแชมเปียนได้ หรืออย่างน้อยเขาก็หวังว่าเด็กไทยจะมีโอกาสพัฒนาไปจนถึงระดับที่จะปั่นจักรยานอาชีพในยุโรปได้
“เพื่อแสดงให้ชาวยุโรปเห็นว่า คนเอเชียก็ปั่นจักรยานเร็วนะครับ”
หนึ่งในผลงานการปั้นของอลันคือ ตรีรัตน์ เงินคำ นักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยนั่นเอง
‘พ่อ’ ของผม
“ไอ เลิฟ มาย แดด ครับ ไอ แคน ดู ฟอร์ อาวเออร์ คิง” อลันกล่าวเป็นภาษาอังกฤษปนไทย ด้วยว่าภาษาไทยของเขายังไม่แข็งแรงนัก
หลังใช้ชีวิตในเมืองไทยมานานครึ่งทศวรรษ อลัน บอกว่า เขาได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนทุกๆ นาทีในทุกๆ วัน
“พระองค์ท่านทรงเป็นฮีโร่ของผมครับ ผมนับถือพระองค์ท่านเสมือนพ่อแท้ๆ ผมแขวนเหรียญนี้ไว้เพื่อช่วยคุ้มครองผมครับ” อลัน กล่าว พร้อมชูเหรียญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกมาให้ดู
อลันสวมใส่เหรียญนี้ไว้ตลอดเวลา
เพื่อตอบแทนแผ่นดินไทยที่เขาได้อาศัยอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร วันที่ 31 มี.ค. นี้ อลันจะเริ่มปั่นจักรยานออกจากลานพระบรมรูปทรงม้า มุ่งหน้าสู่ทางตอนใต้ เพื่อเดินทางออกจากประเทศไทยสู่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ก่อนจะข้ามไปยังทวีปออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป ก่อนเดินทางกลับเข้าเอเชียและประเทศไทยที่ อ.เชียงของ
กินระยะทาง 29,500 กิโลเมตร และอลันต้องการจะทำให้ได้ภายในเวลา 149 วัน (หรือน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ!) โดยมีบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง เป็นทั้งผู้สนับสนุนและกำลังใจ
หากสำเร็จจะกลายเป็นสถิติโลกใหม่บันทึกในกินเนสบุ๊กทันที แทนที่สถิติเดิมที่ จูเลียน ซาเยอร์ ชาวอังกฤษ ที่เพิ่งทำไว้เมื่อปีที่แล้วด้วยระยะทาง 29,000 กิโลเมตร ในเวลา 165 วัน
“ผมรู้จักแต่จักรยาน จึงเป็นสิ่งเดียวที่ผมนึกออกเพื่อตอบแทนพระองค์ท่าน เพื่อแสดงความรักของผมที่มีแด่พระองค์ท่าน เมื่อมีคนพูดถึงสถิติโลกก็เท่ากับว่าพูดถึงประเทศไทยและในหลวง ผมจึงตั้งใจจะทำเวลาให้ดีที่สุด เพื่อรักษาสถิติโลกให้นานที่สุด เพราะต้องการให้โลกได้พูดถึงประเทศไทยและในหลวงไปอีกนาน”
ฟังดูเหมือนไม่ยาก แต่จริงๆ แล้วอลันจะต้องปั่นจักรยานเข้าไปยังดินแดนแห่งใหม่ สัมผัสกับวัฒนธรรมที่เขาไม่เคยรู้จัก ขี่รถบนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งทำให้เขายอมรับว่า หวาดกลัวไม่น้อยว่าอาจจะได้รับบาดเจ็บได้
“ซึ่งอาจจะทำให้เป้าหมายครั้งนี้ไม่สำเร็จ ฉะนั้นผมก็จะต้องปั่นต่อไปแม้อาจจะมีอาการบาดเจ็บ”
เพื่อกอบกู้และเผยแพร่ภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศไทย ที่คนไทยบางจำพวกขยี้มันลงเองกับมือ







