posttoday
เจ็ดวันกับการรอด

เจ็ดวันกับการรอด

25 มกราคม 2555

เจ็ดวัน กับการอดรอดชีวิตมาเล่าเรื่องราวการอดอาหารจนครบ 7 วันให้ทุกๆ คนฟังแล้วค่ะ

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

เจ็ดวัน กับการอดรอดชีวิตมาเล่าเรื่องราวการอดอาหารจนครบ 7 วันให้ทุกๆ คนฟังแล้วค่ะ ถ้าเป็นภาษาฝรั่งก็คงต้องเรียกหนูดีว่า Survivor กันแล้วนะคะนาทีนี้ เพราะปกติหนูดีจะอดเพียง 3 วันเท่านั้น แต่ปีนี้ฟิตหน่อยมีคนรู้จักที่อายุเท่าๆ กันเริ่มเป็นมะเร็งกันเยอะ รู้สึกว่ามันใกล้ตัวเราจริงๆ จึงต้องขอเพิ่มระยะเวลาการอดอาหารล้างพิษให้นานขึ้น เพื่อผลสัมฤทธิ์ที่เหมาะกับอายุที่เพิ่มขึ้นค่ะ

ในคอลัมน์สัปดาห์นี้ หนูดีจะขอเชิญชวนแฟนๆ คอลัมน์ตัวเองอย่างจริงจังว่า มาอดกันเถอะค่ะ มันจำเป็นกว่าที่คุณคิด และมันน่ากลัวน้อยกว่าที่คุณคิดเยอะ เพราะว่า “การอด” ไม่ได้หมายความว่า อดหมดทุกอย่างนะคะ เรายังรับประทานได้หลายสิ่งมากๆ จนแทบไม่มีคำว่า “หิว” เลยในระหว่างวัน

มาค่ะ เดี๋ยวหนูดีสรุปประสบการณ์ 7 วันอันตราย อุ๊ปส์ ไม่ใช่ 7 วันล้างสิ่งอันตรายออกจากร่างกายให้ฟังกันค่ะ

ในการอดครั้งนี้ หนูดีเลือกวิธีใช้โคลนและเปลือกข้าวชนิดหนึ่งมาทำความสะอาดลำไส้ เหตุผลหลักๆ ของการอด คือการทำความสะอาดผนังลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และเป็นการพักผ่อนระบบย่อย ที่เขาต้องย่อยเนื้อสัตว์ แป้ง มาตลอดทั้งปี ไม่มีวันหยุดเลย ดังนั้น ถ้าคิดจะอดแบบไม่หิว สไตล์ที่หนูดีทำไป คุณจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

1.เครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกาก แต่เราจะเอามาคั้นน้ำผักค่ะ

2.โคลนเหลวเบนโทไนต์ หรือโคลนผงที่นำมาชงเพื่อดื่มก็ได้

หนูดีใช้โคลนเหลวครั้งนี้ แต่โคลนผงก็ได้ผลดีเช่นกัน การดื่มโคลนนี้จะช่วยเข้าไปในลำไส้ แต่ค่อยๆ ลอกเมือกที่เกิดจากการย่อยนม เนื้อสัตว์ไม่หมด ให้ออกไปกับการเข้าห้องน้ำ เชื่อไหมคะว่า ก่อนลงมืออด หนูดีมี Metabolism ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น 1,200 แต่หนูดีมีแค่ 1,100 เท่านั้น แต่พอเลิกโปรแกรมอด กลับกลายเป็นว่า Metabolism พุ่งกลับมาที่ 1206 โดยไม่ได้ออกกำลังกายเพิ่มเลย (หมดแรง) เหตุผลง่ายๆ เลยก็คือ เมื่อผนังลำไส้เราสะอาด ไม่มีเมือกหรือตะกรันไปอุดตัน การดูดซึมก็จะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ แทบไม่ต้องทำอะไรพิเศษเลย งวดนี้หนูดีซื้อวิตามินดีๆ มารับประทานช่วงปีใหม่เยอะ แต่ไม่ยอมกินก่อนอดค่ะ เพราะว่าต่อให้เรากินอาหารดีแค่ไหน แพงแค่ไหน แต่ถ้าคุณดูดซึมไม่ได้ ก็เปลืองเงินเปล่า เพราะเท่ากับร่างกายเป็นแค่ทางผ่านให้อาหาร กลายเป็นกากอาหารเท่านั้นเอง ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย

3.Psyllium Husks หรือเปลือกข้าวชนิดหนึ่ง คนอียิปต์โบราณใช้กินเพื่อเพิ่มกากใยให้อาหาร เปลือกข้าวนี้ หนูดีกินมาหลายปีแล้วค่ะ แต่นำมาใช้ผสมกับเนื้อโคลน 1:1 ช้อนโต๊ะ เพื่อเขย่าปนกับน้ำคั้นผัก ดื่มวันละ 3 เวลา คือ 06.30, 09.30 และ 15.00 น. ตลอดทั้ง 7 วัน เพื่อกวาดทำความสะอาดลำไส้ตั้งแต่ส่วนบนๆ ลงมาเลย กินแล้วอิ่ม ที่สำคัญ รสชาติ Neutral คือเป็นกลางมาก ไม่มีรสอะไร กินแล้วไม่จะเป็นจะตาย มันก็จะเป็นรสน้ำคั้นแครอต มะเขือเทศ เซเลอรี ฯลฯ แล้วแต่เราเลือกค่ะ ที่สำคัญถ้าอยากคั้นผลไม้ ให้ปะปนกับผักเท่านั้น อย่ากินผลไม้เดี่ยวๆ เพราะน้ำตาลจะสูงมากจนมึนได้ เปลือกซีเลียมนี้ หนูดีซื้อจาก Trader Joe’s ในอเมริกา กระปุก 1,200 g. ราคาไม่เกิน 10 เหรียญสหรัฐ แต่พอมาฮ่องกง คุณแม่ซื้อน้ำหนักเท่ากันราคาพุ่งจาก 350 ไปเป็น 1,200 บาท กลับมาคำนวณแล้ว คุณแม่เซ็งไปเลยค่ะ เช็กราคาออนไลน์ดีๆ นะคะ เปลือกข้าวพันธุ์นี้ไม่ใช่ของแพง ใครไปอเมริกาหรือมีเพื่อนอยู่ที่นั่น ให้เขาส่งมาให้จะประหยัดกว่าค่ะ

และที่ขาดไม่ได้คือ 4.วิตามินเสริมจากผักผลไม้จริงๆ เท่านั้น กินวันละ 5 เวลาเลย ขาดไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นจะหน้ามืดและวูบ หรือหิวแสบไส้ ทำให้เข็ดและไม่กล้ากลับมาอดอีกนาน หนูดีกินช่วง 08.00, 11.00, 14.00, 17.00, และ 20.00 น. ค่ะ ครั้งละ 3:3 เม็ด คือ เป็นวิตามินเสริมพลังและวิตามินกลุ่ม Detox ชื่อ Chomper เพื่อช่วยให้เมือกสกปรกต่างๆ ในระบบย่อยอาหารคลายตัวออกมา กินได้ทุกยี่ห้อที่ไม่ผสมสารเคมี ครั้งนี้หนูดีกินของ Arise & Shine แต่ก็มีหลายยี่ห้อให้เลือกค่ะ กินเวียนไปเรื่อยๆ และที่สำคัญสุดๆ ห้ามลืมเด็ดขาด คือการรับประทาน “แบคทีเรียดี” เสริมเข้าไป ทดแทนส่วนที่เราคลีนเขาออกไป มีหลายยี่ห้อให้เลือกค่ะ เลือกที่ห้องแล็บน่าเชื่อถือ จะเป็นแบบแช่เย็นหรืออาศัยในอากาศอุ่นก็ได้ หนูดีมักกินของ Ohirra หรือ New Chapter ค่ะ ต้องสั่งออนไลน์เช่นกัน ไม่มีนำเข้าในไทยในเวลานี้กินก่อนนอน หรือหลังตื่น หรือทั้งสองเวลา

ระหว่างนั้นกินผักสด สลัด ผลไม้สดได้ทุกอย่าง ยกเว้นแตงโมกับทุเรียนเป็นอาหารกลางวันและเย็น ส่วนเนื้อสัตว์และแป้ง ข้าว ถั่ว งดทั้งหมด รวมถึงงดเครื่องปรุงทุกอย่างด้วย ทั้งเกลือและน้ำตาลก็ไม่เว้น หนูดีตอนแรกคิดว่า ถ้าไม่กินแป้งต้องตายแน่ๆ แต่ก็ไม่ตายค่ะ แถมสบายดีมีพลังมาทำงานได้มากมาย สมองแล่นปรื๊ดกว่าตอนกินอิ่มๆ อีกค่ะ ไม่ง่วง ไม่ซึมเลย

มาดูกันนะคะว่า แต่ละวันเรามีอาการอย่างไร บอกได้เลยว่าไม่ต้องแคนเซิลหรือหยุดงาน ไปทำงานได้เลยตามปกติ

วันที่ 0 – หรือ 1 วันก่อนอด เราจะไปทำ Colonic หรือล้างลำไส้นะคะ

วันที่ 1 – เริ่มกินโคลน เปลือกข้าว วิตามิน และแบคทีเรียได้เลย อาหารสดกินได้ ไม่หิวค่ะ

วันที่ 2 – เหมือนเดิม วันนี้พลังเหลือเฟือ หนูดีออกไปคายักโต้คลื่นในทะเลได้ 1 ชั่วโมง

วันที่ 3 – ยังคงไม่หิวและออกไปคายักได้ กลับมาพิมพ์งานแบบหัวแล่นมากเป็นพิเศษ + Colonic

วันที่ 4 – วันนี้ขับรถจากชลบุรีเข้ามาสัมภาษณ์และถ่ายปก A Day Bulletin ไม่เหนื่อยเลย

วันที่ 5 – เริ่มเพลียนิดๆ แต่ไม่หิวนะคะ งดเล่นเรือ แต่หันมาเล่นโยคะแทน 1 ชั่วโมงค่ะ +Colonic

วันที่ 6 – เริ่มเสียงเบาลงๆ รู้สึกร่างกายกำลังเยียวยา ขอนอนกลางวัน 2 ชั่วโมง

วันที่ 7 – ตื่นเต้น เพราะอดวันสุดท้าย เริ่มคิดว่าอดต่อก็ยังไหว ยังไม่หิวค่ะ กินผักผลไม้ได้

วันที่ 9 – ต้องทำ Colonic ค่ะ

ใน 7 วันนี้ที่ทรมานที่สุด ไม่ใช่ความหิว แต่คือ “ความอยาก” ค่ะ เพราะลิ้นเราติดกับรสชาติมากไป แต่ผลพลอยได้ นอกจากร่างกายแข็งแรงแล้ว น้ำหนักหนูดียังลดไป 4 กิโลกรัม พุงยุบเรียบเลย ใครสนใจลองดูนะคะ แล้วสัปดาห์หน้าจะมาเล่าเรื่อง Colonic ให้ฟัง สำหรับมือใหม่ค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร