
ผมเปิดเทอมแล้วครับ
ยังจำกันได้หรือเปล่าเอ่ย ในวัยเด็กเรามักถูกผู้ใหญ่เคี่ยวเข็ญให้ตั้งใจเรียนอยู่เสมอๆ และก็เชื่อว่าหลายคน (รวมทั้งคนเขียนด้วย อิอิ)
ยังจำกันได้หรือเปล่าเอ่ย ในวัยเด็กเรามักถูกผู้ใหญ่เคี่ยวเข็ญให้ตั้งใจเรียนอยู่เสมอๆ และก็เชื่อว่าหลายคน (รวมทั้งคนเขียนด้วย อิอิ)
โดย..มิวโกโตะ
ไม่เข้าใจกับคำพูดเหล่านั้น ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรอก เพราะตอนนั้นเรายังไม่มีวุฒิภาวะ หรือประสบการณ์ที่มากพอที่จะเข้าใจได้ว่าการศึกษาสำคัญขนาดไหน
บางคนอ่านมาถึงบรรทัดนี้อาจเกิดความคิดแวบเข้ามาในหัวว่า ไม่จริงหรอก!!! คนไม่ได้เรียนหนังสือก็ประสบความสำเร็จได้เยอะแยะ ซึ่งผมไม่ขอเถียง แต่ความจริงแล้วบุคคลที่น่าชื่นชมเหล่านั้นไม่เคยหยุดเรียนหรอกครับ เพียงแต่ว่าคนเหล่านั้นเขาเรียนจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา บ้างก็สำเร็จ บ้างก็ไม่สำเร็จ คละเคล้ากันไป ที่เกริ่นมาซะยืดยาวขนาดนี้ ก็แค่อยากบอกว่า การศึกษาสำคัญมากๆ ในชีวิตคนเรา หากมีโอกาสได้เรียนให้รีบคว้าไว้ครับ อย่าปล่อยโอกาสดีๆ ให้มันหลุดมือ ดังเช่นนักกีฬาที่ผมจะยกตัวอย่างในวันนี้
หากเอ่ยชื่อ เหยาหมิง ออกมา คาดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะ “อาเหยา” คนนี้ เป็นนักบาสเกตบอลที่โด่งดังมาก ไม่เพียงแค่ในเอเชีย แต่เป็นถึงดาวดังระดับโลก หลังไปโลดแล่นโชว์ฝีมืออยู่กับ ฮุสตัน ร็อกเกตส์ ทีมดังในศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอที่สหรัฐ คงเพราะด้วยคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นกับส่วนสูงถึง 2.29 เมตร บวกกับความขยันทุ่มเทฝึกซ้อม และบุคลิกที่มุ่งมั่นในสนาม ทำให้ เหยา ใช้เวลาไม่นานนักก็สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจแฟนยัดห่วงแดนมะกันได้สำเร็จ
ย้อนไปดูเส้นทางอาชีพโดยสังเขปกันสักนิดนะครับ เหยา เริ่มต้นอาชีพยัดห่วงกับทีมเยาวชนของ เซี่ยงไฮ้ ชาร์กส์ ในประเทศจีนบ้านเกิด และใช้เวลา 5 ปีก็สามารถพาทีมเป็นแชมป์ได้สำเร็จ ก่อนที่ฟอร์มและส่วนสูงไปต้องตาต้องใจทาง ฮุสตัน ร็อกเกตส์ จนถูกดราฟต์ตัวเข้าสู่ลีกยัดห่วงอาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อปี 2002 และเมื่อนักยัดห่วงแดนมังกรเพิ่งมาเล่นแค่ปีแรกเท่านั้น ก็แจ้งเกิดได้ทันที ด้วยการคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมที่จัดโดยสมาคมสื่อมวลชน
ชีวิตช่วงนั้นสวยหรูมาก รายได้ที่มหาศาล ประกอบกับชื่อเสียงที่เดินไปไหนก็มีแต่ผู้คนเข้ามาขอลายเซ็น แต่แล้วชีวิตคนเราเมื่อมีขึ้นมันก็มีลง เช่นเดียวกับกราฟชีวิตของ เหยา ที่พลิกผันอีกครั้ง เมื่อส่วนสูงที่เคยสร้างจุดเด่นให้เขาประสบความสำเร็จในอาชีพนั้น วันนี้มันกลับย้อนมาเล่นงานเข้าให้แล้ว โดยช่วงเปิดฤดูกาลปี 2005 เหยา เริ่มมีอาการบาดเจ็บบริเวณนิ้วเท้าข้างซ้ายจนไม่สามารถช่วยทีมได้หลายเกมทีเดียว
จากนั้นปีต่อมาโชคชะตาก็เล่นตลกเพิ่ม (แต่ เหยา คงไม่ขำแน่) เขาดันมาเจ็บที่หัวเข่าอีกจนอดเล่นถึง 34 เกม และใช้เวลาส่วนใหญ่ต่อสู้กับอาการบาดเจ็บมาตลอด แต่เหมือนว่ายิ่งสู้ก็ยิ่งแพ้ เมื่อ เหยา มีอาการกระดูกเท้าซ้ายแตกอีกในปี 2008 และในที่สุดก็ต้องตัดสินใจยุติเส้นทางอาชีพที่ตัวเองรักเมื่อกลางปี 2011 เนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายสำหรับวงการกีฬาเอเชียเป็นอย่างยิ่ง
แม้จะต้องเลิกเล่นกีฬาที่รักตลอดไป แต่ด้วยใจรักในบาสเกตบอล ทำให้ปัจจุบัน เหยา นั่งเก้าอี้ประธาน เซียงไฮ้ ชาร์กส์ ทีมยัดห่วงที่เคยให้โอกาสเขาได้แจ้งเกิด และอีกเรื่องที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งก็คือ การที่เขาไม่เคยทิ้งความฝันเรื่องการศึกษา ทั้งที่สร้างรายได้ใส่กระเป๋าถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.1 หมื่นล้านบาท)
ล่าสุด เหยา ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในด้านเศรษฐศาสตร์และการบริหาร มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เจียวตง และได้เริ่มต้นเรียนวันแรกไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าของฉายา “ลิตเติล ไจแอนต์” เรียนคลาสแรกด้วยวิชาคณิตศาสตร์ ตามด้วย ภาษาอังกฤษ และประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่
“ผมชอบวิชาประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม และผมก็กระตือรือร้นที่จะได้เรียนมันเป็นครั้งแรกในมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้ผมคิดว่าต้องจัดตารางเรียนใหม่ให้ดีกว่านี้ เพราะผมไม่สามารถเรียนเต็มเวลาได้เหมือนนักศึกษาทั่วไป ผมยังมีอย่างอื่นต้องทำด้วย และต้องจัดเวลาให้สมดุล” อดีตซูเปอร์สตาร์เอ็นบีเอที่เคยรณรงค์ให้งดการรับประทานซุปหูฉลาม กล่าว
เห็นไหมครับ ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเรียน คุณผู้อ่านเห็นตัวอย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมถามตัวเองนะครับว่า ยังมีความฝันอยากศึกษาแขนงใดอีกหรือเปล่า ถ้ามี ก็ขอให้ทำความฝันให้เป็นจริงกันทุกคนนะครับ
“ลื้อนี่มังสุกยอกมากนะอาเหยา....อั๊วขอซูฮก”







