
หยุดจังหวะหัวใจไปกับ Slow Travel
...booklet
เชื่อไหมว่าบางครั้ง่เสน่ห์และความงดงามอันแท้จริงของการเดินทางกลับอยู่ที่เรื่องราวระหว่างสองข้างทาง สุดสัปดาห์นี้เราขอให้คุณหยุดความเร่งรีบเหล่านั้นไว้สักชั่วโมง แล้วเตรียมเดินอย่างแช่มช้าไปกับ
“เที่ยวเนิบช้า Slow Travel” หนังสือเดินทางที่แพรวสำนักพิมพ์จะพาคุณเดินทอดน่องในสไตล์การเดินทางรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Slow Travelกฎข้อแรกของการเที่ยวแบบนี้ได้แก่ เริ่มสำรวจภายในจิตใจก่อนออกเดินทาง จากนั้นก็ตัดความว้าวุ่นทิ้งไป แล้วคงไว้เพียงความผ่อนคลาย กฎข้อต่อมาคืออย่าได้ใช้เวลาในแต่ละที่แบบชะโงกทัวร์ที่เอาแต่ชะโงกหน้าลงมาดูแล้วก็จากไป สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจในการเดินทางครั้งนี้ คือให้หลีกเลี่ยงยานพาหนะที่แสนจะรวดเร็ว (เครื่องบิน เป็นต้น) จนทำให้เรามองไม่เห็นวิวทิวทัศน์สองข้างทาง ใช้บริการรถโดยสารประจำหมู่บ้าน เลือกพักแบบโฮมสเตย์ ดื่มด่ำในแต่ละสถานที่ให้นานที่สุด เพื่อจะได้สัมผัสประสบการณ์ดีๆ ซึ่งไม่มีขายในโปรแกรมท่องเที่ยวทั่วไป
หนังสือเล่มนี้ยังจะพาคุณไปรู้จักกับเมืองเล็กๆ ที่จะทำให้เวลาของคุณหมุนช้าลง เริ่มจาก เชียงคาน อำเภอเล็กๆ ริมน้ำโขง จ.เลย ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและชาวหลวงพระบางจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากนั้นขับรถขึ้นเหนือสู่ เมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดที่อบอุ่นไปด้วยวัฒนธรรมและอัธยาศัยไมตรีของชาวไต หรือถ้าใครที่ชอบความเนิบช้าประสาคนชายขอบ ขอแนะนำให้รู้จักกับ เวียงแหง อำเภอสุดชายแดน จ.เชียงใหม่ ส่วนสถานที่เนิบช้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ได้แก่ สามสมุทร ที่มีแม่น้ำแม่กลอง ท่าฉลอม และปากน้ำ จ.สมุทรปราการ พัดพาความเย็นฉ่ำมาให้
นอกจากการเดินทางแบบเนิบช้าในเมืองไทยแล้ว
“เที่ยวเนิบช้า Slow Travel” ยังพาไปรู้จักกับ บูดาเปสต์ ราชินีแห่งลุ่มน้ำดานูบ ประเทศฮังการี แต่ถ้าใครที่ชอบความสดชื่นของธรรมชาติ การขับรถเที่ยวรอบ เกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ คงจะเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้คุณได้มองเห็นถึงความอัศจรรย์ของธรรมชาติจนยากจะลืม ส่วนใครที่เริ่มติดใจการเที่ยวในแบบเนิบช้าแล้วละก็ อย่าลืมโปรแกรมสุดท้าย ตีตั๋วรถไฟจากดานังไปฮอยอันแม้คุณจะพูดภาษาเวียดนามไม่ได้สักนิด...แต่รับรองว่าการเที่ยวแบบเนิบช้าจะทำให้คุณได้มิตรภาพและความทรงจำดีๆ ระหว่างสองข้างทางเป็นของฝากกลับมาอย่างแน่นอน ส่วนหนังสือเล่มนี้ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปนะจ๊ะ







