
อุทัยธานีกับอยุธยา
นอกจากเป็นแค่ทางผ่านแล้ว จ.อุทัยธานี ยังเป็นเมืองที่คนต้องตั้งใจไปเยือนเช่นเดียวกับน่านเมืองสาวสวย ผมไปเมืองอุทัยธานีทีไรก็ดิ่งตรงไปห้วยขาแข้งท่าเดียว ไม่เคยแวะตัวเมืองอุทัยฯ เลย วันก่อนมีโอกาสไปแวะกินปลาร้าอร่อยและนอนค้างอ้างแรมที่ตัวเมืองอุทัยฯ ตอนเย็นเขามีตลาดนัด ตกค่ำพนักงานกวาดเสียสะอาดเหมือนไม่เคยมีตลาดนัดมาก่อน ตอนเช้าไปตลาดจึงพบว่าเมืองอุทัยฯ นั้นสะอาดกว่าที่ไหนๆ ยกเว้นยะลาที่เป็นแชมเปียนมาหลายสมัย
ก่อนหน้านี้ไปที่อยุธยามาก่อน ที่นั่นผมพบว่าตัวเมืองมีแต่ขยะ สนามหญ้าหลายแห่ง
“แห้งแล้ง” เหมือนไม่ได้มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ไม่แน่ใจว่าผู้รับผิดชอบของฝ่ายอยุธยาเป็นเทศบาลเมืองหรือหน่วยงานไหน จึงปล่อยให้เมืองแห่งมรดกโลก เมืองแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญ “เละเทะ” ได้ถึงขนาดนี้ ถ้าเขาถอนการเป็นมรดกโลกก็ไม่ควรจะแปลกใจเลยว่าเขากลั่นแกล้งหรืออย่างไร เพราะดูไม่ได้จริงๆใครที่ไม่เคยไปเมืองอุทัยธานีผมขอแนะนำให้ไปเยือน เพราะนอกจากจะมีอาหารอร่อยมากมายชนิดนับเชลล์ชวนชิมไม่ถ้วนแล้ว อาหารประเภทปลาที่ได้จากแม่น้ำสะแกกรัง (ไม่ว่าจะเลี้ยงหรือไม่เลี้ยง) สดอร่อยทั้งสิ้น
ตลาดเช้าของอุทัยธานีมีปลาสดๆ มาขายมากมาย แถมราคาไม่แพง เชื่อได้ว่าปลาในแม่น้ำสะแกกรังมีสารพิษน้อยกว่าที่อื่น เพราะไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ จะมีสารตกค้างก็คงมาจากยาเร่งและยาฆ่าแมลงที่มาจากภาคการเกษตร ซึ่งใครๆ ก็พบได้ในเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศไทยอยู่แล้ว ยิ่งวันที่ราคาข้าวดี (โดยไม่ใช่ความสามารถของรัฐบาล) การปลูกข้าวก็มากขึ้นตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น เกษตรกรก็ย่อมใช้สารเร่งและยากำจัดแมลงมากขึ้นเป็นธรรมดา
คนไทยยังต้องกินสารต่างๆ อันเกิดจากการทำการเกษตรนี้ไปอีกนานเท่านาน ตราบใดที่การปกครองของชาติยังเป็นอยู่อย่างปัจจุบัน
ป.ล.สำหรับคุณศกุนตลาที่เขียนแย้งเรื่องแท็กซี่มา ผมขออนุญาตตอบเมลเป็นการส่วนตัวนะครับ เพราะต้องใช้คำอธิบายมาก







