
สงครามตะวันออกกลางเดือด ฮูตีถล่มซาอุฯ สหรัฐฯ โจมตีเรืออิหร่าน
สงครามตะวันออกกลางขยายวง ฮูตีโจมตี 4 เมืองซาอุฯ มีผู้บาดเจ็บ 73 ราย ขณะที่สหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ ตอบโต้การโจมตีทางเรือ
สงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันอังคาร หลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีหลายเมืองทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านหลายลำ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
กลุ่มฮูตีระบุว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ลึกเข้าไปในดินแดนซาอุดีอาระเบีย โดยใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศซาอุฯ ในเมืองคามิส มูไชต์ รวมถึงทรัพย์สินของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Saudi Aramco ในเมืองอับฮา นาจราน และญาซาน
ทางการซาอุดีอาระเบียรายงานว่า การโจมตีทำให้เกิดไฟไหม้ตามจุดต่าง ๆ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 73 ราย รวมถึงผู้หญิงและเด็ก นับเป็นหนึ่งในการโจมตีซาอุดีอาระเบียครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดสงครามกับอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
ภาพถ่ายดาวเทียมของ NASA ยังเผยให้เห็นกลุ่มควันดำหนาทึบเหนือโรงกลั่นน้ำมันในญาซาน และควันสีขาวพวยพุ่งจากศูนย์กระจายน้ำมันในเมืองอับฮา
สหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ
ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน 5 ลำ โดย 4 ลำถูกโจมตีในอ่าวโอมาน และอีก 1 ลำอยู่ใกล้เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่าน
สหรัฐฯ ระบุว่า เรือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนส่งน้ำมันเงาที่สร้างรายได้ให้แก่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกลุ่มพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาค โดยกองทัพสหรัฐฯ แจ้งให้ลูกเรือสละเรือก่อนเข้าทำลายเรือจนไม่สามารถใช้งานได้
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านยังคงพยายามโจมตีเรือรบสหรัฐฯ และเตือนว่า ทุกครั้งที่อิหร่านดำเนินการหรือพยายามโจมตี สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการทำลายเรือบรรทุกน้ำมัน
อิหร่านตอบโต้ โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
หลังเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านระบุว่า ได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ใกล้เมืองอัลอัซรัก ทางตะวันออกของจอร์แดน อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกยังไม่มีการยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวจากรัฐบาลจอร์แดนหรือกองทัพสหรัฐฯ
อิหร่านยังขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่อยู่ในท่าเรือของคูเวตและบาห์เรน ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงทางทะเลระบุว่า เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ลำหนึ่งได้รับความเสียหายที่ท่าเรือคอร์ ฟัคคานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านอ้างว่าสามารถยึดเรือดำน้ำขนาดเล็กของสหรัฐฯ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า อากาศยานไร้คนขับใต้น้ำของกองทัพเกิดขัดข้องมากกว่าหนึ่งวันก่อนหน้านั้น และไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์โซนาร์หรือเรดาร์ที่เป็นข้อมูลลับบนเรือดังกล่าว
ราคาน้ำมันพุ่ง หวั่นกระทบเศรษฐกิจโลก
ความรุนแรงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังอิหร่านและสหรัฐฯ กลับมาแลกเปลี่ยนการโจมตีกันอีกครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังสถานการณ์สงบลงในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม แม้ยังไม่ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตีเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบพลังงานโลก เนื่องจากอาจทำให้การจัดส่งน้ำมันในตะวันออกกลางหยุดชะงักมากขึ้น นอกเหนือจากผลกระทบจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำพันธมิตรอาหรับในการทำสงครามกับกลุ่มฮูตีในเยเมนมานานกว่าทศวรรษ แม้สถานการณ์จะสงบลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ข้อตกลงหยุดยิงได้ล่มสลายลงอีกครั้ง และกองกำลังเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุฯ กำลังเปิดฉากโจมตีพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุม
สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียกำลังกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายใช้มาตรการปิดกั้นทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้อีกฝ่ายยอมถอย
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังประกาศมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบินของอิหร่าน โดยมีเป้าหมายกดดันสายการบินของอิหร่าน ขณะที่วอชิงตันพยายามรักษาการไหลเวียนของน้ำมันสู่ตลาดโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเดินหน้าสกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน







