posttoday
SME อย่ามองข้าม! ค่าจ้างผู้สูงอายุอาจเป็นสิทธิ์ภาษีที่ช่วยธุรกิจ

SME อย่ามองข้าม! ค่าจ้างผู้สูงอายุอาจเป็นสิทธิ์ภาษีที่ช่วยธุรกิจ

09 กันยายน 2569

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันที่สูงขึ้น และความจำเป็นในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความท้าทายดังกล่าว ยังมีโอกาสทางธุรกิจบางประการที่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยอาจมองข้าม นั่นคือสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการจ้างงานผู้สูงอายุ

 

การจ้างผู้สูงอายุไม่ได้เป็นเพียงแนวทางในการสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับคนวัยเกษียณเท่านั้น แต่ยังอาจช่วยลดภาระด้านภาษีของกิจการได้ หากผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด สิทธิประโยชน์ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในมาตรการของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุยังคงมีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถนำประสบการณ์ ความรู้ และทักษะที่สะสมมาตลอดชีวิตกลับมาเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ

 

สำหรับ SME ที่กำลังมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน การทำความเข้าใจมาตรการภาษีจากการจ้างผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

 

สิทธิภาษีสำหรับ SME จากการจ้างผู้สูงอายุคืออะไร

 

กรมสรรพากรมีมาตรการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยเปิดโอกาสให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ สามารถนำค่าจ้างผู้สูงอายุบางส่วนมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมได้

 

โดยหลักการสำคัญ คือ ธุรกิจสามารถนำค่าจ้างที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างผู้สูงอายุมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากกว่าการหักเป็นค่าใช้จ่ายตามปกติ ซึ่งช่วยลดกำไรสุทธิที่ต้องนำไปคำนวณภาษี ทำให้ภาระภาษีของกิจการลดลง มาตรการนี้มีเป้าหมายสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่

 

1.    ช่วยผู้สูงอายุให้มีรายได้และมีส่วนร่วมในตลาดแรงงาน

 

ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีความสามารถในการทำงาน มีประสบการณ์เฉพาะทาง และมีความพร้อมในการทำงานบางประเภท เช่น งานให้คำปรึกษา งานบริหาร งานบริการ งานฝึกอบรม หรือการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับพนักงานรุ่นใหม่

 

2.    ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนและเพิ่มแรงจูงใจในการจ้างงาน

 

SME ที่มีความต้องการบุคลากรที่มีประสบการณ์สามารถใช้มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนต้นทุนแรงงานได้

 

เงื่อนไขสำคัญที่ SME ต้องรู้

 

แม้ว่าการจ้างผู้สูงอายุจะสามารถสร้างประโยชน์ทางภาษีได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการจ่ายค่าจ้างให้ผู้สูงอายุทุกกรณีจะสามารถใช้สิทธิได้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขให้ครบถ้วน โดยทั่วไปหลักเกณฑ์สำคัญของมาตรการนี้ประกอบด้วย

 

1. ผู้สูงอายุต้องมีอายุครบตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ที่จะเข้าหลักเกณฑ์ต้องเป็นบุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตามนิยามผู้สูงอายุของมาตรการ

 

2. ต้องมีการจ้างงานจริง ธุรกิจต้องมีความสัมพันธ์ในลักษณะนายจ้างและลูกจ้าง มีการจ่ายค่าจ้างจริง และมีหลักฐานประกอบ เช่น สัญญาจ้าง หลักฐานการจ่ายเงินเดือน เอกสารบัญชี และเอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง

 

การจ้างแบบไม่มีการปฏิบัติงานจริง หรือการจัดทำเอกสารเพื่อหวังประโยชน์ทางภาษีโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ อาจทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิได้

 

3. ต้องเป็นไปตามข้อจำกัดด้านค่าจ้าง มาตรการภาษีมีการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนค่าจ้างที่สามารถนำมาใช้สิทธิ รวมถึงข้อจำกัดบางประการ เพื่อป้องกันการใช้สิทธิที่ไม่เหมาะสม ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจากกรมสรรพากร เนื่องจากหลักเกณฑ์ทางภาษีอาจมีการปรับปรุงตามนโยบายของภาครัฐ

 

4. ต้องไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม ในบางกรณีกฎหมายอาจกำหนดข้อจำกัด เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารของกิจการ เพื่อป้องกันการนำมาตรการไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

 

ทำไม SME ควรพิจารณาจ้างผู้สูงอายุ

 

นอกจากประโยชน์ด้านภาษีแล้ว การจ้างผู้สูงอายุยังมีข้อดีหลายด้านต่อการดำเนินธุรกิจ

 

1. ได้บุคลากรที่มีประสบการณ์

 

ผู้สูงอายุจำนวนมากผ่านการทำงานมาเป็นเวลานาน มีทักษะในการแก้ไขปัญหา มีความเข้าใจในกระบวนการทำงาน และสามารถเป็นพี่เลี้ยงให้กับพนักงานรุ่นใหม่ได้

 

สำหรับ SME ที่อาจไม่มีงบประมาณมากในการฝึกอบรมบุคลากร การได้ผู้มีประสบการณ์เข้ามาช่วยพัฒนาทีมถือเป็นประโยชน์อย่างมาก

 

2. เพิ่มความหลากหลายของบุคลากร

 

องค์กรที่มีพนักงานหลายช่วงวัยสามารถเกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า ช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่แข็งแรงขึ้น

 

3. สร้างภาพลักษณ์องค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม

 

ธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีงานทำ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อสังคมและการสนับสนุนการจ้างงานอย่างเท่าเทียม ซึ่งอาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าและคู่ค้า

 

ตัวอย่างการนำไปใช้ในธุรกิจ SME

 

ผู้สูงอายุไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานที่ใช้แรงงาน แต่สามารถทำงานได้หลากหลาย เช่น

 

•    ที่ปรึกษาด้านการบริหารหรือการผลิต
•    ผู้ฝึกอบรมพนักงานใหม่
•    เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า

 

•    ผู้ดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่า
•    ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น บัญชี กฎหมาย งานช่าง หรือเทคนิคต่างๆ
•    งานเอกสารและงานสนับสนุนภายในองค์กร

 

SME ควรพิจารณาจากความสามารถของบุคคลมากกว่าอายุ โดยออกแบบตำแหน่งงานให้เหมาะสมกับประสบการณ์และสภาพร่างกายของผู้สูงอายุ
สิ่งที่ผู้ประกอบการควรเตรียมก่อนใช้สิทธิภาษี

 

เพื่อป้องกันปัญหาในการใช้สิทธิ SME ควรจัดเตรียมเอกสารและระบบภายในให้พร้อม ได้แก่

 

•    สัญญาจ้างงานหรือหลักฐานการเป็นลูกจ้าง
•    หลักฐานการจ่ายค่าจ้างผ่านระบบที่ตรวจสอบได้
•    รายงานบัญชีและเอกสารประกอบรายจ่าย

 

•    ข้อมูลประวัติพนักงานและอายุของลูกจ้าง
•    เอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง

 

นอกจากนี้ควรติดตามประกาศและแนวทางปฏิบัติจากกรมสรรพากรอย่างสม่ำเสมอ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง

 

สรุป การจ้างผู้สูงอายุไม่ใช่เพียงเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ที่ต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการจ้างผู้สูงอายุสามารถช่วยลดภาระภาษีได้ หากธุรกิจดำเนินการตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดอย่างถูกต้อง

 

ในยุคที่โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง ผู้สูงอายุไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแล แต่ยังเป็นกลุ่มแรงงานที่มีศักยภาพ มีประสบการณ์ และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรได้อย่างมาก

 

ดังนั้น SME ควรมองการจ้างผู้สูงอายุเป็นทั้ง โอกาสทางธุรกิจ โอกาสในการบริหารต้นทุน และโอกาสในการสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน การทำความเข้าใจสิทธิภาษีที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาจเปลี่ยนต้นทุนแรงงานให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  Inflow Accounting

ข่าวล่าสุด

สงครามตะวันออกกลางเดือด ฮูตีถล่มซาอุฯ สหรัฐฯ โจมตีเรืออิหร่าน

สงครามตะวันออกกลางเดือด ฮูตีถล่มซาอุฯ สหรัฐฯ โจมตีเรืออิหร่าน