
WMO เตือนเอลนีโญจ่อลากถึงกุมภาพันธ์ 70 รุนแรงสุดเป็นประวัติการณ์
WMO คาดเอลนีโญมีโอกาสเกือบ 100% อยู่ต่อถึงก.พ. 2570 อาจรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึก เสี่ยงฝนหนัก ภัยแล้ง และอากาศสุดขั้วทั่วโลก
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) กำลังทวีความรุนแรงและอาจกลายเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก โดยคาดว่าจะส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลกต่อเนื่องไปถึงปี 2570
WMO ระบุว่า มีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่เอลนีโญจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 จากอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงผิดปกติ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ WMO ประเมินความเป็นไปได้ในระดับสูงเช่นนี้
Celeste Saulo เลขาธิการ WMO กล่าวว่า หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป เอลนีโญครั้งนี้อาจรุนแรงกว่าทุกครั้งนับตั้งแต่เริ่มมีการติดตามข้อมูล และอาจรุนแรงจนเกินระดับที่เคยปรากฏในสถิติ
เอลนีโญเกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณแปซิฟิกตะวันออกอุ่นขึ้นจากการอ่อนกำลังของลมค้า โดยเกิดขึ้นทุก 2-7 ปี และมักกินเวลานานถึง 12 เดือน ส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักหรือภัยแล้ง ขณะที่เอลนีโญที่รุนแรงมากสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบอุณหภูมิและปริมาณฝนทั่วโลก รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้งและพายุไต้ฝุ่น
มหาสมุทรร้อนผิดปกติ
WMO ระบุว่า อุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกของปีนี้สูงกว่าค่าปกติมากกว่า 2 องศาเซลเซียส และเอลนีโญครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งใน 4 ครั้งที่ถูกจัดอยู่ในระดับ “รุนแรงมาก” นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลในปี 2493
แม้เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติโดยตรงและไม่ได้เกิดจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิมหาสมุทรสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผลกระทบของเอลนีโญรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เอลนีโญกำลังทวีขนาดและความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่โลกกำลังเข้าสู่สถานการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน
ผลกระทบเริ่มปรากฏแล้ว โดยเอลนีโญสร้างความเสียหายต่อพืชผลในเขตร้อนและมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตอาหารรุนแรงในพื้นที่ Dry Corridor ของอเมริกากลาง
ลุ้นปี 2570 ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์
WMO คาดว่าเอลนีโญจะรุนแรงที่สุดในช่วงปลายปีนี้ แต่ผลกระทบจะต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2570 และอาจทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้นอีก
Wilfran Moufouma Okia หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์ภูมิอากาศของ WMO กล่าวว่า โดยทั่วไปหลังเกิดเอลนีโญ อุณหภูมิโลกมักเพิ่มขึ้นชั่วคราว และปี 2570 มีศักยภาพที่จะกลายเป็น ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึก
WMO จึงเร่งยกระดับการเตรียมพร้อมและระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ สามารถรับมือได้ก่อนเกิดผลกระทบรุนแรง เช่น การปรับเปลี่ยนไปใช้พืชทนแล้ง รวมถึงเตรียมรับมือผลกระทบต่อภาคเกษตร สุขภาพ พลังงาน และทรัพยากรน้ำ







