
“สคร.” จ่อแก้กฎหมาย ขยับอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจจาก 65 เป็น 70 ปี จ่อชง ครม.ใน 3 เดือน
สคร.เตรียมแก้กฎหมายขยับอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจจาก 65 เป็น 70 ปี เปิดทางผู้มีประสบการณ์ทำงานต่อ พร้อมเล็งขยับอายุ CEO จาก 60 เป็น 65 ปี
KEY
POINTS
- สคร. เตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเพดานอายุกรรมการรัฐวิสาหกิจจาก 65 ปี เป็น 70 ปี
- พร้อมกันนี้ยังมีแนวคิดที่จะขยายอายุผู้บริหารสูงสุด (CEO) ของรัฐวิสาหกิจจาก 60 ปี เป็น 65 ปี
- คาดว่าจะเสนอหลักการแก้ไขกฎหมายให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 3 เดือนข้างหน้า
จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างแรงงานและสังคมสูงวัย สคร.กำลังทบทวนกติกาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์สอดคล้องกับการทำงานในปัจจุบันมากขึ้น
นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยแผนดำเนินงานใน ปี 2570 ว่า สคร.เตรียมเดินหน้าแก้ไขกฎหมายคุณสมบัติกรรมการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ โดยประเด็นแรกคือ การขยับอายุกรรมการรัฐวิสาหกิจ หรือปรับอายุจากเดิม 65 ปี เป็น 70 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานในปัจจุบัน และเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาทำงานได้นานขึ้น
“การแก้กฎหมายเรื่องอายุกรรมการรัฐวิสาหกิจ ได้รับโจทย์มาแล้วว่าอาจจะต้องขยับจากเดิม 65 เป็น 70 ปี เพราะศักยภาพของกรรมการในภาคเอกชนเขาก็ขยายอายุไป 70 กว่าแล้ว แต่รัฐวิสาหกิจยังอยู่ที่ 65 ปี ซึ่งบางสาขา บางสกิล อย่างเช่นด้านกฎหมาย มองว่า 70 ปีน่าจะไม่มีปัญหา เพราะทั้งอัยการและผู้พิพากษาก็อยู่ที่ 70 ปี อาจเป็นสาขาแรกที่พิจารณาแก้ และอาจไม่ได้แก้ทุกสาขา เพราะเวลาเลือก เราจะเลือกคนที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับงาน”
ทั้งนี้ การขยับกรอบอายุไม่ได้หมายความว่ากรรมการทุกสาขาจะต้องอยู่ถึง 70 ปี โดย สคร.จะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละสาขา ทักษะที่จำเป็น ซึ่งบางวิชาชีพมีความเหมาะสมที่จะขยายอายุได้มากกว่า รวมถึงประเด็นสุขภาพด้วย โดยอาจพิจารณาให้มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำ และหากมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีอายุมากขึ้น อาจต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
เล็งขยับอายุ CEO จาก 60 เป็น 65 ปี
ส่วนผู้บริหารสูงสุด หรือ CEO รัฐวิสาหกิจ สคร.มีแนวคิดขยับเพดานอายุจาก 60 ปี เป็น 65 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพและประสบการณ์ของผู้บริหาร เพื่อให้รัฐวิสาหกิจสามารถใช้ประโยชน์จากบุคลากรที่มีประสบการณ์ได้มากขึ้น
ขณะที่เรื่องผลตอบแทนของผู้บริหาร ต้องพิจารณาเรื่อง “ค่างาน” ควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากผลตอบแทนไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว แต่เกี่ยวข้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงต้องแยกการพิจารณาเรื่องการปรับอายุออกจากการกำหนดผลตอบแทน โดยต้องดูค่างานด้วย เพราะค่างานก็เป็นสิ่งสำคัญ การดูค่างานจะต้องทำ 2 รอบ และต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ
จ่อเสนอ ครม.ภายใน 3 เดือน
สำหรับขั้นตอนการแก้กฎหมาย ขณะนี้ สคร.อยู่ระหว่างจัดทำหลักการ โดยยังไม่ได้เปิดเผยเป็นร่างกฎหมาย ซึ่งเป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ และต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ เบื้องต้นจะเน้นปรับเกณฑ์อายุของกรรมการและผู้บริหารเป็นหลัก ยังไม่ได้รวมประเด็นด้านบรรษัทภิบาลอื่น ๆ ซึ่งจะพิจารณาในส่วนต่อไป
“ภายใน 3 เดือนข้างหน้า ต้องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ก่อน เพื่อพิจารณาหลักการแก้ไขกฎหมาย จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา เนื่องจากเป็นการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานฯ ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากทั้ง ครม. และรัฐสภา ไม่ใช่การพิจารณาของบอร์ดรัฐวิสาหกิจ”







