
สหรัฐฯ เมินข้อเสนออิหร่าน ส่อลากยาวปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งทำนิวไฮ
ทรัมป์ ยืนกรานปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เดินหน้ามาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อจนกว่าอิหร่านจะยอมทำข้อตกลงยุติโครงการนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะไม่ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของอิหร่าน จนกว่ารัฐบาลเตหะรานจะยอมบรรลุข้อตกลงฉบับใหม่เพื่อยุติโครงการนิวเคลียร์ จุดยืนดังกล่าวทำให้ภาวะชะงักงันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มยืดเยื้อ และซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลกให้รุนแรงยิ่งขึ้น
"มาตรการปิดล้อมให้ผลลัพธ์ที่รุนแรงยิ่งกว่าการทิ้งระเบิดเสียอีก ตอนนี้พวกเขาถูกบีบจนดิ้นพล่าน และสถานการณ์ของพวกเขาจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก อิหร่านจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้เด็ดขาด" ทรัมป์กล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น)
ผู้นำสหรัฐฯ เผยด้วยว่า เพิ่งปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่ขอให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เนื่องจากมองว่าเป็นเพียงข้ออ้างในการประวิงเวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ออกไป
ปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลถือเป็นชนวนเหตุสำคัญของความขัดแย้งในปัจจุบัน โดยอิหร่านยื่นคำขาดจะไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาและไม่เปิดช่องแคบตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงกองกำลังไว้ ขณะที่ทรัมป์ก็ยืนกรานจะไม่ยุติปฏิบัติการจนกว่าอิหร่านจะยอมลงนามข้อตกลงสันติภาพ
แม้สงครามที่ยืดเยื้อมาเข้าสู่สัปดาห์ที่เก้าจะอยู่ในช่วงหยุดยิง แต่ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นได้ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลางและดันให้ราคาพลังงานพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯ เล็งส่งขีปนาวุธล้ำสมัย-เร่งล็อบบี้พันธมิตร
แม้ทรัมป์จะเลือกใช้มาตรการปิดล้อมเป็นหลัก แต่แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวต่างประเทศว่า ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯ ได้เตรียมแผนปฏิบัติการโจมตีทางอากาศแบบสายฟ้าแลบไว้แล้ว เพื่อยกระดับการกดดันรัฐบาลเตหะรานขั้นสูงสุด
โดยกองบัญชาการส่วนกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้เสนอขออนุมัติส่งขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก ‘ดาร์ก อีเกิล’ (Dark Eagle) ของกองทัพบกเข้าสู่ตะวันออกกลาง ซึ่งหากทำเนียบขาวไฟเขียว จะถือเป็นการนำขีปนาวุธชนิดนี้มาประจำการเป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ ยังมีรายงานอ้างเอกสารทางการทูตว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังเร่งโน้มน้าวชาติพันธมิตรให้เข้ามาช่วยปกป้องเส้นทางเดินเรือ แม้หลายประเทศจะเคยปฏิเสธการเข้าร่วมแคมเปญทางทหารต่อต้านอิหร่าน แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้สั่งการให้สถานทูตเดินหน้าล็อบบี้พันธมิตรเพื่อจัดตั้งแนวร่วม เน้นความร่วมมือทางการทูต การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร และการแบ่งปันข่าวกรอง
ส่วนสมรภูมิอื่นในภูมิภาค ทรัมป์ได้แนะให้อิสราเอลจำกัดปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนให้อยู่ในระดับ "การโจมตีเฉพาะจุด" (Surgical strikes) เท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง
ส่อลากยาวปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งทำนิวไฮ
ผลพวงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ลากยาวเข้าสู่เดือนที่สองดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะลุ 119.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เริ่มสงครามอิหร่าน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวสูงกว่า 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Kpler ประเมินว่า คลังกักเก็บน้ำมันของอิหร่านอาจรองรับได้อีกเพียง 12-22 วันเท่านั้น ก่อนที่จะต้องสั่งปิดบ่อน้ำมันขนานใหญ่ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างการผลิตอย่างถาวร
อย่างไรก็ตาม ฝั่งอิหร่านยังไม่มีทีท่าลดราวาศอก สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานอ้างคำกล่าวของ โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาทางทหารของผู้นำสูงสุด ที่ลั่นวาจาว่าอิหร่านจะตอบโต้ขั้นเด็ดขาดหากสหรัฐฯ ไม่ยุติการปิดล้อม
ขณะที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ประณามทรัมป์ว่ากำลังใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการบ่อนทำลายภายในเพื่อบีบให้เตหะรานยอมจำนน
สำหรับความคืบหน้าทางการทูต ทรัมป์เผยว่าตัวแทนเจรจาของทั้งสองฝ่ายยังคงหารือกันผ่านทางโทรศัพท์ หลังจากการนัดพบกันที่ปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ล้มเหลวลง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังดำเนินคดีเพื่อยึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ซึ่งถูกกองทัพเรือสกัดจับได้ระหว่างปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเล







