posttoday
Mega Deal ปิโตรเคมี? SCC x PTTGC  ปั้น JV โอเลฟินส์-พลาสติก ระดับโลก

Mega Deal ปิโตรเคมี? SCC x PTTGC ปั้น JV โอเลฟินส์-พลาสติก ระดับโลก

30 เมษายน 2569

เขย่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย! SCC ส่ง SCGC จับมือ PTTGC ลงนาม MoU ศึกษาตั้งบริษัทร่วมทุน รวมธุรกิจ “โอเลฟินส์-พอลิโอเลฟินส์” ในประเทศ หวังสร้าง “ยักษ์ใหญ่ระดับโลก” เพิ่มขีดแข่งขัน ลดต้นทุน และดันสินค้า High Value รับเกมอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป

KEY

POINTS

  • เขย่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย! SCC ส่ง SCGC จับมือ PTTGC ลงนาม MoU ศึกษาตั้งบริษัทร่วมทุน
  • รวมธุรกิจ “โอเลฟินส์-พอลิโอเลฟินส์” ในประเทศ หวังสร้าง “ยักษ์ใหญ่ระดับโลก” เพิ่มขีดแข่งขัน ลดต้นทุน
  • และดันสินค้า High Value รับเกมอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า เรื่องการลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางกลยุทธ์ในการร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.69 บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมด

ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (Non-binding Memorandum of Understanding) (MoU) กับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC (รวมเรียกว่าบริษัททั้งสอง)

เพื่อร่วมศึกษาความเป็นไปได้ทางกลยุทธ์ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ (พอลิเอทิลีน: Polyethylene และพอลิโพรพิลีน: Polypropylene) ในประเทศไทย (โครงการร่วมทุน)

ขอบเขตของโครงการร่วมทุนจะครอบคลุมธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ของ SCGC ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตโอเลฟินส์โรงงานผลิตพอลิเอทิลีน(PE) และโรงงานผลิตพอลิโพรพิลีน (PP) ตลอดจนบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้องของ SCGC ในธุรกิจดังกล่าว และธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ของ PTTGC ในประเทศไทย

โครงการร่วมทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับโลกด้วยปัจจัยสนับสนุนจากระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยส่งเสริมความเป็นเลิศในด้านการดำเนินงาน

โดยอาศัยขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการวัตถุดิบ และเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และมีความหลากหลายขึ้น อันจะส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ MoU ดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยการทำธุรกรรมใดๆ ยังคงขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบสภาพกิจการ การเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม การเข้าทำสัญญาที่เกี่ยวข้อง และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสอง และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) SCGC คาดว่าการศึกษาโครงการร่วมทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 69 โดยในระหว่างนี้บริษัททั้งสองจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายแข่งขันทางการค้า

หากมีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญเพิ่มเติม SCC จะเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องต่อไป

Mega Deal ปิโตรเคมี? SCC x PTTGC  ปั้น JV โอเลฟินส์-พลาสติก ระดับโลก

นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) หรือ PTTGC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯเช่นกันว่า บริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (Non-binding Memorandum of Understanding) (หรือ “MoU”) กับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จํากัด (มหาชน) (“SCGC”) (รวมเรียกว่า “บริษัททั้งสอง”)

เพื่อร่วมศึกษาความเป็นไปได้ทางกลยุทธ์ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ (พอลิเอทิลีน (Polyethylene) และพอลิโพรพิลีน (Polypropylene) ในประเทศไทย (หรือ โครงการร่วมทุน) ขอบเขตของโครงการร่วมทุนจะครอบคลุมธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ของบริษัท ในประเทศไทย

และธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ของ SCGC ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตโอเลฟินส์ โรงงานผลิตพอลิเอทิลีน (PE) และโรงงานผลิตพอลิโพรพิลีน (PP) ตลอดจนบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้องของ SCGC ในธุรกิจดังกล่าว

โครงการร่วมทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นําในธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาค ที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับโลกด้วยปัจจัยสนับสนุนจากระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยส่งเสริมความเป็นเลิศในด้านการดําเนินงาน

โดยอาศัยขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการวัตถุดิบ และเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายนํ้าที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และมีความหลากหลายขึ้น อันจะส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ MoU ดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยการทําธุรกรรมใดๆ ยังคงขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบสภาพกิจการ การเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม การเข้าทําสัญญาที่เกี่ยวข้อง และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและจากหน่วยงานกํากับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) บริษัทคาดว่าการศึกษาโครงการร่วมทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยในระหว่างนี้

บริษัททั้งสองจะดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายแข่งขันทางการค้า

หากมีความคืบหน้าที่มีนัยสําคัญเพิ่มเติม บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯตามหลักเกณฑ์ และข้อกําหนดที่เกี่ยวข้องต่อไป.

ข่าวล่าสุด

สวนกระแส! ทรัมป์หนุน UAE ลา OPEC เชื่อฉุดราคาน้ำมัน ส่งผลดีต่อตลาด

สวนกระแส! ทรัมป์หนุน UAE ลา OPEC เชื่อฉุดราคาน้ำมัน ส่งผลดีต่อตลาด