posttoday

วันเดียว โจมตีเรือ 6 ลำในอ่าวเปอร์เซีย เพิ่มความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

12 มีนาคม 2569

เหตุโจมตีเรือสินค้า 6 ลำในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซเพียงวันเดียว ท่ามกลางสงครามอิหร่าน–สหรัฐฯ-อิสราเอล ทำให้การเดินเรือหยุดชะงัก ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอีกรอบ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้น หลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์อย่างน้อย 6 ลำในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้เรือบรรทุกเชื้อเพลิง 2 ลำเกิดเพลิงไหม้ มีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่การขนส่งทางทะเลในภูมิภาคแทบหยุดชะงัก

 

รายงานจากเจ้าหน้าที่ท่าเรือ บริษัทความปลอดภัยทางทะเล และบริษัทบริหารความเสี่ยง ระบุว่า เรือขนาดเล็กติดวัตถุระเบิดที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกเชื้อเพลิง 2 ลำในน่านน้ำอิรัก ส่งผลให้เกิดไฟไหม้บนเรือ ขณะเดียวกันยังมีเรือพาณิชย์อีก 4 ลำถูกโจมตีด้วยกระสุนหรือวัตถุพุ่งชนในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย

 

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความรุนแรงของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเรือพาณิชย์ถูกโจมตีในภูมิภาคแล้วอย่างน้อย 16 ลำ

 

การโจมตีที่เพิ่มขึ้นทำให้การเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ชะลอตัวอย่างหนัก ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565

วันเดียว โจมตีเรือ 6 ลำในอ่าวเปอร์เซีย เพิ่มความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

 

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า หากการโจมตีอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป อิหร่านจะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่ “หนึ่งลิตร” จากตะวันออกกลางไปยังสหรัฐฯ อิสราเอล หรือพันธมิตร

 

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตือนว่า หากอิหร่านพยายามปิดกั้นการส่งออกน้ำมัน สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่าบริษัทพลังงานควรใช้ช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพราะ “กองทัพเรืออิหร่านแทบทั้งหมดถูกทำลายแล้ว”

 

สำหรับเรือที่ถูกโจมตีในน่านน้ำอิรัก ได้แก่ เรือ Safesea Vishnu ที่ชักธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ และเรือ Zefyros ที่ชักธงมอลตา ซึ่งทั้งสองลำบรรทุกเชื้อเพลิงจากอิรัก โดยถูกโจมตีในพื้นที่ถ่ายโอนสินค้าระหว่างเรือภายในน่านน้ำอิรัก

 

องค์การตลาดน้ำมันของอิรัก (SOMO) ระบุว่า เรือ Safesea Vishnu ถูกเช่าโดยบริษัทอิรักที่ทำสัญญากับ SOMO ส่วนเรือ Zefyros บรรทุกผลิตภัณฑ์คอนเดนเสทจากบริษัท Basra Gas Company

 

ภายหลังเหตุโจมตี อิรักได้สั่งปิดท่าเรือน้ำมันทั้งหมดชั่วคราว แม้ว่าท่าเรือพาณิชย์ทั่วไปยังคงเปิดดำเนินการอยู่

 

หน่วยงาน United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) รายงานว่า ลูกเรือของเรือหนึ่งลำได้รับการอพยพออกมาอย่างปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอิรักสามารถช่วยเหลือลูกเรือได้ 25 คนจากเรือทั้งสองลำ อย่างไรก็ตามยังคงมีลูกเรือสูญหาย และพบร่างผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ 1 ราย

วันเดียว โจมตีเรือ 6 ลำในอ่าวเปอร์เซีย เพิ่มความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

 

นอกจากนี้ เรือสินค้าแห้งสัญชาติไทย Mayuree Naree ยังถูกวัตถุพุ่งชน 2 ครั้งขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และความเสียหายบริเวณห้องเครื่อง โดยบริษัท Precious Shipping ผู้ดำเนินการเรือ ระบุว่า ลูกเรือ 3 คนยังสูญหายและเชื่อว่าอาจติดอยู่ภายในห้องเครื่อง ส่วนลูกเรืออีก 20 คนได้รับการอพยพไปยังประเทศโอมานอย่างปลอดภัย

 

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าว Tasnim ระบุว่า เรือดังกล่าวถูก “เครื่องบินรบอิหร่านยิงโจมตี” ซึ่งอาจเป็นการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงครั้งแรกของกองกำลังดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ใช้ขีปนาวุธหรือโดรนโจมตีเป้าหมายทางทะเล

 

ขณะเดียวกัน เรือสินค้าอีกอย่างน้อย 3 ลำได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากวัตถุไม่ทราบแหล่งที่มา ได้แก่ เรือคอนเทนเนอร์ ONE Majesty ที่ชักธงญี่ปุ่น เรือบัลค์แคเรียร์ Star Gwyneth ที่ชักธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ และเรือคอนเทนเนอร์อีกหนึ่งลำใกล้ท่าเรือเจเบลอาลีในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเดินเรือเปิดเผยว่า ภาคธุรกิจขนส่งทางทะเลได้ร้องขอให้กองทัพเรือสหรัฐฯ จัดเรือคุ้มกันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบทุกวันนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังปฏิเสธคำขอ เนื่องจากประเมินว่าความเสี่ยงจากการโจมตียังคงสูงมากในขณะนี้

วันเดียว โจมตีเรือ 6 ลำในอ่าวเปอร์เซีย เพิ่มความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

ข่าวล่าสุด

ชัยชนะโต้ข่าวประชาธิปัตย์แบ่ง2ก๊กยัน21สส.รวมเป็นหนึ่งทำหน้าที่ผู้แทน