posttoday

ตลาดหุ้นไทยปิดเช้าบวก 4.21 จุด สวนช่องแคบฮอร์มุซเดือด

12 มีนาคม 2569

SET ปิดเช้าบวก 4.21 จุด สวนช่องแคบฮอร์มุซเดือด ดันน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ โบรกฯ แนะช้อนหุ้นพื้นฐานดีราคาลงแรงและกลุ่มโรงกลั่น เลี่ยงกลุ่มที่แบกรับต้นทุนพลังงานพุ่งสูง

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปิดซื้อขายช่วงเช้าที่ระดับ 1,411.55 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.21 จุด
  • ดัชนีปรับขึ้นสวนทางกับตลาดโลกที่เผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซหลังอิหร่านโจมตีเรือ
  • มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น เช่น กลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่น ซึ่งช่วยพยุงดัชนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (12 มี.ค.2569) ปิดช่วงเช้า เวลา 12.30 น. ปรับเพิ่มขึ้น 4.21 จุด หรือปรับเพิ่มขึ้น 0.30% มาอยู่ที่ 1,411.55 จุด มูลค่าการซื้อขาย 33,068.21 ล้านบาท โดยระหว่างวันทำระดับต่ำสุด 1,396.85 จุด และระดับสูงสุด 1,414.77 จุด

นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า หุ้นไทยเปิดย่อลงก่อนในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาค แต่มีแรงซื้อเข้ามา โดยแรงกดดันหลัก ๆ ในตลาดโลกเกิดจากวานนี้ อิหร่านรับมีการโจมตีเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 

ดังนั้นทำให้แม้จะมีข่าวดีจาก IEA เตรียมปล่อยน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ออกมา 400 ล้านบาร์เรล สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังทำให้ราคาน้ำมันกลับไปแตะบริเวณ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล อยู่ดี เพราะกังวลความเสี่ยงสงครามในลักษณะ Proxy/Asymmetric warfare ซึ่งแม้จะมีการรบที่รุนแรงลดลงไปมาก (โดยสหรัฐฯ-อิสราเอล ได้ทำลายขีดความสามารถอิหร่านตามแบบแผน) แต่ก็จะกลายมาเป็นการสร้างสถานการณ์ไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ ที่คาดเดายากยิ่งกว่า
 
หุ้นที่กดดันดัชนีหลัก ๆ เป็น DELTA, AOT, MINT, CPALL, BH, BDMS หรือแม้แต่ PTTEP (ที่ควรเล่นตามน้ำมันดิบ) แต่เราเริ่มสังเกตุว่ามีการขยับมาซื้อหุ้นได้อานิสงส์ต่อเนื่องจากการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น ได้แก่ ปิโตรเคมี (PTTGC, IVL) โรงกลั่น (TOP, SPRC, IRPC) และพลังงานแทนน้ำมัน (BANPU) ซึ่งทิศทางเหล่านี้ ยังเป็นไปตามที่เราเคยประเมิน

ช่วงบ่ายวันนี้ หากไม่มีเหตุสุดวิสัยใหม่ ๆ (ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะจะเป็นช่วงกลางวันของตะวันออกกลาง) หุ้นไทยจะยังแกว่งตัวในกรอบได้ มองกรอบล่างไม่ควรหลุด 1390 จุด กรอบบนช่วงนี้อาจจะไม่ผ่าน 1420 จุด 
 
ทั้งนี้ ในมุมการเลือกเก็บหุ้น จากความผันผวนของหุ้นโลกที่ลดลง แม้จะยังมีความกังวลอยู่เป็นระยะ ๆ ตีความได้ว่าในระยะถัดไปนักลงทุนจะกล้ากลับเข้าไปซื้อหุ้นบางตัวมากขึ้น โดยแนะนำกระจายความเสี่ยงเป็น 3 กลุ่ม 

1) กลุ่มราคาลงไปแรงเกินผลกระทบตะวันออกกลาง และพื้นฐานยังแกร่ง เช่น PR9, GULF, CPN, KTC และ WHA

2) กลุ่มได้ประโยชน์จากน้ำมันสูง แต่หุ้นยังไม่ตอบรับ เช่น SPRC, TOP, PTT, PTTGC (ใช้ Heaging พอร์ตไว้) 

3) กลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบสูง และหุ้นยังไม่ค่อยลง สะท้อนความมั่นใจต่อพื้นฐานและทิศทางกำไร เช่น COM7, TFG, ADVICE และ MRDIYT 

สำหรับหุ้นรับผลกระทบตรง ๆ จากต้นทุนอย่าง BGRIM, GPSC และกลุ่มสายการบินในภูมิตภาคอย่าง AAV ยังขอเลี่ยงลงทุนก่อน (ต้นทุนขึ้น แต่ราคาอาจขยับยากกว่าพวกมีบินตรงไปยุโรปอย่าง THAI)

ข่าวล่าสุด

PSL ดีด 2.88% หลังแจงเรือถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซมีประกันคุ้มครอง