ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงแรงสุดรอบปี วิตกหลายปัจจัย ราคาน้ำมัน-ทองคำพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งหนักสุดในรอบปี จากความกังวล AI ภาษี และตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ขณะน้ำมัน-ทองคำพุ่งรับแรงเสี่ยงโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเดือนด้วยการปรับตัวลดลงหนักที่สุดในรอบหนึ่งปี ท่ามกลางแรงกดดันจากความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งต้นทุนและผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความเสี่ยงด้านภาษีที่หวนกลับมา ตลอดจนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น
ดัชนีหลักทั้งสามของสหรัฐปิดลบอย่างแรง โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับลดลง 521.28 จุด หรือ 1.05% ปิดที่ 48,977.92 จุด ขณะที่ S&P 500 ลดลง 29.98 จุด หรือ 0.43% ปิดที่ 6,878.88 จุด และ Nasdaq ลดลง 210.17 จุด หรือ 0.92% ปิดที่ 22,668.21 จุด ส่งผลให้ภาพรวมรายเดือนเป็นการปรับฐานรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
แรงขายกระจุกตัวในกลุ่มการเงิน หลังมีรายงานว่าธนาคารรายใหญ่หลายแห่ง อาทิ Barclays, Jefferies และ Wells Fargo อาจเผชิญความเสี่ยงขาดทุนจากการล้มละลายของผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหราชอาณาจักร สะท้อนความกังวลต่อมาตรฐานการปล่อยกู้ในวงกว้าง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวร่วงลงระหว่าง 4-9%
ด้านหุ้นเทคโนโลยียังถูกกดดันต่อเนื่อง จากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนและความคุ้มค่าการลงทุนใน AI ทำให้หุ้นกลุ่มชิปและซอฟต์แวร์ปรับตัวลดลง 1.2% และ 1.5% ตามลำดับ
ปัจจัยเศรษฐกิจยังซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุน หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนมีนาคม โดยความน่าจะเป็นในการคงดอกเบี้ยอยู่ที่กว่า 94%
ขณะเดียวกัน ตลาดพลังงานเคลื่อนไหวผันผวนจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐปรับขึ้น 2.8% ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์เพิ่มขึ้น 2.4% ปิดที่ 72.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบการส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลาง
ด้านทองคำได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ยังร้อนแรงและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยราคาทองคำปรับขึ้นกว่า 1.2% ทะลุระดับ 5,260 ดอลลาร์ ก่อนปิดที่ 5,218.84 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้นมากกว่า 20% ตั้งแต่ต้นปี และมีแนวโน้มบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2516


