ปิดตำนาน30ปี? สุริยะ-สมศักดิ์ บนทางแพร่ง "รัฐบาลอนุทิน2"ยุคคนรุ่นใหม่
จับตาสองรัฐมนตรีตลอดกาล สุริยะ-สมศักดิ์ เผชิญด่านหินโผ ครม.อนุทิน 2 ท่ามกลางกระแสโล๊ะหน้าเก่าชูคนรุ่นใหม่ พร้อมบรรทัดฐานจริยธรรมสุดเข้มที่อาจปิดฉากตำนาน
KEY
POINTS
- สถานะคลุมเครือ: นายสุริยะและนายสมศักดิ์เผชิญกระแสข่าวรายชื่อถูกตีกลับจากโผ "ครม.อนุทิน 2" แม้เจ้าตัวและนายอนุทินจะปฏิเสธ แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง
- จุดเปลี่ยนคนรุ่นใหม่: พรรคแกนนำ (ภูมิใจไทย) มุ่งเน้นภาพลักษณ์ "คนรุ่นใหม่" และการบริหารที่คล่องตัว ทำให้กลุ่มนักการเมืองหน้าเดิมหรือ "รัฐมนตรีตลอดกาล" ถูกกดดันให้หลีกทาง
- บรรทัดฐานจริยธรรม: การจัดตั้ง ครม. ครั้งนี้ยึดเกณฑ์ความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กลายเป็นด่านหินสำคัญในการคัดกรองคุณสมบัติรัฐมนตรีที่เข้มงวดกว่าในอดีต
ตำแหน่งรัฐมนตรีที่เคยเป็นของ "ตาย" สำหรับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กำลังกลายเป็นของ "ยาก" ในการฟอร์มทีมรัฐบาล "อนุทิน 2"
เมื่อพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำ ส่งสัญญาณต้องการปรับโฉมคณะบริหารให้มีความสดใหม่ มุ่งเน้นคนรุ่นใหม่ที่คล่องตัว
สวนทางกับชื่อของสองเก๋าเกมที่ถูกเสนอมาจากพรรคเพื่อไทย จนมีกระแสข่าวลือหนาหูเรื่องการ "ตีกลับรายชื่อ" เพื่อหวังล้างไพ่โควตาการเมืองแบบเดิม
สแกนคุณสมบัติ: ด่านจริยธรรมเข้มข้น
แม้ "อนุทิน ชาญวีรกูล" จะออกมาสยบข่าวลือว่ายังไม่มีการปัดตกรายชื่อใคร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า "มาตรฐานจริยธรรม" ยุคนี้สูงลิ่ว ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่วางหลักการชัดเจนว่าต้องมี "ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์" ตามบรรทัดฐานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นโจทย์ยากของนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่มีประวัติการทำงานยาวนานและผ่านสมรภูมิการเมืองมาหลายขั้ว
ยุทธศาสตร์ "ดาวกระจาย" ที่อาจถึงทางตัน
ตลอด 30 ปี ทั้งคู่คือฟันเฟืองสำคัญที่ทุกรัฐบาลต้องพึ่งพา ผ่านยุทธศาสตร์ "กลุ่มสามมิตร" และการกระจายตัวของเครือข่าย สส. ไปยังพรรคต่างๆ เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง
สมศักดิ์ เทพสุทิน: เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 16 ครั้ง ภายใต้นายกฯ 8 คน
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ: เชี่ยวชาญกระทรวงเกรด A ทั้งคมนาคมและอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในอดีตอย่างโครงการ "โคล้านตัว" ที่แจกได้จริงเพียงหมื่นกว่าตัว กลายเป็นรอยด่างที่ถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกับความคาดหวังของสังคมปัจจุบันที่ต้องการผลสัมฤทธิ์มากกว่าตัวเลขเชิงนโยบายหาเสียง
บทสรุปของรุ่นใหญ่
หากการปรับ ครม. ครั้งนี้จบลงด้วยการไร้ชื่อของทั้งคู่ ย่อมหมายถึงการปิดฉากตำนาน "รัฐมนตรีตลอดกาล" ที่ค้ำจุนเสถียรภาพรัฐบาลไทยมานานหลายทศวรรษ และเป็นการประกาศเริ่มต้นยุค "การเมืองเชิงภาพลักษณ์" ที่ความเก๋าอาจไม่สำคัญเท่าความโปร่งใสและความสดใหม่ในสายตาประชาชนอีกต่อไป
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง


