กกต.แจงเอาผิดกลุ่มป่วนเลือกตั้ง 69 ยันพบทำเป็นขบวนการ
กกต.ออกแถลงการณ์ยืนยันดำเนินคดีกลุ่มบุคคลจัดตั้ง ปลุกปั่นและพยายามละเมิดหลักการลงคะแนนลับ ชี้ไม่ใช่การคุกคามประชาชนหรือสื่อมวลชนทั่วไป
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ภายในหน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 โดยยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อ “ขบวนการ” ที่มีพฤติการณ์ปลุกปั่นและบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง มิใช่การเอาผิดประชาชนหรือสื่อมวลชนทั่วไป
แถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ระหว่างการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติใหม่ โดยพบกลุ่มบุคคลตั้งกล้องบันทึกภาพตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงการนับคะแนน พร้อมมีพฤติการณ์พยายามถอดรหัสข้อมูลบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ใช้สิทธิ
กกต.ยืนยันว่า การบันทึกภาพการนับคะแนนหรือบรรยากาศการใช้สิทธิสามารถกระทำได้ หากไม่กระทบต่อสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย และไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ การลงคะแนนต้องเป็นไปโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวปรากฏพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนเปลี่ยนใจไม่ใช้สิทธิ รวมถึงมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับ
กกต.ระบุว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการแจ้งความต่อบุคคลที่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงการร่วมกันกระทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันดำเนินการอย่างจงใจ มิใช่การดำเนินการต่อผู้สังเกตการณ์หรือสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต โดยในวันดังกล่าวมีสื่อมวลชนและประชาชนกว่า 100 คนเข้าร่วมสังเกตการณ์ และไม่มีการร้องทุกข์ต่อบุคคลเหล่านั้นแต่อย่างใด
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งย้ำว่า การจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 85 อย่างเคร่งครัด ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยุติธรรมต่อทุกฝ่าย โดยไม่มีสองมาตรฐาน


