posttoday

ทรัมป์ขู่ใช้กำลังอิหร่านหลังเจรจาไร้ข้อสรุป ข่าวขีปนาวุธยังคลุมเครือ

28 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้นำสหรัฐส่งสัญญาณอาจใช้กำลังต่ออิหร่าน หลังเจรจานิวเคลียร์ไร้ข้อสรุป พร้อมเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ ขณะข่าวกรองยังไม่ยืนยันภัยขีปนาวุธข้ามทวีปตามที่กล่าวอ้าง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงความผิดหวังต่อความคืบหน้าการเจรจาโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน พร้อมเตือนว่า “บางครั้งก็จำเป็นต้องใช้กำลัง” ท่ามกลางการเสริมกำลังทหารสหรัฐครั้งใหญ่ในภูมิภาค ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตรียมพร้อมปฏิบัติการทางทหาร

 

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังการหารือรอบล่าสุดที่นครเจนีวาไม่สามารถบรรลุข้อตกลง โดยผู้นำสหรัฐย้ำว่าอิหร่าน “ต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” และระบุว่ายังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการใช้กำลัง แม้จะเพิ่มแรงกดดันทั้งทางการทูตและการทหารในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดรายงานข่าวกรองสหรัฐเปิดเผยว่า คำกล่าวอ้างของทรัมป์ซึ่งระบุว่าอิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีแผ่นดินใหญ่สหรัฐในเร็ววันนั้น ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรายงานประเมินข่าวกรองฉบับล่าสุด โดยการประเมินที่ไม่เป็นความลับของสำนักข่าวกรองกลาโหมสหรัฐประจำปี 2025 ระบุว่า อิหร่านอาจต้องใช้เวลาถึงปี 2035 จึงจะสามารถพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปที่มีศักยภาพทางทหารได้

 

ด้าน Marco Rubio รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ในท่าทีระมัดระวังมากกว่า โดยระบุว่าอิหร่านอยู่ “บนเส้นทาง” ที่อาจพัฒนาอาวุธซึ่งมีพิสัยถึงสหรัฐได้ในอนาคต แต่ไม่ได้ยืนยันกรอบเวลาที่ชัดเจน

ทรัมป์ขู่ใช้กำลังอิหร่านหลังเจรจาไร้ข้อสรุป ข่าวขีปนาวุธยังคลุมเครือ

 

ฝั่งอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง โดย Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าเตหะรานไม่ได้พัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลเกิน 2,000 กิโลเมตร และไม่มีเป้าหมายคุกคามระดับโลก พร้อมย้ำว่าโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ

 

ทั้งนี้ International Atomic Energy Agency เคยรายงานว่าอิหร่านยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2003 แม้ในช่วงหลังยังคงเดินหน้าการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในระดับสูง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงบางรายเห็นว่า อิหร่านยังต้องใช้เวลาอีกมากในการพัฒนาเทคโนโลยีหัวรบที่สามารถทนทานต่อสภาพความร้อนรุนแรงระหว่างกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

ทรัมป์ขู่ใช้กำลังอิหร่านหลังเจรจาไร้ข้อสรุป ข่าวขีปนาวุธยังคลุมเครือ

 

เสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่

 

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า สหรัฐได้จัดส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินอย่างน้อย 2 กองเรือเข้าสู่ภูมิภาค พร้อมเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี เรือดำน้ำ และเครื่องบินรบหลายฝูงบินประจำการในฐานทัพสำคัญ ทั้งในอ่าวเปอร์เซียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

 

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังได้เสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ เช่น แบตเตอรี่แพทริออต และระบบสกัดกั้นขั้นสูง เพื่อปกป้องฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐในภูมิภาค ตลอดจนเพิ่มกำลังพลสนับสนุนด้านข่าวกรองและลอจิสติกส์ การเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นการเตรียมความพร้อมหากมีคำสั่งปฏิบัติการจากทำเนียบขาว

 

ทรัมป์ย้ำว่า สหรัฐมี “กองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก” และแม้ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง แต่ก็พร้อมดำเนินการหากเห็นว่าจำเป็นต่อความมั่นคง

 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันและเตหะรานทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ท่ามกลางการจับตาของประชาคมระหว่างประเทศว่าผลการตัดสินใจของสหรัฐจะนำไปสู่แนวทางทางการทูตหรือการเผชิญหน้าทางทหารในระยะต่อไป

ทรัมป์ขู่ใช้กำลังอิหร่านหลังเจรจาไร้ข้อสรุป ข่าวขีปนาวุธยังคลุมเครือ

 

 

ข่าวล่าสุด

ปิดตำนาน30ปี? สุริยะ-สมศักดิ์ บนทางแพร่ง "รัฐบาลอนุทิน2"ยุคคนรุ่นใหม่