เอกนัฏชูรื้อโครงสร้างพลังงานเตรียมตั้งคลังสำรองรัฐคุมราคาน้ำมันค่าไฟ
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เตรียมปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานทั่วระบบโดยจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันของรัฐและเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- ปฏิรูปกองทุนน้ำมันและตั้งคลังสำรองของรัฐเพื่อควบคุมราคาและลดการพึ่งพาเอกชน
- ทบทวนค่าการกลั่นให้โปร่งใสพร้อมใช้ระบบ GPS ติดตามน้ำมันป้องกันการกักตุน
- เปิดเสรีตลาดไฟฟ้าและหนุนโซลาร์รูฟท็อปให้ประชาชนผลิตเองและขายคืนเข้าระบบ
รื้อระบบกองทุนน้ำมันและจัดตั้งคลังสำรองภาครัฐ
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกมองว่าใช้ผิดวัตถุประสงค์จนกลายเป็นเครื่องมือบิดเบือนราคาอย่างถาวร
ประเด็นสำคัญคือการจัดตั้ง "คลังสำรองน้ำมันของรัฐ" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤติพลังงานได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเอกชนเพียงอย่างเดียว รัฐจะสามารถอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบเพื่อควบคุมราคาได้ทันทีเมื่อเกิดภาวะผันผวน ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณจากกองทุนน้ำมันที่ปัจจุบันต้องนำไปอุดหนุนผู้ประกอบการ และสร้างความโปร่งใสให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
ทบทวนค่าการกลั่นพร้อมติดตั้งระบบติดตามน้ำมัน
ในส่วนของภาคการผลิต จะมีการเรียกผู้ประกอบการโรงกลั่นมาหารือเพื่อทบทวนค่าการกลั่น (GRM) และกำไรจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain) ให้มีความชัดเจน ไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชนเกินสมควร ควบคู่ไปกับการสร้างระบบติดตามน้ำมันแบบเรียลไทม์ผ่านการติดตั้ง Dashboard กลาง และระบบ GPS ในรถขนน้ำมันทุกคัน
มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบเส้นทางน้ำมันตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ป้องกันการกักตุนสินค้าและการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระทบต่อปริมาณน้ำมันสำรองในมือผู้บริโภคและเสถียรภาพทางราคาภายในประเทศ โดยยึดถือความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ของสังคมเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานครั้งนี้
เปิดเสรีตลาดไฟฟ้าและส่งเสริมพลังงานภาคประชาชน
สำหรับการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้า นายเอกนัฏมีนโยบายมุ่งเน้นการลดบทบาทการผูกขาดของผู้ซื้อรายเดียวในระยะยาวด้วยการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในระบบมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ
นโยบายนี้จะส่งเสริมให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น เป็นการกระจายอำนาจการผลิตพลังงานออกจากส่วนกลาง โดยยืนยันหลักการบริหารจัดการใหม่ที่ยึดข้อมูลจากภาคประชาชนเป็นตัวตั้งแทนการฟังรายงานจากหน่วยงานรัฐเพียงด้านเดียว เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมาและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนโดยไม่ยอมรับใบสั่งจากกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ
ที่มา: รายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand”


