
เศรษฐีอเมริกันแห่ทิ้งสัญชาติเพิ่ม6เท่า
ชาวอเมริกันถอดใจกฎหมายใหม่ไล่บี้ภาษี ทิ้งสัญชาติกันอื้อ
ชาวอเมริกันถอดใจกฎหมายใหม่ไล่บี้ภาษี ทิ้งสัญชาติกันอื้อ
บลูมเบิร์กรายงานว่า ในไตรมาส 2 ของปี 2556 มีชาวอเมริกันยอมทิ้งสัญชาติเพิ่มขึ้น 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากที่รัฐบาลเตรียมเสนอมาตรการเก็บภาษีที่เข้มงวดขึ้น ด้วยการเปลี่ยนกฎการแสดงบัญชีสินทรัพย์ ซึ่งสหรัฐเป็นประเทศเดียวในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ที่เก็บภาษีพลเมืองไม่ว่าจะพำนักอยู่ที่ใดในโลกก็ตาม
ข้อมูลจากสำนักทะเบียนของรัฐบาลกลาง ระบุว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมามีชาวอเมริกันถึง 1,131 คน ที่ยื่นขอยกเลิกสัญชาติอเมริกันตามสถานทูตสหรัฐทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 189 คน ในไตรมาสเดียวกันของปี 2555 ส่งผลให้เฉพาะครึ่งแรกของปีนี้ มีบรรดาเศรษฐีอเมริกันขอยกเลิกสัญชาติถึง 1,810 คนเมื่อเทียบกับตัวเลขทั้งปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ 235 คน
อย่างไรก็ตาม การยอมทิ้งสัญชาติประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลกำลังกดดันผู้เลี่ยงภาษีในต่างประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากสหรัฐกำลังแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณมหาศาล ส่งผลให้รัฐบาลเตรียมปรับกฎการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินให้รัดกุมมากขึ้น ภายใต้กฎหมายภาษีใหม่ (แฟตกา) ที่มีขึ้นในปี 2553
“ในขณะที่เส้นตายในกฎหมายแฟตกากำลังใกล้เข้ามา คาดว่าจะมีชาวอเมริกันยอมละทิ้งสัญชาติมากขึ้นกว่าเดิม” แมทธิว เลดวินา นักกฎหมายด้านภาษีจากบริษัท แอนาฟอร์ด เอจี ในซูริก กล่าว







