
คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทย เหตุการเมืองแทรกแซง
‘สวนดุสิตโพล’ เผยคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทย ชี้ 3 สาเหตุหลัก ‘การเมืองแทรกแซง-ไร้ความเท่าเทียม –ตัดสินคดีสองมาตรฐาน’
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,123 คน ระหว่างวันที่ 15-18 ก.ย.2569 ผลการสำรวจพบว่า
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 63.85 ระบุว่าเมื่อกล่าวถึงกระบวนการยุติธรรมไทย นึกถึงการพิจารณาและตัดสินคดีของศาล ขณะที่ร้อยละ 61.09 ระบุว่านึกถึงการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และการช่วยเหลือประชาชน
เมื่อถามว่าประชาชนจากสถานการณ์คดีทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อความเป็นธรรมและความเป็นกลางของกระบวนการยุติธรรมไทยมากน้อยเพียงใด กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 46.39 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อมั่น และร้อยละ 21.1 ระบุว่าไม่เชื่อมั่นเลย แต่ร้อยละ 18.52 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อมั่น
นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.02 มองว่าคนแต่ละกลุ่มในสังคมไทยได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมอย่างไม่เท่าเทียมเลย ขณะที่ร้อยละ 35.53 ระบุว่าไม่ค่อยเท่าเทียม ส่วนเรื่องที่ทำให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทยลดลงนั้น
อันดับ 1 คือ การแทรกแซงจากอิทธิพลทางการเมือง ร้อยละ 66.87, อันดับ 2 การบังคับใช้กฎหมายไม่เท่าเทียมกัน ร้อยละ 58.86, อันดับ 3 มาตรฐานการพิจารณาหรือตัดสินคดีที่แตกต่างกัน ร้อยละ 56.63
สำหรับเรื่องที่ควรเร่งดำเนินการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทย อันดับ 1 คือทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น ร้อยละ 66.52, อันดับ 2 บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกับทุกฝ่าย ร้อยละ 65.45, อันดับ 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซง ร้อยละ 62.24
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความเป็นธรรมและความเท่าเทียมการเรียกคืนความเชื่อมั่น
จึงต้องทำให้ประชาชนเห็นและสัมผัส ได้ว่า กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นอิสระ เป็นที่พึ่งเข้าถึงได้ และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน มิฉะนั้นจะเกิดการตั้งคำถามจากสังคมเหมือนอย่างที่เห็นในทุกวันนี้







