posttoday
“พชร” ชี้ทางรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ยุค AI ถอดบทเรียนปราบแก๊งชเวโก๊กโก่

“พชร” ชี้ทางรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ยุค AI ถอดบทเรียนปราบแก๊งชเวโก๊กโก่

24 กรกฎาคม 2569

“พชร” บรรยายหลักสูตร บร.ตร. ชี้อาชญากรรมไซเบอร์ยุค AI ซับซ้อนขึ้น พร้อมถอดบทเรียนสืบสวนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชเวโก๊กโก่ ย้ำสร้างเครือข่าย-พัฒนากฎหมาย ตัดวงจรอาชญากรรมอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • นายพชร นริพทะพันธุ์ เสนอแนวทางรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ โดยถอดบทเรียนจากการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ "ชเวก๊กโก่" ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการสืบสวน
  • เตือนว่าในอนาคตอาชญากรรมไซเบอร์จะซับซ้อนขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือ ทำให้การระบุตัวผู้กระทำผิดทำได้ยากขึ้น และมาตรการปัจจุบันยังไม่เพียงพอ
  • เน้นย้ำความสำคัญของการรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัลและกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง ควบคู่กับการนำความรู้ด้านอาชญาวิทยามาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวน

นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บรรยายในหลักสูตร “การบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน” (บร.ตร.) ของกองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในหัวข้อ “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีกับความท้าทายของดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม”

 

นายพชรกล่าวว่า การรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบันจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการรวบรวมและรักษาพยานหลักฐานดิจิทัล รวมถึงการดำเนินกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (Due Process) ตั้งแต่การสืบสวน การกำหนดฐานความผิด ไปจนถึงการสั่งฟ้อง เพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพและทันต่อรูปแบบอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังเสนอให้นำองค์ความรู้ด้านอาชญาวิทยาแบบดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้กับการทำงานของตำรวจและอัยการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมายในยุคดิจิทัล

 

ในการบรรยายครั้งนี้ นายพชรยังได้ถอดบทเรียนจากการสืบสวนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ “ชเวก๊กโก่” ซึ่งเริ่มผลักดันประเด็นดังกล่าวตั้งแต่ปี 2567 ก่อนจะได้รับความสนใจจากภาครัฐและพัฒนาเป็นปฏิบัติการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

 

“พชร” ชี้ทางรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ยุค AI ถอดบทเรียนปราบแก๊งชเวโก๊กโก่

 

นายพชร ระบุว่า ช่วงเริ่มต้นการสืบสวนยังมีข้อจำกัดด้านเครื่องมือและฐานข้อมูล จึงต้องอาศัยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึก ภาพถ่ายทางอากาศ และข้อมูลการใช้งาน IP จากองค์กร International Justice Mission (IJM) รวมถึงทีมข่าวกรองจากสหรัฐอเมริกาและจีน จนสามารถวิเคราะห์และแกะรอยห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้

นายพชรกล่าวว่า ในอนาคตรูปแบบอาชญากรรมไซเบอร์จะมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพ ทำให้การระบุตัวผู้กระทำผิดและผู้บงการทำได้ยากกว่าเดิม

 

นายพชรมองว่า มาตรการและกฎระเบียบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และยังไม่สามารถตัดวงจรอาชญากรรมได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นความท้าทายของทั้ง กสทช. และ ก.ล.ต. ในการออกแบบมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม ควบคู่กับการทำงานเชิงรุกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนจากอาชญากรรมไซเบอร์ในอนาคต.

ข่าวล่าสุด

กทม.เชือดเกมปลูกกล้วยเลี่ยงภาษี ชงขึ้นภาษีที่ดิน ดัดหลังแลนด์ลอร์ด

กทม.เชือดเกมปลูกกล้วยเลี่ยงภาษี ชงขึ้นภาษีที่ดิน ดัดหลังแลนด์ลอร์ด