
ทลาย "โรงงานยาแมวเถื่อน" ผสมแป้งอัดเม็ดหลอกขายออนไลน์
ตำรวจสอบสวนกลางร่วมปศุสัตว์และ อย. ทลาย "โรงงานยาสัตว์เถื่อน" ย่านสมุทรปราการ ผสมแป้งอัดเม็ดหลอกขายทาสแมวออนไลน์ ยึดของกลางกว่าล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. ได้ร่วมกับกรมปศุสัตว์ โดย น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงผลการปฏิบัติการทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายยารักษาสัตว์ (แมว) เถื่อนยี่ห้อดัง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 4 บก.ปคบ. ได้รับการประสานจากกรมปศุสัตว์หลังมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ที่จดทะเบียนประกอบกิจการขายส่งอาหารสัตว์ แต่มีเบาะแสลักลอบนำเข้ายารักษาโรคสัตว์ (แมว) กลุ่มยาต้านไวรัสสำหรับรักษาโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (FIP) โดยไม่ได้รับอนุญาตจ
ากการสืบสวนพบสถานที่จัดเก็บและโรงงานลักลอบผลิตยาชื่อ “Emune” ซึ่งอ้างว่าเป็นยาต้านไวรัส GS-441524 ที่ใช้รักษาโรคดังกล่าว และมีการจำหน่ายทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. นำโดย พ.ต.ท.สุรสีห์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์, อย. และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ ได้นำหมายค้นของศาลแขวงสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.7 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบ นายทรงพันธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่และนำตรวจค้น
ผลการตรวจยึดของกลางประกอบด้วย
1.ผลิตภัณฑ์ยาไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Emune บรรจุกล่องพร้อมขาย ขนาด 20 มล., 30 มล., และ 40 มล. รวม 83 ชิ้น
2.ผลิตภัณฑ์ Emune ที่ยังไม่ได้บรรจุกล่อง จำนวน 117 ชิ้น
3.เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต เช่น เครื่องตอกเม็ดยา เครื่องผนึกฝาไวอัล ถาดนับยา เครื่องเป่าลมร้อน และสารเคมีสำหรับใช้ผลิต
4.บรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดเปล่า 550 ชิ้น ฝาจุกปิด 740 ชิ้น ฉลากและบรรจุภัณฑ์อีก 4,690 ชิ้น
รวมมูลค่าของกลางที่ตรวจยึดได้กว่า 1,000,000 บาท
จากการสอบสวนขยายผลพบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดลักลอบนำเข้ายารักษาโรคสัตว์เถื่อนมาจำหน่ายผ่านเพจ "Emune Thailand" และเว็บไซต์ www.emunefip.com โดยใช้วิธีลดต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไร ด้วยการนำยาที่ลักลอบนำเข้ามาผสมเพิ่มปริมาณเอง หากเป็นยาชนิดน้ำจะผสมน้ำเปล่า ส่วนยาชนิดเม็ดจะนำมาผสมแป้งแล้วอัดเม็ดใหม่ ทำให้ได้ปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
โดยกระบวนการผลิตไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่มีการควบคุมปริมาณตัวยาสำคัญ และไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งอาจมีส่วนผสมอันตรายและส่งผลเสียต่อร่างกายสัตว์เลี้ยงจนไม่ได้ผลในการรักษา
เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่
1.ฐานผลิต ขาย หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน โดยไม่ได้รับใบอนุญาต (โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท)
2.ฐานผลิต ขาย ยาที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา (โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
3.ฐานโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต (โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท)
น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ระบุว่า ปัจจุบันพบการกระทำผิดกฎหมายด้านปศุสัตว์ทางสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะการผลิตและขายยาสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพสัตว์เนื่องจากไม่มีการควบคุมมาตรฐาน กรมปศุสัตว์จึงเร่งเฝ้าระวังและปราบปรามเพื่อปกป้องเกษตรกรและสัตว์เลี้ยง หากประชาชนพบเบาะแสสามารถแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวเตือนประชาชนและสัตวแพทย์ให้ระมัดระวังยาสัตว์ปลอมที่ไม่มีทะเบียนตำรับยา ซึ่งมักอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงและขายในราคาสูง ยาเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพและอาจทำให้สัตว์เลี้ยงอาการแย่ลงจนถึงแก่ชีวิต โดยสามารถตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนยาได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th, Line: @FDAThai หรือแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” และหากพบเบาะแสสามารถแจ้งสายด่วน อย. 1556
ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เน้นย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการกวาดล้างผู้ที่ฉวยโอกาสบนความรักและความเมตตาของเจ้าของสัตว์เลี้ยง หรือ "ทาสแมว" มาใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งการผลิตยาเถื่อนที่ไร้มาตรฐานถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ทางอ้อม และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงบูรณาการการทำงานเชิงรุกร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค







