posttoday
รัฐลุยล้างบางนอมินีต่างชาติพะงันยึดทรัพย์150ล้านสกัดทุนเทาฮุบธุรกิจไทย

รัฐลุยล้างบางนอมินีต่างชาติพะงันยึดทรัพย์150ล้านสกัดทุนเทาฮุบธุรกิจไทย

13 พฤษภาคม 2569

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลังตำรวจสอบสวนกลางเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายนอมินีเกาะพะงันพบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนโยงสำนักงานทนายความเตรียมขยายผลทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • เจ้าหน้าที่รัฐสนธิกำลังบุกตรวจค้น 14 จุดบนเกาะพะงัน เพื่อกวาดล้างเครือข่ายชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
  • ผลการตรวจค้นสามารถยึดโฉนดที่ดินได้ 37 แปลง เนื้อที่กว่า 51 ไร่ มูลค่ารวมประมาณ 150 ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย
  • ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นกลุ่มทุนสีเทาที่เข้ามาฮุบธุรกิจไทย และเตรียมขยายผลการตรวจสอบไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ทั่วประเทศ

วาระเร่งด่วน: ปฏิบัติการสกัดนอมินีรุกคืบแหล่งท่องเที่ยว

ปัจจุบันปัญหาการใช้คนไทยเป็น "นอมินี" (Nominee) หรือตัวแทนอำพรางเพื่อประกอบธุรกิจต้องห้ามของคนต่างด้าวในเกาะพะงันและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วน ข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนสูงถึง 11,426 ราย หรือคิดเป็น 67.97% ของนิติบุคคลทั้งหมด ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ทำถูกต้องและกลุ่มที่หลีกเลี่ยงกฎหมาย

เจาะลึกโครงสร้างเครือข่าย: จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ

จากการสนธิกำลังตรวจสอบพบรูปแบบการกระทำผิดที่ซับซ้อน แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

กลุ่มต้นน้ำ (สำนักงานบัญชีและทนายความ): จัดตั้งเพื่อช่วยเหลือคนต่างด้าวถือหุ้นแทน พบพิรุธบุคคลคนเดียวถือหุ้นในบริษัทต่างๆ มากถึง 87 แห่ง หรืออาคารเดียวเป็นที่ตั้งของนิติบุคคลถึง 89 แห่งโดยไม่มีการประกอบธุรกิจจริง

กลุ่มปลายน้ำ (อสังหาริมทรัพย์และวิลล่าหรู): ใช้ช่องว่างกฎหมายให้ชาวต่างชาติถือหุ้น 49% และใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า ล่าสุดตรวจพบวิลล่าหรูมูลค่ากว่า 152 ล้านบาท มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีและเปิดเช่าโดยไม่มีใบอนุญาต
 

รัฐลุยล้างบางนอมินีต่างชาติพะงันยึดทรัพย์150ล้านสกัดทุนเทาฮุบธุรกิจไทย

กลยุทธ์การคัดกรองและพฤติกรรมต้องสงสัย
เจ้าหน้าที่เน้นตรวจสอบเชิงลึกในกลุ่มที่มีลักษณะผิดปกติ ดังนี้ 

  • บริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนสูงสุดที่กฎหมายกำหนดคือร้อยละ 49
  • การกำหนดให้คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามเพียงผู้เดียว
  • คนไทยที่มีชื่อแจ้งเข้า-ออกระบบประกันสังคมในหลายบริษัทพร้อมกันซึ่งไม่น่าจะมีการทำงานจริง

พลังบูรณาการ: ตำรวจและหน่วยงานรัฐเปิดปฏิบัติการรุก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย "ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย" ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 199/2569 โดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.และพล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ระดมกำลัง 266 นาย ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, DSI และ ปปง. เข้าตรวจค้น 14 จุดบนเกาะพะงัน มุ่งเป้าสำนักงานทนายความ 6 แห่งที่โยงใยบริษัทกว่า 483 แห่ง สามารถยึดโฉนดที่ดินได้ 37 แปลง พื้นที่กว่า 51 ไร่ มูลค่ารวม 150 ล้านบาท เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
 

รัฐลุยล้างบางนอมินีต่างชาติพะงันยึดทรัพย์150ล้านสกัดทุนเทาฮุบธุรกิจไทย

การจับกุมและการดำเนินคดีตามกฎหมาย

ล่าสุดมีการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วยชาวอิตาลี 1 ราย ในข้อหาประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต และคนไทย 3 ราย ในข้อหาช่วยเหลือสนับสนุนหรือถือหุ้นแทน พร้อมขยายผลส่งข้อมูลบริษัทขนาดใหญ่ 34 รายที่มีสินทรัพย์เกิน 100 ล้านบาท ให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และส่งต่อข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายความผิดร้ายแรงให้ DSI ดำเนินการ

บทลงโทษหนักและทิศทางการกวาดล้างทั่วประเทศ

กฎหมายกำหนดบทลงโทษรุนแรงสำหรับนอมินี ส่วนคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่คนต่างด้าวมีโทษเช่นเดียวกัน และหากฝ่าฝืนคำสั่งศาลมีโทษปรับรายวัน 10,000 - 50,000 บาท โดยเตรียมขยายผลตรวจสอบไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่น เช่น ชลบุรี, เชียงใหม่, ภูเก็ต, กระบี่ และพังงา ต่อไป

ข่าวล่าสุด

มาแล้ว! ฟีเจอร์ Gemini Intelligence ทยอยเปิดใช้บนมือถือ Android

มาแล้ว! ฟีเจอร์ Gemini Intelligence ทยอยเปิดใช้บนมือถือ Android