ก้าวใหม่ 'ทิม คุก' ลุยเจรจาผู้นำโลก ประคองอาณาจักร Apple
บทบาทใหม่ใหญ่กว่าเดิม! ทิม คุก รับบท Global Ambassador ลุยเจรจาการเมืองโลก ฝ่ามรสุมภูมิรัฐศาสตร์ ประคองอาณาจักร Apple
การส่งมอบตำแหน่งซีอีโอของ ทิม คุก (Tim Cook) ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับบทบาทใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ในฐานะประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ซึ่งเปรียบเสมือน Global Ambassador ของ Apple อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมและสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่สามารถกระตุ้นมูลค่าและยอดขายได้
Apple ระบุว่า ภารกิจหลักนับจากนี้ของทิม คุกจะมุ่งเน้นไปที่การหารือและเจรจากับผู้กำหนดนโยบายในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนสำหรับบริษัท ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และวิกฤตการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลพวงมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ในขณะที่ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ซีอีโอคนใหม่ จะเข้ามารับช่วงต่อในการขับเคลื่อนการดำเนินงานและผลักดันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทิม คุก จะทำหน้าที่รักษาสมดุลทางความสัมพันธ์ระหว่างกรุงวอชิงตันและกรุงปักกิ่ง ในห้วงเวลาที่สองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด บทบาทใหม่นี้ถือเป็นการสานต่อความเชี่ยวชาญด้านการทูตองค์กรที่เขาได้สร้างสมมาตลอด 15 ปี
"การขยับขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ ทิม คุก เป็นความเคลื่อนไหวที่สมเหตุสมผลในเชิงกลยุทธ์ และจะช่วยให้เขาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทได้อย่างยั่งยืน" ฟรานซิสโก เจโรนิโม (Francisco Jeronimo) รองประธานฝ่ายอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคจาก IDC ให้ความเห็น
"การลดภาระงานบริหารประจำวันลง จะช่วยให้เขามุ่งเน้นไปที่การรับมือกับสถานการณ์การเมืองโลกได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในเวทีนี้ ความไว้วางใจและสายสัมพันธ์ส่วนบุคคลมีความสำคัญเทียบเท่ากับผลประโยชน์ทางธุรกิจ"
สัมพันธ์กับจีนที่กำลังสั่นคลอน
ที่ผ่านมา Apple สามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีและเติบโตอย่างมั่นคงในตลาดจีน ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ของคุก ที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนสร้างฐานการผลิตขนาดใหญ่หรือ "iPhone City" ในเมืองเจิ้งโจวตั้งแต่หลายสิบปีก่อน
การลงทุนตั้งแต่เนิ่นๆ ในครั้งนั้นทำให้ Apple ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลปักกิ่ง และผลักดันให้จีนกลายเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานระดับโลกมาจนถึงปัจจุบัน
ทว่า ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่อความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับบริษัทเทคโนโลยีท้องถิ่นอย่าง Huawei และ Tencent ที่ก้าวขึ้นมาแข่งขันอย่างดุเดือด ทำให้ Apple ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ การที่ Apple พยายามลดความเสี่ยงด้วยการกระจายฐานการผลิตเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน (iPhone) ออกไปนอกประเทศจีน ยังได้สร้างความกังวลใจให้แก่ทางการปักกิ่ง ความท้าทายสำคัญของคุกในขณะนี้ คือการแสวงหาแนวทางที่จะช่วยให้ Apple ยังคงรักษาฐานที่มั่นในตลาดจีนต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย และนโยบายที่สนับสนุนธุรกิจภายในประเทศของจีน
อินเดีย แหล่งยุทธศาสตร์ใหม่
เมื่อห่วงโซ่อุปทานในจีนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน อินเดียจึงกลายเป็นหมุดหมายทางยุทธศาสตร์แห่งใหม่ ในปีที่ผ่านมา Apple ได้เพิ่มกำลังการผลิตในอินเดียสูงถึง 53%
โดยปัจจุบันเครื่องโทรศัพท์ไอโฟนราว 1 ใน 4 ผลิตขึ้นในอินเดีย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจในอินเดียมีความท้าทายที่แตกต่างออกไป คุกจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจท้องถิ่นขนาดใหญ่ (เช่น Tata Steel หรือ Reliance Industries) รวมถึงบริหารจัดการความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างรัฐบาลนิวเดลีและปักกิ่ง
นอกจากนี้ เขายังต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับซัพพลายเออร์รายใหญ่ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น TSMC, Foxconn, Samsung และ SK Hynix ให้ยังคงมองเห็น Apple เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด แม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะเริ่มมีสัดส่วนรายได้จากการผลิตชิป AI เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
จับตาสายสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์
นอกเหนือจากการดำเนินงานด้านการทูตในระดับนานาชาติแล้ว การรักษาสายสัมพันธ์อันดีกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ไม่อาจละเลยได้
ในอดีต ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างคุกและทรัมป์ เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยปกป้อง Apple จากการถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้ามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ล่าสุด ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความเชิงบวกบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยชื่นชมคุกว่าเป็น "ผู้บริหารที่ยอดเยี่ยม" ที่รับฟังและหารือถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมา
แม้ทั้งสองอาจมีมุมมองที่แตกต่างกันในบางประเด็น โดยเฉพาะนโยบายด้านผู้อพยพ แต่แนวทางการเข้าหาผู้นำประเทศโดยตรงของคุก ได้กลายเป็นแบบแผนที่ผู้บริหารระดับสูงรายอื่นๆ ในซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) เริ่มนำไปปรับใช้
ในระหว่างการประชุมพนักงานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทิม คุก ได้เน้นย้ำถึงแนวทางในอนาคตของเขาว่า “ภารกิจนี้คือสิ่งที่เราได้สร้างรากฐานมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ และผมเชื่อมั่นว่าผมจะสามารถใช้ประสบการณ์ที่มี เพื่อสนับสนุนบริษัทในด้านนี้ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญต่อไปได้อย่างเต็มศักยภาพ”


