วิจัยเผย เด็กติดโซเชียลเสี่ยงทักษะการอ่านถดถอย จับใจความช้าลง
ผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อเยาวชน แม้จะช่วยให้เข้าถึงความรู้ง่ายขึ้น แต่ส่งผลเสียต่อทักษะการอ่าน การจดจำคำศัพท์ และการออกเสียง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี
งานวิจัยล่าสุดจากวารสาร Journal of Research on Adolescence เผยให้เห็นว่า เด็กและวัยรุ่นที่ใช้แอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียเป็นประจำ มักมีปัญหาด้านการจดจำคำศัพท์และการออกเสียง
ข้อมูลชุดนี้ชี้ให้เห็นว่า โซเชียลมีเดียอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก โดยพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีที่เล่นโซเชียลบ่อยๆ มักมีปัญหาในการจดจำและออกเสียงคำศัพท์แบบเต็มคำ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังพบด้วยว่าโซเชียลมีเดียมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะด้านกระบวนการคิดวิเคราะห์และความรู้รอบตัวได้เช่นกัน
ข้อค้นพบดังกล่าวอ้างอิงจากโครงการศึกษาพัฒนาการทางสมองและกระบวนการคิดของวัยรุ่น (Adolescent Brain Cognitive Development Study) ซึ่งเก็บข้อมูลจากเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไปกว่า 10,000 คน ตลอดระยะเวลา 6 ปีเต็ม
โดยนักวิจัยพบว่าการเล่นโซเชียลมีเดียอย่างหนัก สัมพันธ์กับปัญหาด้านการอ่านและคลังคำศัพท์ที่ลดลงอย่างชัดเจนตลอดช่วง 4 ปีที่มีการติดตามผล
รายงานระบุว่า แม้เยาวชนส่วนใหญ่จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านความรู้ทั่วไปและทักษะการคิดวิเคราะห์ แต่การใช้โซเชียลมีเดียกลับไปขัดขวางพัฒนาการด้าน "ความรู้ที่สะสมจากประสบการณ์" ซึ่งครอบคลุมถึงความรู้รอบตัว ทักษะทางภาษา ความเข้าใจในบริบททางสังคม และการอ่านจับใจความ
นั่นหมายความว่า ยิ่งเด็กใช้เวลาอยู่บนหน้าจอมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเวลาเข้าสังคมในชีวิตจริง หรืออ่านหนังสือน้อยลงเท่านั้น ทำให้เด็กไม่คุ้นชินกับภาษาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
นอกจากนี้ การใช้คำย่อหรือภาษาแชตบนโซเชียล ยังส่งผลเสียโดยตรงต่อความสามารถในการอ่านจับใจความอีกด้วย
ในทางกลับกัน ข้อดีของการเล่นโซเชียลมีเดียคือ เด็กกลุ่มนี้มักมีทักษะในการประมวลผลข้อมูลที่ดีกว่า และสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากกว่าตามไปด้วย
อย่างไรก็ดี ข้อมูลชุดนี้ยังสะท้อนปัญหาที่น่ากังวลว่า โซเชียลมีเดียอาจยิ่งซ้ำเติมเด็กที่ขาดแคลนโอกาส เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้มักใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากกว่าเด็กที่มีฐานะ ซึ่งอาจทำให้ "ช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาขยายตัวมากขึ้น"
ทีมผู้วิจัยแนะนำว่า ผู้ปกครองควรสนับสนุนให้เด็กรับสื่ออื่นๆ นอกเหนือจากโซเชียลมีเดีย เพื่อรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยระบุว่า
"การให้เด็กได้อ่านเนื้อหาที่ใช้ภาษาซับซ้อนขึ้น และจำกัดเวลาเล่นโซเชียลให้พอดี จะช่วยรักษาสมดุลทั้งในด้านทักษะภาษาและสมาธิของเด็กได้"
สรุปคือ โซเชียลมีเดียไม่ควรเป็นสื่อเดียวที่เด็กๆ อ่าน ผู้ปกครองควรส่งเสริมให้เด็กรับข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ นอกเหนือจากการอ่านคอมเมนต์สั้นๆ ใต้วิดีโอ TikTok ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความเคยชินในการใช้ภาษาอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้ทักษะความเข้าใจในการอ่านแย่ลง
งานวิจัยชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการประเมินผลกระทบที่แท้จริงของโซเชียลมีเดีย รวมถึงข้อดีข้อเสียของการจำกัดการใช้งาน หลายฝ่ายมองว่าการแบนแอปพลิเคชันไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา เพราะเด็กๆ ก็จะเปลี่ยนไปเล่นแพลตฟอร์มอื่นอยู่ดี ทางเดียวที่จะควบคุมได้จริงคือการใช้มาตรการจำกัดการใช้งานจากระดับระบบของตัวแอปพลิเคชันเอง
ปัจจุบัน สังคมมักมองว่าโซเชียลมีเดียส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น หรือพฤติกรรมสร้างภาพลักษณ์ แต่งานวิจัยชิ้นนี้ก็ได้เพิ่มมิติใหม่ๆ ในการพิจารณาประเด็นดังกล่าว
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์วิจัย Pew Research ก็ระบุว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่ยังคงมองว่าโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่สำคัญในการติดต่อสื่อสารและมอบประโยชน์ทางสังคมที่ขาดไม่ได้เช่นกัน


