posttoday

ฟาร์มเฮ้าส์ รับต้นทุนเพิ่ม 3-5% แต่ยังไม่ขึ้นราคา เร่งลงทุนโรงโม่แป้ง-ขนส่ง EV 100 คัน

22 เมษายน 2569

ฝ่าวิกฤตต้นทุน ฟาร์มเฮ้าส์ ประกาศไม่ขึ้นราคา แม้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 3-5% เดินหน้าลงทุนพันล้านโรงโม่แป้ง–พลังงานสะอาด เพิ่มรถขนส่ง EV 100 คัน คุมเกมระยะยาว

KEY

POINTS

  • สินค้าขึ้นราคาทุกอย่าง ต้นทุนวัตถุดิบทั้งน้ำมัน ฟิล์มห่อสินค้า ทะลุ 20-30% ฟาร์มเฮ้าส์ บอกยังไม่ขึ้นราคา แม้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 3-5% 
  • เดินหน้าลงทุนพันล้านโรงโม่แป้ง–พลังงานสะอาด เพิ่มรถขนส่ง EV 100 คัน คุมเกมระยะยาว
  • เปิดโปรเจกต์ ปั้นแพลตฟอร์ม “สร้างรายได้” คนตัวเล็ก ผู้ประกอบการรายย่อย

ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน กินเวลามานานนับเดือนกว่า โครงสร้างพื้นฐานพลังงานถูกทำลาย การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้นทุนน้ำมัน การผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นทันที ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ภาคธุรกิจไทยต่างทยอยออกประกาศจับตาสถานการณ์ บ้างขึ้นราคาสินค้า บ้างตรึงราคา 

 

มุมมองของ อภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ “ฟาร์มเฮ้าส์” แบรนด์ขนมปังที่อยู่ในตลาดไทยมายาวนานกว่า 44 ปี แสดงมุมมองต่อเรื่องนี้ว่า ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นรอบด้าน “การเติบโต” ของธุรกิจในวันนี้อาจไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นความสามารถในการประคองทั้งระบบให้เดินหน้าต่อไปได้พร้อมกัน 

อภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย

 

“ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันในตลาดเพียงอย่างเดียว แต่คือ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลบริษัทปัจจุบันพบว่า ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 40-50% ส่งผลโดยตรงต่อค่าขนส่ง ขณะที่ราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะฟิล์มห่อสินค้า ปรับขึ้นเฉลี่ย 20-30% และบางรายการสูงถึง 100% ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นราว 3-5%”

 

อย่างไรก็ตาม อภิเศรษฐ บอกว่า บริษัทเลือกใช้กลยุทธ์ “ไม่ขึ้นราคา” โดยมองว่าการรักษากำลังซื้อและฐานลูกค้าในระยะยาวมีความสำคัญมากกว่าในช่วงเศรษฐกิจชะลอ 

 

"ตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมา เคยขยับราคาขึ้น 2 ครั้ง เช่น ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน แป้งสาลีดีตัวแรง แต่ปี 2568 บริษัทลดราคา 5% ทำให้ชดเชยการขึ้นราคาในอดีตเหมือนไม่เคยปรับ ซึ่งปีนี้ก็ตั้งใจที่จะไม่ขึ้นราคา แม้วัตถุดิบผันผวน ก็ยังตอบไม่ได้ แต่จะพยายามทำทุกวิถีทางไม่ปรับขึ้น"

ฟาร์มเฮ้าส์ รับต้นทุนเพิ่ม 3-5% แต่ยังไม่ขึ้นราคา เร่งลงทุนโรงโม่แป้ง-ขนส่ง EV 100 คัน

การปรับตัวภายใน ด้านการบริหารจัดการต้นทุน การปรับเส้นทางขนส่ง และการวางแผนการตลาดเชิงรุก อภิเศรษฐ กล่าวว่า ในเชิงโครงสร้าง ฟาร์มเฮ้าส์เติบโตจากผู้ผลิตขนมปังสู่ธุรกิจที่มีความหลากหลาย ปัจจุบันมีโรงงาน 3 แห่ง กำลังการผลิตรวม 250 ตันต่อวัน ศูนย์กระจายสินค้า 51 แห่ง และรถขนส่งกว่า 1,200 คัน ธุรกิจยังขยายไปสู่ร้านแซนด์วิชกว่า 10,000 ราย ร้าน Deliya ที่มีราว 20 สาขา รวมถึงแบรนด์อื่นอย่าง Madame Marco และ Saboten ที่ต้องเผชิญการแข่งขันสูงในตลาดอาหารและเครื่องดื่ม 

 

เดินหน้าลงทุนกว่าพันล้าน

 

อย่างไรก็ตาม การเติบโตในช่วงหลัง โดยเฉพาะหลังโควิด-19 เริ่มชะลอตัว ขณะที่ผลประกอบการปีล่าสุดสะท้อนแรงกดดันชัดเจน  จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอน ฟาร์มเฮ้าส์เลือกใช้กลยุทธ์ลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจ

 

หนึ่งในโปรเจกต์สำคัญคือ โรงโม่แป้งสาลี มูลค่า 1,000-1,200 ล้านบาท ในพื้นที่บางปะกง โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการในปี 2571 

 

“ต้องลงทุนโรงโม่แป้ง ซึ่งจะช่วยให้บริษัทควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคานำเข้า แม้ว่าตอนนี้สงครามกดดันต้นทุน ทำให้ราคารับเหมาก่อสร้างขึ้นหนักมาก 20% การมีโรงโม่แป้งเองทำให้กระบวนการผลิตหรือสูตรมีความสม่ำเสมอ มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด รวมถึงลดการสูญเสีย ลดอุปสรรคด้านต้นทุน การต่อรองราคาวัตถุดิบด้วย”

ฟาร์มเฮ้าส์ รับต้นทุนเพิ่ม 3-5% แต่ยังไม่ขึ้นราคา เร่งลงทุนโรงโม่แป้ง-ขนส่ง EV 100 คัน

นอกจากนี้ ยังติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงงานและศูนย์กระจายสินค้า เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว รวมถึง บริษัทเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผ่านการเพิ่มจำนวนรถขนส่งไฟฟ้า (EV) จาก 46 คัน เป็น 100 คันภายในปีนี้ 

 

แม้ตลาดขนมปังในไทยจะมีมูลค่าราว 40,000-50,000 ล้านบาท แต่พฤติกรรมการบริโภคยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ โดยคนไทยบริโภคขนมปังน้อยกว่ามาเลเซียราว 2 เท่า และน้อยกว่าญี่ปุ่นถึง 5 เท่า ช่องว่างดังกล่าวสะท้อนโอกาสในการเติบโตของตลาดในระยะยาว 

 

ขณะเดียวกันบริษัทก็ปรับตัวด้วยการออกสินค้าใหม่เฉลี่ยเดือนละ 1-2 รายการ และปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เล็กลง เพื่อสอดรับกับโครงสร้างครอบครัวที่เล็กลง

 

เปิดโปรเจกต์ สร้างรายได้ให้คนตัวเล็ก 

 

ในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าครองชีพและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในบริบทเช่นนี้ เขามองว่าบทบาทของภาคธุรกิจควรเปลี่ยนจาก “ผู้ขาย” ไปสู่ “ผู้สนับสนุน” มากขึ้น

 

“ในช่วงที่เศรษฐกิจเปราะบาง ธุรกิจไม่ควรเพิ่มภาระให้ผู้บริโภค แต่ควรเป็นแรงพยุงให้เขาอยู่รอดได้” 

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ฟาร์มเฮ้าส์กำลังขยับบทบาทของตัวเองจากผู้ผลิตสินค้า ไปสู่การเป็น “แพลตฟอร์มสร้างรายได้” ให้กับคนตัวเล็ก

 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า 10,000 ราย ที่นำผลิตภัณฑ์ของฟาร์มเฮ้าส์ไปต่อยอด เช่น การทำแซนด์วิชจำหน่าย ซึ่งหลายรายสามารถสร้างรายได้มั่นคงในระดับที่เลี้ยงดูครอบครัวหรือส่งบุตรหลานเรียนได้

 

โมเดลดังกล่าวกำลังถูกพัฒนาเป็นกลยุทธ์หลักขององค์กร ผ่านการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อผู้ประกอบการรายย่อย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ฟาร์มเฮ้าส์ รับต้นทุนเพิ่ม 3-5% แต่ยังไม่ขึ้นราคา เร่งลงทุนโรงโม่แป้ง-ขนส่ง EV 100 คัน

เพื่อทำให้แนวคิดนี้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ฟาร์มเฮ้าส์เตรียมจัดกิจกรรมอบรม “startup on tour" สร้างตัว...ด้วยแซนด์วิช  ในวันที่ 26 เมษายน 2569 ที่ จ.นครปฐม โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การทำแซนด์วิช การตั้งราคาขาย การขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงเทคนิคการเพิ่มยอดขาย

 

เป้าหมายไม่ใช่เพียง “สอนทำสินค้า” แต่คือการช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถ “เริ่มต้นธุรกิจได้จริง” ด้วยต้นทุนที่ไม่สูง และมีโอกาสสร้างรายได้ทันทีในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

 

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน ไม่ตอบปมป.ป.ช.ยกคำร้องคดี"ศักดิ์สยาม ชิดชอบ"ซุกหุ้น