


22+























ถอดรหัสเครือข่ายฟอกเงิน-ฟอกคน! เปิดสอนภาษาบังหน้า เอื้อแก๊งคอลเซ็นเตอร์
CIB ทลายเครือข่าย "ฟอกเงิน" ผ่านแอปเทรดหุ้น พบ เปิดโรงเรียนสอนภาษาบังหน้า "ฟอกคน" ทำวีซ่าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อึ้ง! เงินสะพัดกว่า 1,000 ล้าน ต่อเดือน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และทีมบริหารระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แถลงผลการกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ครั้งใหญ่
ขยายผลจากคดีฉ้อโกงข้าราชการเกษียณ สู่การจับกุมเครือข่าย "ฟอกเงิน-ฟอกคน" ครบวงจร
จับกุมผู้ต้องหา 8 ราย ตัวการหลัก ทั้งสายโอนและสายวีซ่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทล. นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นคนไทย 7 ราย และชายสัญชาติจีน 1 ราย
โดยกลุ่มผู้ต้องหาถูกแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ดังนี้
1.กลุ่มบัญชีม้าและฟอกเงิน: นายรัตนชัย, น.ส.วรลักษณ์ และนายเจษฎาพร ทำหน้าที่เปิดบัญชีและเดินทางไปสแกนใบหน้าที่เมืองปอยเปต กัมพูชา นานถึง 25 วัน เพื่อเลี่ยงมาตรการธนาคาร
2.กลุ่มจัดหาและควบคุม: น.ส.ชนกนันท์ และ น.ส.สรณ์สิริ ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้าและฟอกเงินผ่านการซื้อทองคำ สินค้าแบรนด์เนม และแอปพลิเคชันเทรดหุ้น
3.กลุ่ม "ฟอกคน" (ทำวีซ่าบังหน้า): น.ส.สุกัญญา (เจ้าของบริษัทวีซ่า) และ น.ส.ชิตาภา (เจ้าของโรงเรียนสอนภาษา) ร่วมกันออกเอกสารเท็จให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติพำนักในไทย
4.กลุ่มนายทุน: Mr. Zhen ชาวจีน รับโอนเงินที่ได้จากการฉ้อโกงไปลงทุนในธุรกิจขายออนไลน์
ส่องโมเดลฟอกเงิน จากเทรดหุ้น สู่ ร้านแบรนด์เนม
สืบเนื่องจากคดีหลอกลวงข้าราชการใน จ.ปทุมธานี สูญเงิน 1.4 ล้านบาท ตำรวจสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับคดีอื่นอีกกว่า 30 เคส มูลค่าความเสียหายรวม 30 ล้านบาท ขบวนการนี้มีวิธีการแยบยลโดยการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงโอนเข้า "แพลตฟอร์มเทรดหุ้นต่างประเทศ" เพื่อล้างที่มาของเงินให้ดูเหมือนกำไรจากการลงทุน ก่อนจะโอนกลับมายังบัญชีม้าในไทย
จากการตรวจสอบห้องพักหรูย่านห้วยขวางซึ่งใช้เป็นเซฟเฮาส์ พบหลักฐานการซื้อทองคำจำนวนมากและเอกสารนิติบุคคลบริษัทแบรนด์เนมที่ใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน คาดว่าเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อเดือน
กระบวนการ "ฟอกคน" ใช้โรงเรียนสอนภาษาเป็นฉากบังหน้า
ประเด็นสำคัญที่น่าตกใจคือการพบเครือข่าย "ฟอกคน" โดยบริษัทนายหน้ารับทำวีซ่าร่วมมือกับโรงเรียนสอนภาษาในย่านลาดพร้าว ออกหนังสือรับรองสถานะนักศึกษาปลอมให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวต่างชาติ (จีน, เวียดนาม, เมียนมา, ไต้หวัน) เพื่อขอ "วีซ่านักเรียน" เข้ามาพำนักและทำงานผิดกฎหมายในไทย
จากการตรวจสอบพบว่ามีการเรียกเก็บค่าดำเนินการสูงถึงคนละ 50,000 บาท และตั้งแต่ปี 2568 มีการทำวีซ่าผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 600 คน มีเงินหมุนเวียนในส่วนนี้กว่า 30 ล้านบาท
แจ้งข้อหาหนัก "อั้งยี่ซ่องโจร-ฟอกเงิน"
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ต้องหาทั้งหมด ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, เป็นอั้งยี่ซ่องโจร, และสมคบกันฟอกเงิน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลถึงตัวการใหญ่ที่อยู่ในต่างประเทศต่อไป



22+

























