มหากาพย์ “แอ็คมี่ วรวัฒน์” จากภาพลักษณ์เศรษฐี สู่คดีฉ้อโกงพันล้าน
“แอ็คมี่ วรวัฒน์” สร้างภาพลักษณ์หรูหรา สู่ถูกกล่าวหาฉ้อโกงประชาชนผ่านการชักชวนลงทุนเหรียญ ACT-เทรดทอง เสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท บก.ปอศ. ประสานหมายแดงหลังหนีซุกดูไบ
KEY
POINTS
- นายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือ “แอ็คมี่” ถูกกล่าวหาในคดีฉ้อโกงประชาชน โดยสร้างภาพลักษณ์เป็นนักลงทุนที่มั่งคั่งเพื่อชักชวนให้ลงทุนในเหรียญดิจิทัลและเทรดทองคำผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต
- มูลค่าความเสียหายในคดีนี้ประเมินว่าอาจสูงถึงกว่า 1,300 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง
- ปัจจุบันนายวรวัฒน์ได้หลบหนีออกนอกประเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังประสานงานกับตำรวจสากล (Interpol) เพื่อออกหมายแดงติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี
ท่ามกลางกระแสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มักมีช่องว่างให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ หนึ่งในคดีที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการลงทุนไทยมากที่สุดคือกรณีของ นายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือ “แอ็คมี่” (Acme Traderist) ซึ่งถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการฉ้อโกงประชาชนผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนที่ไม่ได้มาตรฐาน และการสร้างเหรียญดิจิทัลขึ้นมาเอง โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมที่ประเมินไว้อาจสูงถึงกว่า 1,300 ล้านบาท
กลไกการหลอกลวง สร้างภาพลักษณ์และผลตอบแทนล่อใจ
พฤติการณ์ของ นายวรวัฒน์ และพวกเข้าข่ายความผิดหลายประการ โดยมีหัวใจหลักคือการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการแสดงความมั่งคั่งและการถ่ายรูปคู่กับบุคคลสำคัญ เพื่อดึงดูดให้ประชาชนเข้ามาลงทุนในเหรียญดิจิทัล ACT (เอซีที) และการเทรดทองคำผ่านเว็บไซต์ 1000x.live
วิธีการที่ใช้มีลักษณะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากมีการเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยสูงถึงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการดึงดูดนักลงทุนให้หลงเชื่อ นอกจากนี้ ยังมีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อชักชวนให้เกิดการลงทุน
ความเสียหายแผ่ขยายเป็นวงกว้าง
ตัวเลขความเสียหายในคดีนี้มีความซับซ้อนและเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่มีผู้เข้าแจ้งความ
- ยอดรวมที่กลุ่มผู้เสียหายระบุ มีมูลค่าสูงถึง 1,386 ล้านบาท
- การแจ้งความล่าสุด มีผู้เสียหาย 61 ราย เข้าแจ้งความต่อ บก.ปอศ. รวมมูลค่าประมาณ 76 ล้านบาท
- การลงทุนทองคำ เฉพาะการลงทุนผ่าน 1000x.live มีการร้องเรียนว่าความเสียหายอาจสูงกว่า 100 ล้านบาท
- คดีเดิมของ ก.ล.ต. มีผู้เสียหายประมาณ 40 ราย มูลค่าความเสียหายราว 10 ล้านบาท
ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ ซึ่งจะทำให้มูลค่าความเสียหายจริงพุ่งสูงเกินหลักร้อยล้านบาทอย่างแน่นอน
ก.ล.ต. กล่าวโทษ 1000X-แอ็คมี่ ปี 66 สั่งปิดแพลตฟอร์มปี 68
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ติดตามความผิดปกติของนายวรวัฒน์และบริษัท 1000X Limited มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินการที่สำคัญ
- การกล่าวโทษ: ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษนายวรวัฒน์และบริษัทต่อ บก.ปอศ. ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 ในความผิดกรณีร่วมกันกระทำการเข้าข่ายการประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ
- การปิดกั้นแพลตฟอร์ม: ในเดือนมิถุนายน 2568 ก.ล.ต. ได้ประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมและสกัดกั้นการฟอกเงิน
ติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี หลังหนีออกนอกประเทศ
นายวรวัฒน์ ได้หลบหนีออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 โดยมีรายงานว่าพำนักอยู่ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. อยู่ระหว่างการประสานงานกับอินเตอร์โพล (Interpol) เพื่อออก หมายแดง (Red Notice) ในการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามหมายจับเดิมของปี 2568
ในส่วนของการติดตามทรัพย์สิน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามอายัด Digital Wallet ทั้งในและต่างประเทศ แต่พบว่า เหลือยอดเงินไม่ถึง 1 ล้านบาท เนื่องจากมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกไปล่วงหน้าก่อนการตรวจสอบ
บทเรียนสำหรับนักลงทุน
ก.ล.ต. ได้ย้ำเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตได้ที่แอปพลิเคชัน SEC Check First หรือหน้าเว็บไซต์ Investor Alert
คดีของ Acme Traderist จึงเป็นอุทาหรณ์ว่า ภาพลักษณ์ที่หรูหราและผลตอบแทนที่สูงลิ่ว มักเป็นเครื่องมือที่มิจฉาชีพใช้เพื่อบดบังความเสี่ยงที่แท้จริงของการลงทุนที่ผิดกฎหมาย


