
ทะลุ 10 ล้าน! Meta ชี้ AI สำหรับธุรกิจโตแรง อนาคตจ่อเก็บค่าบริการ
Meta ชี้ AI สำหรับธุรกิจโตก้าวกระโดด ช่วย SME ดันยอดขาย แชทคุยลูกค้าพุ่ง 10 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ จ่อเก็บค่าบริการในอนาคต
ในการแถลงผลประกอบการไตรมาสแรกเมื่อวันพุธ Meta ระบุว่าช่วงปลายเดือนมีนาคม เครื่องมือ AI สำหรับธุรกิจสามารถจัดการบทสนทนาได้มากถึง 10 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากระดับ 1 ล้านครั้งเมื่อช่วงต้นปี
ตัวเลขที่พุ่งทะยานนี้ เป็นผลมาจากการที่บริษัทเพิ่งขยายพื้นที่การทดสอบใช้งาน (Beta) ระบบผู้ช่วย AI สำหรับธุรกิจ ให้ครอบคลุมหลายภูมิภาคสำคัญทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา (EMEA) เอเชียแปซิฟิก (APAC) และละตินอเมริกา (LATAM)
ปัจจุบัน Meta ยังคงเปิดให้ธุรกิจรายย่อยใช้งานเครื่องมือ AI เหล่านี้ได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเร่งขยายฐานผู้ใช้งานให้ครอบคลุมที่สุด อย่างไรก็ตาม มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta ได้ส่งสัญญาณว่านโยบายดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้
"ทุกวันนี้ธุรกิจส่วนใหญ่สามารถใช้ AI บนแอปพลิเคชันแชทของเราได้ฟรี แต่ในอนาคตเมื่อเราพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ก้าวหน้าไปอีกขั้น เราก็คาดว่าจะต้องเริ่มวางโมเดลการหารายได้ในระยะยาวควบคู่ไปด้วยเช่นกัน" ซักเคอร์เบิร์ก ระบุ
ที่ผ่านมา Meta เดินหน้าฝังเทคโนโลยี AI ลงในชุดเครื่องมือสำหรับธุรกิจบนแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีฟันเฟืองสำคัญคือ 'Muse Spark' โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ตัวใหม่ล่าสุด ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นแรกจากแผนก Meta Superintelligence Labs ที่บริษัทเพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้ว
นอกจากนี้ เครื่องมือ AI สายครีเอทีฟของ Meta ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมในไตรมาสดังกล่าว โดย ซูซาน ลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) เปิดเผยว่า อัตราการใช้งานเครื่องมือสร้างสรรค์โฆษณากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันมีผู้ลงโฆษณากว่า 8 ล้านราย หันมาใช้เครื่องมือ GenAI อย่างน้อยหนึ่งฟีเจอร์ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ตอบรับเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างดี
"เครื่องมือเหล่านี้ช่วยดึงประสิทธิภาพการโฆษณาให้เห็นผลจริง โดยผลการทดสอบพบว่าผู้ลงโฆษณาที่ใช้ฟีเจอร์ AI สร้างวิดีโอ มีอัตราการปิดการขาย (Conversion Rate) สูงขึ้นกว่า 3%" ลี กล่าวเสริม
พร้อมกันนี้ Meta ยังเตรียมเปิดทดสอบฟีเจอร์ 'Meta Ads AI Connectors' แบบสาธารณะในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเชื่อมต่อบัญชีโฆษณาของตนเข้ากับระบบ AI ได้โดยตรง
ในส่วนของภาพรวมรายได้ ซักเคอร์เบิร์กชี้ว่ากลุ่มแอปพลิเคชันของบริษัททำรายได้รวม 885 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรก ปัจจัยหลักมาจากแรงหนุนของบริการส่งข้อความแบบเสียเงินบน WhatsApp รวมถึงบริการแบบสมัครสมาชิก (Subscription)
โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งเริ่มทดสอบ 'WhatsApp Plus' ซึ่งเป็นบริการที่ให้สิทธิ์สมาชิกระดับพรีเมียมในการปรับแต่งไอคอน ธีม และเสียงแจ้งเตือนได้ตามใจชอบ
สำหรับผลประกอบการรวมในไตรมาสแรกของปี Meta โกยกำไรไปถึง 2.68 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นจาก 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 5.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา







