"เซ็นทรัล รีเทล" ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 2,231.71 ล้านหุ้น

วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 19:58 น.
"เซ็นทรัล รีเทล" ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 2,231.71 ล้านหุ้น
เข้าจดทะเบียนใน SETนำเงินระดมทุนขยายสาขาใน-ต่างประเทศ คืนหนี้เงินกู้ งวด 6 เดือนแรก รายได้แสนล้าน กำไร 4,202 ล้านบาท

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ฉบับแรกต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)จำนวน 2,231.71 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 1,620 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมที่ถือโดย Hawthorn Resources Limited จำนวนไม่เกิน 611.71 ล้านหุ้น โดยบริษัทจะนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

ทั้งนี้ ในส่วนของการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจะดำเนินการควบคู่ไปกับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของ ROBINS ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท โดยจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนหนึ่งเป็นค่าตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ROBINS ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แทนการชำระด้วยเงินสด (Share Swap)

ปัจจุบัน หุ้นสามัญของ ROBINS ที่ออกและจำหน่ายแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 1,110.66 ล้านหุ้น โดย CRC เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ROBINS ที่ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมจำนวน 597.81 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 53.83% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ ROBINS ซึ่งCRCจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของROBINS ที่ราคาหุ้นละ 66.5 บาท คำนวณอัตราแลกหุ้นเท่ากับราคาไอพีโอ

วัตถุประสงค์ของการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงสาขาต่างๆ ได้แก่ การขยายสาขาใหม่ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์, ขยายสาขาของไทวัสดุ, ขยายสาขาของบิ๊กซีในเวียดนาม, ปรับปรุงสาขาต่างๆ ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้จะใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (บริษัทโฮลดิ้ง ) ธุรกิจของกลุ่มแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มแฟชั่น ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้า เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน และ (3) กลุ่มฟู้ด ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ

ณ วันที่ 30 มิ.ย.2562 กลุ่มบริษัทมีร้านค้าในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกที่สำคัญในประเทศไทย 1,912 ร้านค้า มีร้านค้าในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกในเวียดนาม 131 ร้านค้า และในประเทศอิตาลี กลุ่มบริษัทฯ มีห้างสรรพสินค้าจำนวน 9 สาขา ถือเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าใหญ่สุดในอิตาลี

ผลการดำเนินงานย้อนหลังปี 2559-2562 มีรายได้รวม 176,281 ล้านบาท, 187,998 ล้านบาท และ 206,078 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่มีกำไร 156,605 ล้านบาท, 168,043 ล้านบาท และ 180,614 ล้านบาท ตามลำดับ

งวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2562 มีรายได้รวม 106,074 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 102,424 ล้านบาท ขณะที่มีกำไร 4,202 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6,938 ล้านบาท ทั้งนี้ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวมภายหลังจากหักภาษี

ณ วันที่ 30 มิ.ย.2562 สินทรัพย์รวมมีจำนวน 182,607 ล้านบาท หนี้สินรวม 117,106 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม มีจำนวน 65,501 ล้านบาท ด้านทุนจดทะเบียน ณ วันที่ 6 ก.ย.2562 มีจำนวน 6,320 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 4,700 ล้านบาท