"พิมรี่พาย” จากแม่ค้าออนไลน์ มาเป็นนักร้องสุดแซ่บ จนกลายมาเป็นนางฟ้าตอบแทนสังคม

วันที่ 11 ม.ค. 2564 เวลา 13:30 น.
"พิมรี่พาย” จากแม่ค้าออนไลน์ มาเป็นนักร้องสุดแซ่บ จนกลายมาเป็นนางฟ้าตอบแทนสังคม
เรื่องน่ารู้ของ “พิมรี่พาย” จากแม่ค้าออนไลน์ฝีปากกล้า สู่นักร้องสุดแซ่บ และนางฟ้าตอบแทนสังคม

กำลังเป็นกระแสโด่งดังในโลกโซเชียลเมื่อ "พิมรี่พาย" เจ้าของเพจเฟซบุ๊ค "Pimrypie แม่ค้าออนไลน์" ที่ได้เดินทางไปหมู่บ้านแม่เกิบ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อนำของไปแจกเด็กๆ ที่หมู่บ้านนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ โลกแคบจนเด็กมองไม่ออกว่าความฝันตอนโตอยากเป็นอะไร งานนี้สาว “พิมรี่พาย” ได้ทุ่มเงินกว่า 5 แสนบาท เพื่อนำแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นมาติดตั้ง พร้อมด้วยรองเท้า อุปกรณ์ปลูกผักต่างๆ เพื่อที่เด็กๆ และชาวบ้านที่นี่เพื่อนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้อย่างยั่งยืน วันนี้เราเลยจะพาทุกๆ คนไปรู้จักกับเธออย่างมากขึ้นกัน

ที่มาของชื่อ “พิมรี่พาย”

“พิมรี่พาย” เดิมชื่อ “จิตรา สนองเกียรติ” และเปลี่ยนมาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งถึงชื่อและนามสกุลที่ใช้ในปัจจุบัน ส่วนชื่อ “พิมรี่พาย” มาจากความชื่นชอบแฟชั่นไอคอนและบิวตี้กูรูคนดัง อย่าง “แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์” ทำให้เธออยากเก่งและมีสไตล์แบบนั้น เมื่อครั้งที่เธอขายของอยู่ตลาดนัดเลียบด่วนแล้วต้องตั้งชื่อร้าน ก็เลยตั้งว่า “พิมรี่พาย” และใช้มาจนถึงทุกวันนี้

”พิมรี่พาย” แม่ค้าออนไลน์ ทำไมถึงเป็นที่รู้จัก

ก่อนจะมาเป็นแม่ค้าออนไลน์สุดแซ่บ “พิมรี่พาย” ได้เก็บเกี่ยวการณ์มาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณพ่อคุณแม่ขายของ แต่เธอเพิ่งจะหันมาทำธุรกิจเครื่องสำอางได้ 3-4 ปี จากอดีตแม่ค้าตลาดธรรมดา ชีวิตก็เริ่มพลิกผันเมื่อมาเปิดเพจ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” ไลฟ์ขายสินค้าตั้งแต่เครื่องสำอาง น้ำหอม น้ำพริก ขนม เครื่องรางของขลัง ทัวร์ ฯลฯ ด้วยลีลาที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เพจของเธอมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เปิดไลฟ์แต่ละครั้งยอดผู้ชมไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น จนกระทั่งสามารถสร้างอาณาจักรพิมรี่พายขึ้นมาจากการขายของออนไลน์ในเวลาเพียง 3 ปี จนต้องขยายทีมงานผู้ช่วยขายกว่า 80 ชีวิต เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันดำเนินอยู่ในรูปแบบบริษัท พิมรี่พาย คอสเมติก จำกัด ไปแล้ว

จากแม่ค้าออนไลน์ สู่นักร้องสุดแซ่บ

ถึงจะมีชื่อเสียงในฐานะแม่ค้าออนไลน์และยูทูบเบอร์ แต่ ”พิมรี่พาย” ก็ยังไม่หยุดทำตามความฝัน ล่าสุดเธอก็มีผลงานการร้องเพลงเป็นของตัวเองครั้งแรก กับซิงเกิล “อย่านะคะ” ที่มีเนื้อหาเจ็บๆ คันๆ มาพร้อมกับท่าเต้นตามสไตล์ของตัวเอง ปล่อยเพลงปุ๊บกระแสก็แรงเกินต้าน ยอดวิวถล่มทลายทะลุ 20 ล้าน แถมยังขึ้นเทรนด์อันดับ 1 มาแรงบนยูทูบมาแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าความสามารถของเธอนั้นไม่ธรรมดา

สายบุญตัวจริง

เธอนั้นชื่นชอบการช่วยเหลือสังคม นำเงินจากการขายของมาซื้อของบริจาครวมไปถึงเข้าไปปลดหนี้และให้กำลังใจผู้คนที่ด้วยโอกาส เช่น หากเธอไปเจอผู้สูงอายุนั่งขายของตามริมทางริมถนน เธอจะเข้าไปหาทันทีพร้อมถาม สารทุกข์สุขดิบก่อนจะเหมาสินค้าและตามไปดูความเป็นอยู่ถึงบ้าน และเธอยังได้เคยบริจาคเงินกว่า 3 แสน บาทเป็นค่าเทอมให้เด็กทั้งโรงเรียนก็ทำมาแล้ว

และล่าสุดเธอได้มีโอกาส ขึ้นดอยไปช่วยเหลือเด็กที่ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ 300 กม. โดยพบว่าเด็กบนดอยน่าสงสารมากไม่มีไฟฟ้าใช้การศึกษาเข้าไม่ถึงและไม่มีเป้าหมายในชีวิต เธอจึงทุ่มเงิน 5.5 แสนบาทของ เพื่อติดตั้งแผงโซล่าเซลล์นำไฟฟ้าเข้าสู่ชุมชน พร้อมมอบทีวีเครื่องโตเป็นของขวัญของวันเด็ก เพื่อให้เด็กได้มีอากาสเห็นโลกกว้าง เพื่อให้มีเป้าหมายในชีวิต จนกลายเป็นกระแสดังอยู่ในขณะนี้บนโลกโซเชียล