ส่งออกตลาดของขวัญปี 62 มูลค่า2.4 หมื่นล้านบาท ติดลบ3%

วันที่ 14 ธ.ค. 2562 เวลา 11:30 น.
ส่งออกตลาดของขวัญปี 62 มูลค่า2.4 หมื่นล้านบาท ติดลบ3%
สมาคมของขวัญฯ บอก 4 ปัจจัยอ่วม ฉุดอุตสาหกรรมของขวัญของชำร่วย ส่วนตลาดในประเทศมูลค่า 4 หมื่นล้าน เติบโตลดลงจากกำลังซื้อหดไปอีก ชี้เทรนด์ปีหน้า "ถุงผ้า" ต้องมา

นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่ามูลค่าตลาดสินค้าของขวัญ ของชำร่วย ตลาดส่งออกมูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2562 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตติดลบ 3% จากเดิมวางเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 2%

จาก 4 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นกว่า 23% โดยตลาดส่งออกสำคัญ สินค้าของขวัญฯ คือ ญี่ปุ่น และ สหรัฐอเมริกา

2. การถดถอยของ เศรษฐกิจโลก และตลาดหลัก อันได้แก่ สหรัฐ อเมริกา ญี่ปุ่น จีน และสหภาพยุโรป 3.ต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้น และ 4. ขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง ในหลายประเภท สินค้าที่ต้องพึงพาแรงงานฝีมือ ถดถอยลง และแรงงานฝีมือหายไปจากตลาด

นอกจากนี้ยังมีประเด็น ค่าจ้างแรงงานฝีมือที่แพงขึ้นด้วยกลไกลของตลาด รวมถึงปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน ของผู้ประกอบการขนาดเล็ก และการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการทำงานยังมีน้อย ที่มีผล

สำหรับในปี 2563 สถานการณ์อุตสาหกรรมของขวัญของชำร่วยในภาพรวม คาดจะยังไม่ดีขึ้น ด้วยยังต้องติดตามดูมาตรการภาครัฐ รวมถึงในปีหน้าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมีการยกเลิกจัดงาน แสดงสินค้าขนาดใหญ่ BIG&BIH (Bangkok International Gift Fair & Bangkok International Houseware Fair ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนเม.ย. และเป็นงานใหญ่ที่สุดใน อาเซียน ที่จัดมายาวนาน 45 ครั้ง 20 กว่าปี

"ในช่วงดังกล่าวจะเป็นการซื้อที่สำคัญของอุตฯของขวัญของชำร่วยของตกแต่งบ้าน เพื่อนำไปขายในช่วงปลายปี" นายจิรบูลย์ กล่าว

อย่างไรก็ตามในปีหน้า มองว่าผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมฯ จะต้องปรับตัวให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลของโลกการซื้อในยุคใหม่ อย่างรวดเร็วที่สุดจึงจะสามารถแข่งขันได้ จากการนำเทคโนโลยี สมัยใหม่มาใช้ให้มากขึ้น ปรับสภาพในองค์กรให้มีความคร่องตัว พร้อมแข่งขัน (Tranformation) แสวงหานวัตกรรม และการออกแบบ รูปแบบใหม่ๆ มานำเสนอ

รวมถึงภาครัฐต้องส่งเสริมสนับสนุน อย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมนี้ .oมาตราการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อเพื่อใช้ในการ Tranformation องค์กร

นายจิรบูลย์ กล่าวว่าสำหรับตลาดของขวัญในประเทศ มีมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยในปี2562 คาดมีอัตราการเติบโตลดลง จากกำลังซื้อในภาพรวมที่ลดลง รวมถึงการลดงบประมาณการแจกของขวัญขององค์กรต่างๆ

โดยประเมินจากการซื้อของขวัญปีใหม่ในปีนี้ ที่ล่าช้าไปจากช่วงเวลาปกติของปี ซึ่งมาตรการของภาครัฐที่ออกมากระตุ้นส่งเสริมการซื้อของขวัญปีใหม่ แม้ว่าว่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่งเพื่อประคองไม่ให้ยอดขายตกลงไป

ขณะที่ ภาครัฐควรมีมาตรการกระตุ้นออกอย่างต่อเนื่องและเข้าถึงง่าย เช่น โครงการชิ้มช้อปใช้กระเป๋า 2 ซึ่งหากมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจในประชาชนให้ใช้มากขึ้น คาดจะสามารถกระตุ้นให้การจับจ่ายมีมากขึ้นได้

สำหรับเทรนด์สินค้าของขวัญที่คาดว่าจะได้รับความนิยม คือ 1.ตะกร้าของขวัญ กิฟต์เซ็ท 2. สินค้าเพื่อสุขภาพ ทุกหมวดหมู่ 3.ของเครื่องใช้ กระเป๋า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และ 4. ไอที และอุปกรณ์อื่นๆ

นอกจากนี้ ในปีหน้าสินค้าที่คาดว่าจะได้รับความนิยมหรือมาแรง คือ ถุงผ้า จากความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ภายใต้นโยบายเลิกใช้ถุงพลาสติก และจะสร้างพฤติกรรมการพกถุงมาเองของผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการรายเล็ก สามารถมีส่วนร่วมในการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายได้

ปัจจุบัน สมาคมของขวัญฯ มีผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมฯนี้ กว่า 3,000 ราย และเป็นสมาชิกกับสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตบแต่งบ้าน ประมาณ 350 ราย โดยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายปีนี้ มีผู้ประกอบการเพิ่มเข้ามาอีกเกือบเท่าตัว โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี